Docs

เริ่มต้นใช้งาน (Admin Portal)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 00

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — เข้าสู่ระบบเว็บพอร์ทัลผู้ดูแลระบบ Infrabrik FSM ด้วยอีเมล/รหัสผ่าน, เรียนรู้การนำทางเมนู, เข้าใจบทบาท (Role) และสิทธิ์การใช้งาน รวมถึงการจัดการรหัสผ่านของบัญชีตนเอง

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดตารางงาน (Dispatcher), ผู้จัดการ (Manager), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วไปที่ URL ของ Admin Portal (องค์กรของคุณเป็นผู้แจ้ง)

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-020 (Admin Authentication & Authorization), UF-020

โมดูลในโค้ดเบสauth, login, jwt.strategy, guards


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


สถานการณ์: เข้าสู่ระบบ Admin Portal

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เข้าสู่ระบบเว็บพอร์ทัลผู้ดูแลระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่าน เพื่อเข้าใช้งานหน้าจัดการต่าง ๆ

ขั้นตอน

  1. เปิดเว็บเบราว์เซอร์ แล้วไปที่ URL ของ Admin Portal ตามสภาพแวดล้อมของคุณ

    สภาพแวดล้อม รูปแบบ URL ใช้ทำอะไร
    Production https://admin.{tenant}.infrabrik.app ใช้งานจริง
    Staging https://admin-staging.{tenant}.infrabrik.app ทดสอบก่อนปล่อยจริง
    Development https://admin-dev.{tenant}.infrabrik.app พัฒนาและ QA

    หน้าเข้าสู่ระบบของ Admin Portal
    หน้าเข้าสู่ระบบของ Admin Portal

  2. กรอก อีเมล (Email) ในช่องอีเมล

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    อีเมล (Email)* อีเมลบัญชี Admin ที่ลงทะเบียนไว้ ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง และไม่ซ้ำภายใน tenant เดียวกัน
  3. กรอก รหัสผ่าน (Password) ในช่องรหัสผ่าน

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    รหัสผ่าน (Password)* รหัสผ่านของบัญชีคุณ ห้ามเว้นว่าง และเป็นแบบ case-sensitive (ตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่มีผล)

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. คลิกปุ่ม เข้าสู่ระบบ (Login)

    ระบบจะตรวจสอบข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ หากถูกต้อง ระบบจะออกโทเค็นเซสชันให้และพาคุณเข้าสู่หน้า Dashboard

    โทเค็น หน้าที่ อายุ
    Access Token ยืนยันตัวตนสำหรับทุกคำขอ พร้อมข้อมูลบทบาทและ tenant ของคุณ 15 นาที
    Refresh Token ต่ออายุเซสชันให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องล็อกอินใหม่ 7 วัน

    หมายเหตุ: ระบบฝัง tenant ของคุณไว้ในเซสชัน ทำให้คุณเห็นเฉพาะข้อมูลขององค์กรตนเองเท่านั้น — ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข้าม tenant ได้

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบพาคุณไปที่หน้า Dashboard และแสดงเมนูด้านซ้าย (sidebar) ตามบทบาทที่คุณได้รับ เซสชันจะคงอยู่ตราบเท่าที่ Refresh Token ยังไม่หมดอายุ (สูงสุด 7 วัน)

คำเตือน: หากกรอกข้อมูลผิด ระบบจะแสดงข้อความ "อีเมลหรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง" ให้ตรวจสอบอีเมลและรหัสผ่านอีกครั้ง หากกรอกผิดหลายครั้ง บัญชีอาจถูกล็อกชั่วคราว — ติดต่อ SuperAdmin ขององค์กร


สถานการณ์: นำทางใน Admin Portal

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ทำความเข้าใจโครงสร้างเมนูด้านซ้าย (sidebar) เพื่อค้นหาฟีเจอร์ที่ต้องการได้รวดเร็ว

ขั้นตอน

  1. หลังเข้าสู่ระบบ ให้สังเกต เมนูด้านซ้าย (sidebar) ซึ่งจัดกลุ่มฟีเจอร์ทั้งหมดเป็นหมวดหมู่

    เมนูนำทางด้านซ้ายของ Admin Portal
    เมนูนำทางด้านซ้ายของ Admin Portal

  2. ทำความรู้จักแต่ละกลุ่มเมนูและเมนูย่อย:

    กลุ่มเมนู เมนูย่อย ใช้ทำอะไร
    Dashboard (หน้าหลัก) ภาพรวมตัวชี้วัดและกิจกรรมสำคัญ
    Jobs Job Management, PM Calendar, Workload สร้าง มอบหมาย และติดตามงานทั้งหมด
    Customers Companies, Locations, Contracts, Service Types จัดการบริษัทลูกค้า สถานที่ และสัญญาบริการ
    Technicians Accounts, Profiles, Companies จัดการบัญชีช่าง โปรไฟล์ และบริษัทช่าง
    Assets Types, Models, Codes กำหนดและจัดการประเภท รุ่น และรหัสสินทรัพย์
    Spare Parts Stock, Warehouse, Requisitions, Transfers, Returns, Usage จัดการคลังและการเคลื่อนไหวอะไหล่ทั้งหมด
    Check Sheets (เทมเพลต) สร้างและจัดการเทมเพลตใบตรวจเช็กสำหรับแต่ละประเภทงาน
    Reports (หลายรายการ) สร้างและดูรายงานการดำเนินงาน
    Settings Admin Users, Permissions, Company Profile, Dropdowns, SLA ตั้งค่าระบบ จัดการผู้ใช้ และกำหนด SLA
  3. คลิกกลุ่มเมนูเพื่อขยายเมนูย่อย แล้วคลิกเมนูย่อยเพื่อเข้าหน้านั้น

    เคล็ดลับ: เมนูของหน้าที่กำลังเปิดอยู่จะถูกไฮไลต์ใน sidebar ใช้สังเกตตำแหน่งปัจจุบันได้

  4. ย่อ sidebar เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าจอได้ โดยคลิกไอคอนย่อที่ด้านบนของ sidebar เพื่อสลับระหว่างโหมดขยายและโหมดย่อ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณสามารถนำทางไปยังส่วนใดก็ได้ sidebar จะแสดงอยู่ทุกหน้า และตำแหน่งปัจจุบันจะถูกไฮไลต์เสมอ

หมายเหตุ: เมนูที่คุณเห็นขึ้นกับบทบาทของคุณ บทบาท User จะเห็นเมนูน้อยกว่า SuperAdmin หากหาเมนูไม่พบ ให้ตรวจสอบสิทธิ์กับผู้ดูแลระบบ


สถานการณ์: ทำความเข้าใจบทบาทของคุณ

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ทราบว่าคุณมีบทบาทใด แต่ละบทบาทเข้าถึงอะไรได้บ้าง และลำดับชั้นของบทบาททำงานอย่างไร

ขั้นตอน

  1. บทบาทถูกกำหนดโดย SuperAdmin หรือ Admin ตอนสร้างบัญชี หากต้องการตรวจสอบบทบาทของตนเอง ไปที่ Settings > Admin Users แล้วค้นหาบัญชีของคุณ หรือสอบถามผู้ดูแลระบบ

  2. ทบทวนลำดับชั้นและสิทธิ์ของแต่ละบทบาท:

    บทบาท ระดับ สิ่งที่ทำได้
    SuperAdmin 1 (สูงสุด) เข้าถึงทุกฟีเจอร์ จัดการ tenant สร้าง/ลบบัญชี Admin ตั้งค่าระบบ จัดการสิทธิ์ และเข้าถึงข้อมูลทั้งหมด
    Admin 2 เข้าถึงฟีเจอร์เกือบทั้งหมด สร้างงาน จัดการลูกค้า ช่าง สินทรัพย์ อะไหล่ และดูรายงาน แต่จัดการ tenant หรือบัญชี Admin อื่นไม่ได้
    Manager 3 ดูข้อมูลได้เกือบทั้งหมด แก้ไขได้จำกัด ดูงาน ลูกค้า รายงาน และอนุมัติ/รีวิวงานได้
    User 4 (ต่ำสุด) ดูอย่างเดียว เห็น Dashboard รายการงาน และรายงาน แต่สร้าง/แก้ไข/ลบไม่ได้
  3. ทำความเข้าใจว่าลำดับชั้นบทบาทมีผลต่อสิ่งที่คุณทำได้อย่างไร:

    หมวดฟีเจอร์ SuperAdmin Admin Manager User
    ดู Dashboard ได้ ได้ ได้ ได้
    สร้าง/แก้ไขงาน ได้ ได้ จำกัด ไม่ได้
    จัดการลูกค้า ได้ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
    จัดการช่าง ได้ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
    จัดการสินทรัพย์ ได้ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
    จัดการอะไหล่ ได้ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
    อนุมัติงาน ได้ ได้ ได้ ไม่ได้
    ดูรายงาน ได้ ได้ ได้ ได้
    จัดการ Admin & สิทธิ์ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
    ตั้งค่าระบบ ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้

    หมายเหตุ: ระบบบังคับสิทธิ์ระดับ ดู (VIEW) / แก้ไข (EDIT) / ลบ (DELETE) ในทุกหน้า แม้พิมพ์ URL เข้าตรง ๆ ระบบก็จะบล็อกการกระทำที่ไม่มีสิทธิ์

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

บทบาทของคุณกำหนดว่าจะเห็นเมนูใดและทำสิ่งใดได้บ้างในแต่ละหน้า หากต้องเปลี่ยนบทบาท SuperAdmin จะต้องเป็นผู้แก้ไขที่ Settings > Admin Users


สถานการณ์: รีเซ็ตรหัสผ่าน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กู้คืนการเข้าถึงบัญชีเมื่อลืมรหัสผ่าน โดยรีเซ็ตผ่านอีเมล

ขั้นตอน

  1. ที่หน้าเข้าสู่ระบบ คลิกลิงก์ ลืมรหัสผ่าน? (Forgot Password) ใต้ช่องรหัสผ่าน

  2. กรอก อีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ในช่องอีเมล

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    อีเมล (Email)* อีเมลที่ผูกกับบัญชี Admin ของคุณ ต้องตรงกับบัญชีที่มีอยู่
  3. คลิก ส่งลิงก์รีเซ็ต (Send Reset Link)

    หมายเหตุ: ระบบจะแสดงข้อความสำเร็จเหมือนกันไม่ว่าอีเมลจะมีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อป้องกันการคาดเดาบัญชีที่มีอยู่ในระบบ

  4. ตรวจอีเมลของคุณ (รวมถึงโฟลเดอร์ Spam/Junk) เพื่อหาอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านจาก Infrabrik

    คำเตือน: ลิงก์รีเซ็ตมีอายุ 1 ชั่วโมง เท่านั้น หากหมดอายุ ต้องขอลิงก์ใหม่โดยทำซ้ำขั้นตอนข้างต้น

  5. คลิกลิงก์ รีเซ็ตรหัสผ่าน (Reset Password) ในอีเมล ระบบจะพาไปยังหน้ารีเซ็ตรหัสผ่าน

  6. กรอก รหัสผ่านใหม่ และยืนยันอีกครั้ง

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    รหัสผ่านใหม่ (New Password)* รหัสผ่านใหม่ของบัญชี เป็นไปตามเงื่อนไขความยาวและความซับซ้อนของระบบ
    ยืนยันรหัสผ่านใหม่ (Confirm Password)* กรอกรหัสผ่านเดิมซ้ำ ต้องตรงกับรหัสผ่านใหม่ทุกตัวอักษร
  7. คลิก รีเซ็ตรหัสผ่าน (Reset Password) เพื่อยืนยัน

    หมายเหตุ: ระบบจัดเก็บรหัสผ่านใหม่อย่างปลอดภัย ไม่เก็บรหัสผ่านแบบข้อความธรรมดา

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบอัปเดตรหัสผ่านทันทีและพากลับไปหน้าเข้าสู่ระบบ ให้เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านใหม่ เซสชันบนอุปกรณ์อื่นจะยังใช้งานได้จนกว่าโทเค็นจะหมดอายุ

คำเตือน: หากคลิกลิงก์รีเซ็ตที่ถูกใช้ไปแล้วหรือหมดอายุ จะพบข้อความ error ให้ขอลิงก์ใหม่ผ่านขั้นตอน "ลืมรหัสผ่าน" อีกครั้ง


สถานการณ์: จัดการเซสชันหมดอายุ

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เข้าใจการจัดการเซสชัน และรู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเซสชันหมดอายุ

ขั้นตอน

  1. เซสชันของคุณบริหารด้วยโทเค็น 2 ตัวทำงานร่วมกัน:

    โทเค็น อายุ เมื่อหมดอายุจะเกิดอะไรขึ้น
    Access Token 15 นาที ต่ออายุอัตโนมัติด้วย Refresh Token โดยคุณจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
    Refresh Token 7 วัน คุณจะถูกพากลับไปหน้าเข้าสู่ระบบ และต้องล็อกอินใหม่
  2. ระหว่างใช้งานปกติ ระบบจะต่ออายุเซสชันให้อัตโนมัติเบื้องหลัง — คุณไม่ต้องทำอะไร

  3. หากไม่ได้ใช้งานนานเกิน 7 วัน Refresh Token จะหมดอายุ คำขอถัดไปจะล้มเหลวและระบบพากลับไปหน้าเข้าสู่ระบบพร้อมข้อความ "เซสชันหมดอายุ"

  4. เข้าสู่ระบบใหม่ด้วยอีเมลและรหัสผ่าน ข้อมูลที่กำลังกรอกค้างไว้ในฟอร์มอาจไม่ถูกบันทึก

    เคล็ดลับ: บันทึกงานบ่อย ๆ หากกำลังกรอกฟอร์มยาว ให้กดบันทึกก่อนลุกจากหน้าจอเป็นเวลานาน

  5. หากต้องการออกจากระบบเอง คลิก ออกจากระบบ (Logout) จากเมนูผู้ใช้ ระบบจะยกเลิกเซสชันทันที

    หมายเหตุ: ระบบรองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน การออกจากระบบบนอุปกรณ์หนึ่งไม่กระทบเซสชันบนอุปกรณ์อื่น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

หลังเข้าสู่ระบบใหม่ คุณจะกลับมาที่ Dashboard ใช้ sidebar นำทางไปยังจุดที่ทำค้างไว้ ข้อมูลฟอร์มที่ยังไม่บันทึกต้องกรอกใหม่


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
"อีเมลหรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง" 1. ตรวจสอบอีเมลให้ถูกต้อง (case-sensitive) 2. ตรวจการพิมพ์รหัสผ่าน 3. ใช้ "ลืมรหัสผ่าน" หากจำรหัสไม่ได้
ไม่ได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน 1. ตรวจโฟลเดอร์ Spam/Junk 2. ตรวจว่ากรอกอีเมลถูก 3. รอ 2–3 นาที 4. ขอลิงก์ใหม่ 5. ติดต่อ SuperAdmin หากยังไม่ได้รับ
"ลิงก์หมดอายุ กรุณาขอใหม่" ลิงก์มีอายุ 1 ชั่วโมง กลับไปหน้าเข้าสู่ระบบแล้วขอลิงก์ "ลืมรหัสผ่าน" ใหม่
ถูกพากลับหน้าเข้าสู่ระบบโดยไม่คาดคิด Refresh Token (7 วัน) หมดอายุ ซึ่งเป็นปกติหลังไม่ใช้งานนาน เข้าสู่ระบบใหม่
เมนูใน sidebar หายไป บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ในฟีเจอร์นั้น ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบบทบาท
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทของคุณไม่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบตารางสิทธิ์ด้านบน หรือติดต่อ SuperAdmin
หน้าโหลดแต่ข้อมูลว่าง 1. ตรวจอินเทอร์เน็ต 2. รีเฟรชหน้า 3. ตรวจว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง 4. tenant อาจยังไม่มีข้อมูล
หน้าเข้าสู่ระบบไม่โหลด 1. ตรวจ URL 2. ตรวจอินเทอร์เน็ต 3. ล้าง cache เบราว์เซอร์ 4. ลองเบราว์เซอร์อื่น 5. ติดต่อฝ่าย IT

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
เข้าสู่ระบบ Admin Portal เบราว์เซอร์ → URL พอร์ทัล กรอกอีเมล + รหัสผ่าน → เข้าสู่ระบบ
ดู Dashboard หลัก sidebar → Dashboard (โหลดอัตโนมัติ)
จัดการงาน sidebar → Jobs → Job Management (โหลดรายการงาน)
ดูปฏิทิน PM sidebar → Jobs → PM Calendar (โหลดปฏิทิน)
ดูภาระงานช่าง sidebar → Jobs → Workload (โหลดตารางภาระงาน)
จัดการลูกค้า sidebar → Customers เลือกเมนูย่อย
จัดการช่าง sidebar → Technicians เลือกเมนูย่อย
จัดการสินทรัพย์ sidebar → Assets เลือกเมนูย่อย
จัดการอะไหล่ sidebar → Spare Parts เลือกเมนูย่อย
จัดการ Admin sidebar → Settings → Admin Users (เฉพาะ SuperAdmin)
รีเซ็ตรหัสผ่าน หน้า Login → ลืมรหัสผ่าน? กรอกอีเมล → ตรวจกล่องจดหมาย
ออกจากระบบ เมนูผู้ใช้ (มุมขวาบน) ออกจากระบบ

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้าเข้าสู่ระบบพร้อมช่องอีเมลและรหัสผ่าน /login
2 sidebar แบบขยายเต็มแสดงทุกกลุ่มเมนู /dashboard (sidebar)
3 sidebar สถานะย่อแสดงเฉพาะไอคอน /dashboard (sidebar ย่อ)
4 รายการ Admin Users แสดงคอลัมน์บทบาท /settings/admin-users
5 หน้า Login พร้อมไฮไลต์ลิงก์ "ลืมรหัสผ่าน?" /login
6 ตัวอย่างอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน กล่องจดหมาย
7 หน้ารีเซ็ตรหัสผ่านพร้อมช่องรหัสผ่านใหม่ /auth/reset-password
8 หน้าเข้าสู่ระบบหลังเซสชันหมดอายุ /login (หลังเซสชันหมดอายุ)

อ้างอิง: FR-020, UF-020 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

ตั้งค่าระบบและข้อมูลบริษัท (System & Company Setup)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 01

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — กำหนดข้อมูลพื้นฐานขององค์กรที่มีผลกับทั้งระบบ ได้แก่ โปรไฟล์บริษัท (โลโก้ ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ เขตเวลา), ข้อมูลสำหรับออกบิล/ที่อยู่เรียกเก็บเงิน, ค่าพื้นที่/โซน (Area/Zone) และกฎ SLA สำหรับวัดระดับการให้บริการ การตั้งค่าเหล่านี้มีผลกับผู้ใช้ทุกคนในองค์กร

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → ตั้งค่า (Settings)

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-015 (System Settings), UF-015

โมดูลในโค้ดเบสsetting-company-profile, setting-dropdown, setting-sla, SettingCompanyProfile, SettingDropdown, SettingSla


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


สถานการณ์: ตั้งค่าโปรไฟล์บริษัท

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดหรือปรับปรุงข้อมูลบริษัทที่จะปรากฏในหัว/ท้ายรายงาน ไฟล์ส่งออก (export) และส่วนหัวของ Admin Portal รวมถึงตั้งค่าเขตเวลาที่มีผลกับการแสดงเวลาทั้งระบบ

ขั้นตอน

  1. คลิก ตั้งค่า (Settings) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิก โปรไฟล์บริษัท (Company Profile)

    หน้าฟอร์มโปรไฟล์บริษัทพร้อมทุกช่อง
    หน้าฟอร์มโปรไฟล์บริษัทพร้อมทุกช่อง

  2. กรอกข้อมูลบริษัทในฟอร์ม:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อบริษัท (Company Name)* ชื่อบริษัทที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ห้ามเว้นว่าง ความยาวไม่เกิน 200 ตัวอักษร
    โลโก้บริษัท (Logo) ไฟล์ภาพโลโก้ของบริษัท ไม่บังคับ แนะนำไฟล์ PNG หรือ JPG ต้องเป็น URL/ไฟล์ภาพที่ถูกต้อง
    รูปปก (Cover Image) ไฟล์ภาพปกของบริษัท ไม่บังคับ แนะนำไฟล์ PNG หรือ JPG
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่บริษัทแบบเต็ม ไม่บังคับ ความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร
    เบอร์โทร (Phone) เบอร์โทรติดต่อบริษัท ไม่บังคับ ต้องเป็นรูปแบบเบอร์โทรที่ถูกต้อง
    อีเมล (Email) อีเมลติดต่อบริษัท ไม่บังคับ ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง
    เขตเวลา (Timezone)* เขตเวลาที่องค์กรใช้ดำเนินงาน ห้ามเว้นว่าง ต้องเป็นเขตเวลาที่ถูกต้องตามฐานข้อมูล IANA (เช่น Asia/Bangkok)

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  3. อัปโหลดหรือเปลี่ยน โลโก้ (Logo) โดยคลิกที่ พื้นที่โลโก้ แล้วเลือกไฟล์ภาพจากเครื่องของคุณ ทำซ้ำขั้นตอนเดียวกันกับ รูปปก (Cover Image)

  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

    หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือผิดเงื่อนไข ระบบจะแสดงข้อความ "Validation error" ที่ช่องที่มีปัญหา ให้แก้ไขแล้วกด บันทึก (Save) อีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกข้อมูลและมีผล ทันที ทั่วทั้งแพลตฟอร์ม โลโก้จะปรากฏในหัวรายงาน ไฟล์ PDF ที่ส่งออก และส่วนหัวของ Admin Portal ส่วนเขตเวลาที่ตั้งใหม่จะมีผลกับการแสดงวันที่/เวลาทุกจุด

คำเตือน: การเปลี่ยนเขตเวลามีผลกับการแสดงเวลาของข้อมูลย้อนหลังทั้งหมด ระบบไม่เปลี่ยนข้อมูลที่จัดเก็บจริง (เก็บเป็น UTC) แต่เหตุการณ์ในอดีตอาจแสดงเวลาต่างจากเดิม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกเขตเวลาถูกต้องก่อนบันทึก


สถานการณ์: ตั้งค่าข้อมูลสำหรับออกบิล / ที่อยู่เรียกเก็บเงิน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดข้อมูลที่ใช้สำหรับออกบิล/เรียกเก็บเงินขององค์กร เพื่อให้เอกสารและรายงานทางการเงินแสดงข้อมูลที่ถูกต้อง

ขั้นตอน

  1. คลิก ตั้งค่า (Settings) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิก โปรไฟล์บริษัท (Company Profile)

  2. ตรวจสอบและกรอกข้อมูลที่ใช้สำหรับออกบิล โดยอ้างอิงช่องในตารางโปรไฟล์บริษัท:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อบริษัท (Company Name)* ชื่อนิติบุคคลที่ใช้ในเอกสารเรียกเก็บเงิน ห้ามเว้นว่าง ความยาวไม่เกิน 200 ตัวอักษร
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่ที่ใช้ในใบแจ้งหนี้/เอกสารเรียกเก็บเงิน ความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร
    เบอร์โทร (Phone) เบอร์ติดต่อสำหรับสอบถามด้านการเงิน ต้องเป็นรูปแบบเบอร์โทรที่ถูกต้อง
    อีเมล (Email) อีเมลรับเอกสาร/ติดต่อด้านการเงิน ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  3. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกข้อมูลและนำไปใช้ในเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องทันที

หมายเหตุ: หากองค์กรใช้ที่อยู่เรียกเก็บเงินแยกจากที่อยู่ติดต่อ ให้ตรวจสอบกับผู้ดูแลระบบขององค์กรว่าระบบรองรับการแยกข้อมูลนี้หรือไม่ ก่อนกรอกข้อมูลปะปนกัน


สถานการณ์: ตั้งค่าพื้นที่/โซน (Area / Zone)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดค่ารายการพื้นที่/โซนที่ใช้เลือกในฟอร์มต่าง ๆ ทั่วทั้งระบบ (เช่น พื้นที่ให้บริการ) ผ่านการจัดการค่าดรอปดาวน์ (Dropdown)

ขั้นตอน

  1. คลิก ตั้งค่า (Settings) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิก ค่าดรอปดาวน์ (Dropdowns)

    หน้ารายการหมวดหมู่ค่าดรอปดาวน์
    หน้ารายการหมวดหมู่ค่าดรอปดาวน์

  2. เลือกการ์ดหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับ พื้นที่/โซน (Area/Zone) เพื่อจัดการรายการค่า

  3. ตรวจสอบรายการค่าปัจจุบันของหมวดที่เลือก แต่ละแถวแสดง:

    คอลัมน์ ความหมาย
    ค่า (Value) ข้อความที่แสดงในเมนูดรอปดาวน์
    ลำดับ (Display Order) ตำแหน่งในรายการดรอปดาวน์ (จัดเรียงได้)
    สถานะ (Active) สลับเปิด/ปิด เพื่อแสดงหรือซ่อนค่านั้น

    รายการค่าดรอปดาวน์พร้อมลำดับและสถานะ
    รายการค่าดรอปดาวน์พร้อมลำดับและสถานะ

  4. เพิ่มค่าใหม่ โดยคลิก + เพิ่มรายการ (+ Add) แล้วกรอก:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    หมวดหมู่ (Category)* ชื่อหมวดหมู่ของชุดค่า ห้ามเว้นว่าง
    ค่า (Value)* ข้อความที่จะแสดงในเมนูดรอปดาวน์ ห้ามเว้นว่าง ความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
    ลำดับ (Display Order)* ลำดับการแสดงผลของค่านั้น เป็นจำนวนเต็ม ค่าเริ่มต้นต่อท้ายรายการ จัดเรียงใหม่ได้
    สถานะ (Active)* เปิด/ปิดการใช้งานค่านั้น ค่าเริ่มต้นคือเปิด (Active)

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  5. แก้ไขค่าที่มีอยู่ โดยคลิกที่แถวนั้นแล้วแก้ไขข้อความหรือสลับสถานะ

  6. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ค่าใหม่และค่าที่แก้ไขจะใช้งานได้ ทันที ในฟอร์มที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งระบบ ค่าที่ปิดสถานะ (Active = ปิด) จะไม่ปรากฏในเมนูดรอปดาวน์อีก แต่ยังคงแสดงในเรคคอร์ดเดิมที่เคยใช้ค่านั้น

คำเตือน: คุณ ลบไม่ได้ หากค่าดรอปดาวน์นั้นกำลังถูกใช้งานอยู่ในเรคคอร์ดที่มีอยู่ (เช่น ใบงาน สัญญา) ปุ่มลบจะถูกปิดใช้งาน ให้ปิดสถานะ (สลับ Active เป็นปิด) เพื่อซ่อนจากการเลือกในอนาคตแทน


สถานการณ์: ตั้งค่ากฎ SLA

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดเป้าหมายระดับการให้บริการ (SLA) ได้แก่ เวลาตอบสนอง (SLA In) และเวลาแก้ไขให้เสร็จ (SLA Out) พร้อมตั้งกฎเฉพาะรายพื้นที่หรือรายลูกค้าได้

ขั้นตอน

  1. คลิก ตั้งค่า (Settings) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิก SLA

    หน้ารายการกฎ SLA
    หน้ารายการกฎ SLA

  2. คลิก + สร้าง SLA (+ Create) เพื่อสร้างกฎใหม่ หรือคลิกแก้ไขกฎที่มีอยู่ จากนั้นกรอกฟอร์ม:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อ SLA (Name)* ชื่อเรียกของกฎ SLA นี้ ห้ามเว้นว่าง ต้องไม่ซ้ำ
    ประเภทใบงาน (Job Type) ประเภทใบงานที่กฎนี้บังคับใช้ — BM / PM / IN / UN / IS / QC ไม่บังคับ ใช้กรองตามประเภทงาน
    ระดับความสำคัญ (Priority) ระดับความสำคัญ — Low / Medium / High / Critical ไม่บังคับ ใช้กรองตามระดับความสำคัญ
    SLA In (ชั่วโมง)* เวลาตอบสนองสูงสุด (ตั้งแต่สร้างงานจนช่างรับงาน) ต้องเป็นจำนวนเต็มมากกว่า 0
    SLA Out (ชั่วโมง)* เวลาแก้ไขให้เสร็จสูงสุด (ตั้งแต่สร้างงานจนงานเสร็จ DONE) ต้องเป็นจำนวนเต็มมากกว่า 0
    พื้นที่ (Province) จังหวัด/พื้นที่ที่กฎนี้บังคับใช้ (ใช้ Transfer List เลือกจังหวัด) ไม่บังคับ ใช้สำหรับ SLA รายพื้นที่
    ลูกค้า (Customer) ลูกค้าที่กฎนี้บังคับใช้เฉพาะ ไม่บังคับ ใช้สำหรับ SLA รายลูกค้า

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  3. หากต้องตั้งกฎเฉพาะรายพื้นที่ ให้ใช้ Transfer List (พื้นที่) ย้ายจังหวัดที่ต้องการเข้ากฎนี้

  4. หากต้องตั้งกฎเฉพาะรายลูกค้า ให้เลือกลูกค้าในช่อง ลูกค้า (Customer)

  5. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

    หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือผิดเงื่อนไข ระบบจะแสดงข้อความ "Validation error displayed" ให้แก้ไขแล้วบันทึกอีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

กฎ SLA มีผลทันทีกับงานใหม่ ระบบจะวัดเวลาตอบสนองและเวลาแก้ไขเทียบกับกฎ SLA ที่บังคับใช้ตามลำดับความสำคัญ และจะติดธงเตือนงานที่ใกล้หรือเกินเกณฑ์ SLA ในรายการงานและรายงาน

ลำดับการเลือกใช้ SLA ของระบบ (จากเฉพาะเจาะจงมากที่สุดไปทั่วไป):

ลำดับ กฎที่ตรวจสอบ ถ้าพบ
1 SLA เฉพาะรายลูกค้า ใช้ SLA ของลูกค้านั้น
2 SLA เฉพาะรายพื้นที่ (จังหวัด) ใช้ SLA ของพื้นที่นั้น
3 SLA ตามประเภทใบงาน + ระดับความสำคัญ ใช้ SLA ตามประเภทงาน
4 ไม่พบกฎเฉพาะ ใช้ SLA ค่าเริ่มต้น (Default)

หมายเหตุ: กฎที่เฉพาะเจาะจงกว่าจะมีผลเหนือกฎทั่วไป (รายลูกค้า > รายพื้นที่ > ตามประเภทงาน > ค่าเริ่มต้น) และเขตเวลาขององค์กรมีผลกับการคำนวณเวลา SLA ทั้งหมด — ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตั้งเขตเวลาในโปรไฟล์บริษัทถูกต้องแล้ว


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
โลโก้บริษัทไม่ปรากฏในรายงาน 1. ตรวจว่าอัปโหลดโลโก้สำเร็จ (ต้องแสดงในหน้าโปรไฟล์บริษัท) 2. ใช้ไฟล์ PNG หรือ JPG 3. ไฟล์ภาพขนาดใหญ่มากอาจอัปโหลดล้มเหลวเงียบ ๆ ให้ลองย่อขนาด
เปลี่ยนเขตเวลาแล้วเวลาแสดงผิด เขตเวลามีผลกับการแสดงผลเท่านั้น ไม่กระทบข้อมูลที่จัดเก็บ ให้รีเฟรชหน้า แล้วตรวจว่าเลือกเขตเวลาถูกต้อง (เช่น Asia/Bangkok สำหรับเวลาไทย GMT+7)
บันทึกโปรไฟล์บริษัทไม่ได้ ("Validation error") ตรวจช่องที่ต้องกรอก (*): ชื่อบริษัท และเขตเวลา ห้ามเว้นว่าง ความยาวต้องไม่เกินที่กำหนด แล้วกด บันทึก อีกครั้ง
ลบค่าดรอปดาวน์ (พื้นที่/โซน) ไม่ได้ ค่านั้นถูกใช้งานในเรคคอร์ดที่มีอยู่ ลบไม่ได้ ให้สลับสถานะ Active เป็นปิดแทน เพื่อซ่อนจากการเลือกในอนาคตโดยคงข้อมูลเดิมไว้
SLA ไม่ติดธงเตือน 1. ตรวจว่าตั้งกฎ SLA สำหรับประเภทใบงานถูกต้อง 2. ตรวจว่ามีกฎเฉพาะรายลูกค้า/รายพื้นที่ที่บังคับใช้แทนกฎทั่วไปหรือไม่ 3. ตรวจว่าสถานที่ของลูกค้ามีข้อมูลจังหวัดครบ (สำหรับกฎรายพื้นที่)
เวลา SLA คำนวณคลาดเคลื่อน ตรวจเขตเวลาในโปรไฟล์บริษัท เพราะเขตเวลามีผลกับการคำนวณ SLA ทั้งหมด
SLA In/Out กรอกแล้วบันทึกไม่ได้ ค่า SLA In และ SLA Out ต้องเป็นจำนวนเต็มมากกว่า 0 และต้องกรอก ชื่อ SLA ห้ามเว้นว่างและต้องไม่ซ้ำ
ไม่พบเมนู ตั้งค่า (Settings) ใน sidebar บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ในหมวด Settings ติดต่อ SuperAdmin ขององค์กร

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
แก้ข้อมูลบริษัท sidebar → ตั้งค่า → โปรไฟล์บริษัท แก้ไขช่อง → บันทึก
อัปโหลดโลโก้บริษัท sidebar → ตั้งค่า → โปรไฟล์บริษัท คลิกพื้นที่โลโก้ → เลือกภาพ → บันทึก
ตั้งเขตเวลาองค์กร sidebar → ตั้งค่า → โปรไฟล์บริษัท เลือกเขตเวลา → บันทึก
ตั้งข้อมูลออกบิล/ที่อยู่เรียกเก็บเงิน sidebar → ตั้งค่า → โปรไฟล์บริษัท กรอกชื่อ/ที่อยู่/ติดต่อ → บันทึก
จัดการค่าพื้นที่/โซน sidebar → ตั้งค่า → ค่าดรอปดาวน์ → เลือกหมวด เพิ่ม/แก้ไข/จัดลำดับค่า → บันทึก
เพิ่มค่าพื้นที่/โซน sidebar → ตั้งค่า → ค่าดรอปดาวน์ → เลือกหมวด + เพิ่มรายการ → กรอกค่า → บันทึก
ปิดใช้งานค่าพื้นที่/โซน sidebar → ตั้งค่า → ค่าดรอปดาวน์ → เลือกค่า สลับ Active เป็นปิด → บันทึก
สร้าง/แก้ไขกฎ SLA sidebar → ตั้งค่า → SLA + สร้าง SLA → กรอกฟอร์ม → บันทึก
ตั้ง SLA รายพื้นที่ sidebar → ตั้งค่า → SLA ใช้ Transfer List เลือกจังหวัด → บันทึก
ตั้ง SLA รายลูกค้า sidebar → ตั้งค่า → SLA เลือกลูกค้า → บันทึก

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้าฟอร์มโปรไฟล์บริษัทพร้อมทุกช่องและพื้นที่อัปโหลดโลโก้ /settings/company-profile
2 ขั้นตอนอัปโหลดโลโก้ — กล่องเลือกไฟล์ภาพ /settings/company-profile (อัปโหลดโลโก้)
3 หน้ารายการหมวดหมู่ค่าดรอปดาวน์ /settings/dropdowns
4 รายการค่าดรอปดาวน์พร้อมลำดับและปุ่มสลับสถานะ Active /settings/dropdowns/[category]
5 หน้ารายการกฎ SLA แสดงประเภทใบงานพร้อมเวลา SLA In/Out /settings/sla
6 การกำหนด SLA รายพื้นที่ด้วย Transfer List /settings/sla (กำหนดพื้นที่)
7 การกำหนด SLA เฉพาะรายลูกค้า /settings/sla (กำหนดลูกค้า)

อ้างอิง: FR-015, UF-015 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

จัดการผู้ใช้และสิทธิ์การเข้าถึง (Admin Portal)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 02

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — สร้าง แก้ไข และปิดใช้งานบัญชีผู้ดูแลระบบ (Admin), เชิญผู้ใช้ใหม่ทางอีเมล, กำหนดบทบาท (Role) ตามลำดับชั้น และตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงแบบรายฟีเจอร์ (Team Permission — VIEW / EDIT / DELETE)

ใครใช้งาน — SuperAdmin (สิทธิ์เต็ม), ผู้ดูแลระบบ (Admin) ที่ได้รับสิทธิ์จัดการผู้ใช้

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → ตั้งค่า (Settings) → บัญชีผู้ใช้ (Admin Users) และ สิทธิ์การเข้าถึง (Permissions)

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-015 (System Settings), FR-020 (Admin Authentication & Authorization), UF-015

โมดูลในโค้ดเบสsetting-user-account, setting-permission, auth, guards


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


สถานการณ์: เชิญผู้ใช้ Admin คนใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างบัญชี Admin ใหม่และส่งคำเชิญทางอีเมล เพื่อให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านเองและเข้าสู่ระบบได้

ขั้นตอน

  1. ไปที่ ตั้งค่า (Settings) → บัญชีผู้ใช้ (Admin Users) ในเมนูด้านซ้าย

    รายการบัญชีผู้ใช้ Admin แสดงชื่อ อีเมล บทบาท และสถานะ
    รายการบัญชีผู้ใช้ Admin แสดงชื่อ อีเมล บทบาท และสถานะ

  2. คลิกปุ่ม เชิญผู้ใช้ (เชิญผู้ใช้ / Invite) ที่มุมขวาบนของหน้า

  3. กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มคำเชิญ

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    อีเมล (Email)* อีเมลของผู้ใช้ใหม่ ใช้เป็นข้อมูลเข้าสู่ระบบ ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง และไม่ซ้ำกับผู้ใช้ที่มีอยู่ภายใน tenant เดียวกัน
    บทบาท (Role)* เลือกบทบาทของผู้ใช้: Admin / Dispatcher / Manager ต้องเลือก 1 บทบาท ดูลำดับชั้นบทบาทในสถานการณ์ถัดไป

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

    แบบฟอร์มเชิญผู้ใช้ Admin พร้อมช่องอีเมลและบทบาท
    แบบฟอร์มเชิญผู้ใช้ Admin พร้อมช่องอีเมลและบทบาท

    คำเตือน: ตรวจสอบอีเมลให้ถูกต้องก่อนส่ง ระบบจะส่งลิงก์ตั้งรหัสผ่านไปยังอีเมลนี้ หากพิมพ์ผิด คำเชิญจะถูกส่งไปผิดคน

  4. คลิกปุ่ม ส่งคำเชิญ (เชิญผู้ใช้) ระบบจะส่งอีเมลคำเชิญไปยังที่อยู่ที่ระบุ

  5. อีเมลคำเชิญจะมีองค์ประกอบดังนี้:

    องค์ประกอบในอีเมล คำอธิบาย
    ข้อความต้อนรับ แจ้งว่าผู้ใช้ถูกเชิญเข้าใช้งาน Infrabrik Admin Portal
    ลิงก์ตั้งรหัสผ่าน ลิงก์ใช้ครั้งเดียวสำหรับตั้งรหัสผ่านของบัญชี
    อายุของลิงก์ ลิงก์มีอายุจำกัด (สอดคล้องกับลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่านที่มีอายุ 1 ชั่วโมง — ตรวจสอบกับ SuperAdmin หากไม่แน่ใจ)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ผู้ใช้ใหม่จะได้รับอีเมลคำเชิญ คลิกลิงก์ตั้งรหัสผ่าน แล้วเข้าสู่ระบบได้ทันทีด้วยสิทธิ์ตามบทบาทที่กำหนด บัญชีจะปรากฏในรายการบัญชีผู้ใช้พร้อมสถานะ ใช้งาน (Active)

เคล็ดลับ: หลังส่งคำเชิญ ให้ยืนยันกับผู้ใช้ว่าได้รับอีเมลแล้ว หากไม่พบภายในไม่กี่นาที ให้ตรวจในโฟลเดอร์ Spam/Junk


สถานการณ์: สร้างบัญชีผู้ใช้ Admin ด้วยตนเอง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างบัญชี Admin ใหม่โดยกรอกข้อมูลผู้ใช้ บทบาท แผนก และกลุ่มสิทธิ์ด้วยตนเองในแบบฟอร์ม

ขั้นตอน

  1. ไปที่ ตั้งค่า (Settings) → บัญชีผู้ใช้ (Admin Users)

  2. คลิกปุ่ม + สร้างบัญชีผู้ใช้ (สร้างบัญชีผู้ใช้) ที่ด้านบนของหน้า

    แบบฟอร์มสร้างบัญชีผู้ใช้ Admin
    แบบฟอร์มสร้างบัญชีผู้ใช้ Admin

  3. กรอกข้อมูลในส่วน ข้อมูลทั่วไป

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อ (Name)* ชื่อที่ใช้แสดงของผู้ใช้ ห้ามเว้นว่าง ยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
    อีเมล (Email)* อีเมลที่ใช้เข้าสู่ระบบ ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง และไม่ซ้ำภายใน tenant เดียวกัน
    เบอร์โทร (Phone) เบอร์โทรติดต่อของผู้ใช้ ไม่บังคับ ต้องเป็นรูปแบบเบอร์โทรที่ถูกต้องหากกรอก
  4. กำหนด บทบาท & แผนก (Role & Department)

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    บทบาท (Role)* เลือก Admin / Dispatcher / Manager ต้องเลือก 1 บทบาท กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงพื้นฐาน
    ประเภทแผนก (Department type)* เลือกประเภทแผนก (เช่น DEPARTMENT_ADMIN หรือ DEPARTMENT) DEPARTMENT_ADMIN ได้สิทธิ์เต็ม, DEPARTMENT ปรับสิทธิ์ได้ตาม Team Permission
  5. กำหนด สิทธิ์การเข้าถึง (Permission group) โดยเลือกกลุ่มสิทธิ์ที่ผู้ใช้นี้จะได้รับ

    หมายเหตุ: กลุ่มสิทธิ์ถูกตั้งค่าไว้ล่วงหน้าในเมนู สิทธิ์การเข้าถึง (Permissions) ดูวิธีสร้างกลุ่มสิทธิ์ในสถานการณ์ "ตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงแบบรายฟีเจอร์ (Team Permission)" ด้านล่าง

  6. คลิกปุ่ม บันทึก (บันทึก / Save)

    คำเตือน: หากข้อมูลไม่ผ่านการตรวจสอบ ระบบจะแสดงข้อความ error ที่ช่องที่มีปัญหา ให้แก้ไขแล้วบันทึกอีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างบัญชีและแสดงข้อความสร้างบัญชีสำเร็จ บัญชีใหม่จะปรากฏในรายการบัญชีผู้ใช้ทันที พร้อมบทบาทและสิทธิ์ที่กำหนด


สถานการณ์: เข้าใจลำดับชั้นบทบาทและเปลี่ยนบทบาทผู้ใช้

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ทำความเข้าใจลำดับชั้นบทบาท (SuperAdmin > Admin > Manager > User) และเปลี่ยนบทบาทของผู้ใช้ที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มหรือลดสิทธิ์

ขั้นตอน

  1. ทบทวนลำดับชั้นและสิทธิ์ของแต่ละบทบาทก่อนเปลี่ยนแปลง:

    บทบาท ระดับ สิ่งที่ทำได้
    SuperAdmin 1 (สูงสุด) เข้าถึงทุกฟีเจอร์รวมถึงตั้งค่าระบบ จัดการบัญชี Admin คนอื่น และกำหนดสิทธิ์ทั้งหมด
    Admin 2 เข้าถึงฟีเจอร์ปฏิบัติการเกือบทั้งหมด แต่แก้ไขการตั้งค่าระดับระบบหรือจัดการบัญชี SuperAdmin ไม่ได้
    Manager 3 ดูข้อมูลได้ทั้งหมด แก้ไขได้จำกัด สร้างหรือลบเรคคอร์ดไม่ได้
    User 4 (ต่ำสุด) ดูอย่างเดียวในฟีเจอร์ที่ได้รับมอบหมาย แก้ไขข้อมูลใด ๆ ไม่ได้

    หมายเหตุ: ลำดับชั้นบทบาทถูกบังคับใช้โดยระบบ (FR-020 BR4) บทบาทที่สูงกว่าครอบคลุมสิทธิ์ของบทบาทที่ต่ำกว่า

  2. ไปที่ ตั้งค่า (Settings) → บัญชีผู้ใช้ (Admin Users)

  3. คลิกผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนบทบาท เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด/แก้ไข

    หน้ารายละเอียดผู้ใช้ Admin พร้อมช่องเลือกบทบาท
    หน้ารายละเอียดผู้ใช้ Admin พร้อมช่องเลือกบทบาท

  4. เปลี่ยนค่าในช่อง บทบาท (Role) เป็นบทบาทใหม่ที่ต้องการ

    เปลี่ยนจาก เป็น ผลที่เกิด
    User Manager ได้สิทธิ์แก้ไขแบบจำกัด
    Manager Admin ได้สิทธิ์เต็มในฟีเจอร์ปฏิบัติการเกือบทั้งหมด
    Admin SuperAdmin ได้สิทธิ์เข้าถึงตั้งค่าระบบและจัดการบัญชี Admin
    SuperAdmin Admin สูญเสียสิทธิ์ตั้งค่าระบบและจัดการบัญชี Admin
  5. คลิกปุ่ม บันทึก (บันทึก / Save) เพื่อใช้การเปลี่ยนบทบาท

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

การเปลี่ยนบทบาทจะมีผลใน เซสชันถัดไป ของผู้ใช้ (FR-015 BR3) หากผู้ใช้กำลังเข้าสู่ระบบอยู่ จะยังใช้สิทธิ์เดิมจนกว่าจะออกจากระบบและเข้าสู่ระบบใหม่

คำเตือน: ใช้ความระมัดระวังเมื่อเลื่อนผู้ใช้เป็น SuperAdmin เพราะ SuperAdmin แก้ไขการตั้งค่าระบบทั้งหมด จัดการบัญชี Admin คนอื่น และเข้าถึงข้อมูลที่อ่อนไหวได้ ยึดหลักให้สิทธิ์น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น (least privilege)

หมายเหตุ: ระบบกำหนดให้ต้องมีบัญชี SuperAdmin อย่างน้อย 1 บัญชีเสมอ (FR-015 BR1) หากนี่เป็น SuperAdmin คนเดียว ต้องสร้าง SuperAdmin คนใหม่ก่อน จึงจะลดบทบาทคนนี้ได้


สถานการณ์: ปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ Admin

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ระงับการเข้าถึงระบบของผู้ใช้ Admin โดยยังคงเก็บประวัติการทำงานและ audit trail ไว้

ขั้นตอน

  1. ไปที่ ตั้งค่า (Settings) → บัญชีผู้ใช้ (Admin Users)

  2. คลิกผู้ใช้ที่ต้องการปิดใช้งาน เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด หรือใช้สวิตช์สถานะในแถวรายการ

  3. สลับ สถานะ (Status) เป็น ปิดใช้งาน (Inactive)

    การสลับสถานะบัญชีผู้ใช้ Admin เป็นปิดใช้งาน
    การสลับสถานะบัญชีผู้ใช้ Admin เป็นปิดใช้งาน

    สถานะ ผลที่เกิด
    ใช้งาน (Active) ผู้ใช้เข้าสู่ระบบและใช้งานพอร์ทัลได้
    ปิดใช้งาน (Inactive) ผู้ใช้เข้าสู่ระบบไม่ได้ เซสชันที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดถูกยกเลิก
  4. คลิกปุ่ม บันทึก (บันทึก / Save) เพื่อยืนยัน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบไม่ได้อีก หากกำลังเข้าสู่ระบบอยู่ เซสชันจะถูกยกเลิก ประวัติการทำงานทั้งหมดยังคงอยู่ใน audit trail ตามชื่อของผู้ใช้ บัญชียังอยู่ในรายการพร้อมป้ายกำกับ ปิดใช้งาน (Inactive)

คำเตือน: คุณไม่สามารถปิดใช้งานบัญชีของตนเองได้ (FR-015 BR2) ต้องให้ SuperAdmin คนอื่นเป็นผู้ดำเนินการ และต้องมีบัญชี SuperAdmin ที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 1 บัญชีเสมอ

เคล็ดลับ: ให้ปิดใช้งานบัญชีทันทีเมื่อสมาชิกทีมออกจากองค์กรหรือเปลี่ยนบทบาท อย่าลบบัญชี เพราะการปิดใช้งานช่วยรักษา audit trail ไว้


สถานการณ์: ตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงแบบรายฟีเจอร์ (Team Permission)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างหรือแก้ไขกลุ่มสิทธิ์ (Role) เพื่อควบคุมว่าบทบาทใดเห็นและเข้าถึงฟีเจอร์ใดได้ ในระดับใด (ดู / แก้ไข / ลบ)

ขั้นตอน

  1. ไปที่ ตั้งค่า (Settings) → สิทธิ์การเข้าถึง (Permissions)

    รายการกลุ่มสิทธิ์ (Role) แสดงชื่อสิทธิ์ ประเภทแผนก และจำนวนผู้ใช้
    รายการกลุ่มสิทธิ์ (Role) แสดงชื่อสิทธิ์ ประเภทแผนก และจำนวนผู้ใช้

  2. คลิกปุ่ม + สร้างสิทธิ์ (สร้างสิทธิ์) เพื่อสร้างกลุ่มสิทธิ์ใหม่ หรือคลิกแก้ไขที่กลุ่มสิทธิ์ที่มีอยู่

  3. กรอกข้อมูลส่วนหัวของกลุ่มสิทธิ์

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อสิทธิ์ (Role Name)* ชื่อกลุ่มสิทธิ์ที่สื่อความหมาย เช่น "หัวหน้าทีมช่าง" ห้ามเว้นว่าง
    ประเภทแผนก (Department type)* เลือกประเภทแผนกที่กลุ่มสิทธิ์นี้สังกัด ต้องเลือก 1 ประเภท
  4. กำหนด ตารางสิทธิ์ (Permission Matrix) สำหรับแต่ละฟีเจอร์ โดยแต่ละฟีเจอร์ตั้งค่าได้ 2 ส่วน:

    ส่วนที่ตั้งค่า ตัวเลือก ความหมาย
    แสดง/ซ่อน (Show/Hide) เปิด / ปิด ควบคุมว่าเมนูของฟีเจอร์นี้แสดงใน sidebar หรือไม่
    ระดับสิทธิ์ (Access Level) None / Read-Only / Read/Write / Full Access ควบคุมสิ่งที่ผู้ใช้ทำได้ในฟีเจอร์นั้น
  5. ตั้งค่าระดับสิทธิ์ของแต่ละฟีเจอร์ตามนโยบาย โดยเทียบกับการกระทำที่ต้องใช้:

    การกระทำในระบบ สิทธิ์ที่ต้องมี ระดับสิทธิ์ที่เทียบเท่า
    ดูบัญชีผู้ใช้ / ดูกลุ่มสิทธิ์ / ดู SLA / ดูดรอปดาวน์ VIEW Read-Only
    สร้าง/แก้ไขบัญชีผู้ใช้ เปิด/ปิดใช้งาน เชิญผู้ใช้ EDIT Read/Write
    สร้าง/แก้ไขกลุ่มสิทธิ์ แก้ไขโปรไฟล์บริษัท สร้าง/แก้ไข SLA และดรอปดาวน์ EDIT Read/Write
    ลบค่าดรอปดาวน์ DELETE Full Access

    ตารางสิทธิ์แสดงฟีเจอร์ สวิตช์แสดง/ซ่อน และระดับสิทธิ์
    ตารางสิทธิ์แสดงฟีเจอร์ สวิตช์แสดง/ซ่อน และระดับสิทธิ์

  6. คลิกปุ่ม บันทึก (บันทึก / Save) เพื่อบันทึกกลุ่มสิทธิ์

    คำเตือน: หากข้อมูลไม่ผ่านการตรวจสอบ ระบบจะแสดงข้อความ error ให้แก้ไขแล้วบันทึกอีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกกลุ่มสิทธิ์และแสดงข้อความสำเร็จ การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์จะมีผลใน เซสชันถัดไป ของผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มสิทธิ์นั้น (FR-015 BR3) ไม่ใช่ทันที — ผู้ใช้ที่กำลังเข้าสู่ระบบต้องออกและเข้าสู่ระบบใหม่จึงจะได้สิทธิ์ใหม่

หมายเหตุ: สิทธิ์ของ SuperAdmin ไม่สามารถถูกจำกัดผ่านตารางสิทธิ์นี้ได้ SuperAdmin มีสิทธิ์เต็มทุกฟีเจอร์เสมอ เพื่อให้กู้คืนจากการตั้งค่าผิดพลาดได้

เคล็ดลับ: เริ่มจากสิทธิ์ที่จำกัดที่สุด (ตั้งเป็น Read-Only สำหรับบทบาทส่วนใหญ่) แล้วค่อยขยายเมื่อจำเป็น การให้สิทธิ์เพิ่มทีหลังปลอดภัยกว่าการเพิกถอนสิทธิ์หลังข้อมูลอ่อนไหวถูกเปิดดูแล้ว


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
การเปลี่ยนสิทธิ์/บทบาทไม่มีผล สิทธิ์มีผลในเซสชันถัดไปของผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ หากยังไม่ได้ผล ตรวจสอบว่ากลุ่มสิทธิ์ถูกบันทึกแล้ว (เปิดตารางสิทธิ์ตรวจซ้ำ)
ไม่ได้รับอีเมลคำเชิญ 1. ตรวจโฟลเดอร์ Spam/Junk 2. ตรวจว่ากรอกอีเมลถูกต้อง 3. รอ 2–3 นาที 4. ส่งคำเชิญใหม่ 5. ติดต่อฝ่าย IT หากอีเมลถูกบล็อกโดยตัวกรองขององค์กร
ปิดใช้งานบัญชีตนเองไม่ได้ ระบบไม่อนุญาตให้ปิดใช้งานบัญชีของตนเอง (BR2) ให้ SuperAdmin คนอื่นดำเนินการแทน
ลด SuperAdmin เป็นบทบาทต่ำกว่าไม่ได้ ต้องมี SuperAdmin อย่างน้อย 1 บัญชีในระบบ (BR1) หากนี่เป็น SuperAdmin คนเดียว ให้สร้าง SuperAdmin ใหม่ก่อน แล้วจึงลดบทบาทคนนี้
ผู้ใช้ถูกล็อกหลังเปลี่ยนบทบาท ผู้ใช้ต้องออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ หากเข้าไม่ได้เลย สถานะบัญชีอาจถูกตั้งเป็นปิดใช้งาน ให้ SuperAdmin ตรวจสอบ
"อีเมลซ้ำ" ขณะสร้าง/เชิญผู้ใช้ อีเมลต้องไม่ซ้ำภายใน tenant เดียวกัน (FR-020 BR6) ใช้อีเมลอื่น หรือตรวจว่าบัญชีนั้นมีอยู่แล้วในรายการ
ผู้ใช้ "ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาท/กลุ่มสิทธิ์ของผู้ใช้ไม่ได้รับอนุญาตในฟีเจอร์นั้น ตรวจสอบตารางสิทธิ์ของกลุ่มสิทธิ์นั้น แล้วปรับระดับสิทธิ์ตามต้องการ
เมนูบางอย่างหายไปจาก sidebar ของผู้ใช้ สวิตช์ แสดง/ซ่อน ของฟีเจอร์นั้นถูกตั้งเป็นปิดในกลุ่มสิทธิ์ เปิดสวิตช์แล้วบันทึก ให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบใหม่

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูบัญชีผู้ใช้ Admin ทั้งหมด ตั้งค่า → บัญชีผู้ใช้ (โหลดอัตโนมัติ)
เชิญผู้ใช้ Admin คนใหม่ ตั้งค่า → บัญชีผู้ใช้ เชิญผู้ใช้ → กรอกอีเมล + บทบาท → ส่งคำเชิญ
สร้างบัญชีผู้ใช้ด้วยตนเอง ตั้งค่า → บัญชีผู้ใช้ + สร้างบัญชีผู้ใช้ → กรอกฟอร์ม → บันทึก
เปลี่ยนบทบาทผู้ใช้ ตั้งค่า → บัญชีผู้ใช้ → เลือกผู้ใช้ เปลี่ยนช่อง บทบาท → บันทึก
ปิดใช้งานบัญชีผู้ใช้ ตั้งค่า → บัญชีผู้ใช้ → เลือกผู้ใช้ สลับสถานะเป็น ปิดใช้งาน → บันทึก
สร้างกลุ่มสิทธิ์ใหม่ ตั้งค่า → สิทธิ์การเข้าถึง + สร้างสิทธิ์ → ตั้งตารางสิทธิ์ → บันทึก
แก้ไขสิทธิ์รายฟีเจอร์ ตั้งค่า → สิทธิ์การเข้าถึง → เลือกกลุ่มสิทธิ์ ปรับ แสดง/ซ่อน + ระดับสิทธิ์ → บันทึก

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 รายการบัญชีผู้ใช้ Admin แสดงชื่อ อีเมล บทบาท แผนก สถานะ /settings/admin-users
2 แบบฟอร์มเชิญผู้ใช้ Admin พร้อมช่องอีเมลและบทบาท /settings/admin-users (modal เชิญผู้ใช้)
3 แบบฟอร์มสร้างบัญชีผู้ใช้ Admin (ข้อมูลทั่วไป + บทบาท + สิทธิ์) /settings/admin-users/create
4 หน้ารายละเอียด/แก้ไขผู้ใช้ Admin พร้อมช่องเลือกบทบาท /settings/admin-users/[id]
5 การสลับสถานะบัญชีผู้ใช้เป็นปิดใช้งาน /settings/admin-users/[id] (สวิตช์สถานะ)
6 รายการกลุ่มสิทธิ์ แสดงชื่อสิทธิ์ ประเภทแผนก จำนวนผู้ใช้ /settings/permissions
7 ตารางสิทธิ์ แสดงฟีเจอร์ สวิตช์แสดง/ซ่อน และระดับสิทธิ์ /settings/permissions/create

อ้างอิง: FR-015, FR-020, UF-015 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

จัดการลูกค้า (Customer Management)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 03

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — สร้างและจัดการบริษัทลูกค้า (Company), สถานที่ใช้งาน/สถานที่บริการ (Job Location) และประเภทบริการ (Service Type) ซึ่งเป็นข้อมูลหลัก (Master Data) ที่ใช้ในการสร้างใบงานและให้บริการลูกค้า

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), SuperAdmin (Manager และ User ดูได้อย่างเดียว)

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → ลูกค้า (Customers) → เลือกเมนูย่อย บริษัท / สถานที่ใช้งาน / ประเภทบริการ

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-011 (Customer Management), UF-011

โมดูลในโค้ดเบสcustomer-company, customer-location, customer-type


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:

หมายเหตุ: สำหรับการสร้างและจัดการสัญญาบริการ (Service Contract) และการสร้างงาน PM อัตโนมัติ ดูการจัดการสัญญาในบท 07 — จัดการสัญญา


สถานการณ์: ดูรายการบริษัทลูกค้า

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูบริษัทลูกค้าที่ลงทะเบียนทั้งหมดพร้อมข้อมูลสำคัญ เพื่อค้นหาบริษัทที่ต้องการจัดการ

ขั้นตอน

  1. คลิก ลูกค้า (Customers) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิกเมนูย่อย บริษัท (Companies)

    หน้ารายการบริษัทลูกค้า
    หน้ารายการบริษัทลูกค้า

  2. ดูข้อมูลแต่ละบริษัทในตาราง ซึ่งแสดงคอลัมน์ต่อไปนี้:

    คอลัมน์ แสดงอะไร
    ชื่อบริษัท (Company Name) ชื่อบริษัทที่ลงทะเบียนไว้
    รหัสบริษัท (Company Code) รหัสย่อภายในของบริษัท
    เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) เลข 13 หลัก
    เบอร์โทร (Phone) เบอร์ติดต่อหลัก
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่บริษัท
    สถานะ (Status) ป้ายสถานะ — ใช้งาน (ACTIVE) สีเขียว หรือ ปิดการใช้งาน (INACTIVE) สีเทา
  3. ใช้แถบ ค้นหา (Search) เพื่อค้นหาบริษัทด้วยชื่อบริษัทหรือรหัสบริษัท — รายการจะกรองให้ตรงผลลัพธ์ขณะที่คุณพิมพ์

  4. ใช้ตัวควบคุม แบ่งหน้า (Pagination) ด้านล่างตารางเพื่อเลือกจำนวนแถวต่อหน้าและเปลี่ยนหน้า

  5. คลิกเมนู ท้ายแถวเพื่อเปิดเมนูการกระทำ: ดูรายละเอียด (View Detail), แก้ไข (Edit), ปิดการใช้งาน (Deactivate)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเห็นภาพรวมบริษัทลูกค้าทั้งหมด เลือกบริษัทเพื่อเข้าหน้ารายละเอียด ซึ่งมีแท็บ ข้อมูลบริษัท / สถานที่ใช้งาน / ประวัติงาน / สินทรัพย์ สำหรับจัดการข้อมูลต่อไป

หมายเหตุ: ระบบใช้ลบแบบนุ่ม (soft delete) — บริษัทจะถูกปิดการใช้งานแทนการลบถาวร เพื่อรักษาประวัติข้อมูล


สถานการณ์: สร้างบริษัทลูกค้าใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลงทะเบียนบริษัทลูกค้าใหม่เข้าสู่ระบบพร้อมข้อมูลธุรกิจที่จำเป็นครบถ้วน

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการบริษัท คลิกปุ่ม + สร้างบริษัท (+ Create Company) มุมขวาบน

    ฟอร์มสร้างบริษัทลูกค้า
    ฟอร์มสร้างบริษัทลูกค้า

  2. กรอกข้อมูลในส่วน ข้อมูลบริษัท (Company Info):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อบริษัท (Company Name)* ชื่อบริษัทที่จดทะเบียนเต็มรูปแบบ ห้ามเว้นว่าง สูงสุด 200 ตัวอักษร และต้องไม่ซ้ำกับบริษัทอื่นในองค์กรเดียวกัน (BR1)
    รหัสบริษัท (Company Code) รหัสย่อภายในของบริษัท ต้องไม่ซ้ำหากระบุ
    เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) เลขผู้เสียภาษี ต้องเป็นตัวเลข 13 หลัก (BR6)
    ประเภทบริษัท (Company Type) เลือก สำนักงานใหญ่ (Head Office) หรือ สาขา (Branch)
  3. กรอกข้อมูลในส่วน ที่อยู่ (Address):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ที่อยู่บริษัท (Company Address)* ที่อยู่ที่จดทะเบียนหลัก ห้ามเว้นว่าง สูงสุด 500 ตัวอักษร
    ที่อยู่สำหรับวางบิล (Billing Address) ที่อยู่สำหรับออกใบแจ้งหนี้ หากต่างจากที่อยู่หลัก หากเว้นว่าง ระบบใช้ที่อยู่บริษัทหลักแทน
  4. กรอกข้อมูลในส่วน ผู้ติดต่อ (Contact):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เบอร์โทร (Phone)* เบอร์ติดต่อหลักของบริษัท ห้ามเว้นว่าง ต้องเป็นรูปแบบเบอร์โทรที่ถูกต้อง
    อีเมล (Email) อีเมลติดต่อหลัก ต้องเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้องหากระบุ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  5. ตรวจทานข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างบริษัทด้วยสถานะ ใช้งาน (ACTIVE) และพากลับไปหน้ารายการบริษัท บริษัทจะพร้อมใช้งานในรายการเลือก (dropdown) ทั่วระบบ เช่น ตอนสร้างงานหรือกำหนดสินทรัพย์ จากนั้นคุณสามารถเพิ่มสถานที่ใช้งานภายใต้บริษัทนี้ได้

คำเตือน: หากกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง ระบบจะแสดงข้อความ error ที่ช่องที่ผิด ให้แก้ไขแล้วบันทึกใหม่ — เลขผู้เสียภาษีต้องเป็นตัวเลข 13 หลัก และชื่อบริษัทต้องไม่ซ้ำในองค์กร


สถานการณ์: แก้ไขข้อมูลบริษัท

สิ่งที่คุณต้องการทำ

อัปเดตข้อมูลบริษัทลูกค้าที่มีอยู่ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทร หรือผู้ติดต่อ

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการบริษัท คลิกเมนู ท้ายแถวบริษัทที่ต้องการ แล้วคลิก แก้ไข (Edit)

  2. ที่แท็บ ข้อมูลบริษัท (Company Info) แก้ไขช่องที่ต้องการ (เงื่อนไขเหมือนตอนสร้างบริษัท)

  3. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกการเปลี่ยนแปลงและแสดงข้อความแจ้งเตือนสำเร็จ (toast) ข้อมูลใหม่จะมีผลทันทีทั่วระบบ

หมายเหตุ: ในหน้ารายละเอียดบริษัทยังมีแท็บ สถานที่ใช้งาน (Job Locations), ประวัติงาน (Job History) และ สินทรัพย์ (Assets) ใช้ดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนี้


สถานการณ์: เพิ่มสถานที่ใช้งาน (Job Location)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เพิ่มสถานที่บริการจริงภายใต้บริษัทลูกค้า ซึ่งเป็นจุดที่ช่างจะไปปฏิบัติงานหน้างาน

ขั้นตอน

  1. คลิก ลูกค้า (Customers) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิกเมนูย่อย สถานที่ใช้งาน (Locations)

    หน้ารายการสถานที่ใช้งาน
    หน้ารายการสถานที่ใช้งาน

  2. คลิกปุ่ม + สร้างสถานที่ (+ Create Location) มุมขวาบน (หรือคลิก แก้ไข (Edit) เพื่อแก้สถานที่เดิม)

  3. กรอกข้อมูลในส่วน ข้อมูลสถานที่ (Location Info):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อสถานที่ (Location Name)* ชื่อบรรยายของสถานที่ เช่น "สำนักงานใหญ่", "คลังสินค้า B" ห้ามเว้นว่าง สูงสุด 200 ตัวอักษร
    บริษัท (Company)* เลือกบริษัทที่สถานที่นี้สังกัด จากรายการเลือก ต้องเลือก — ทุกสถานที่ต้องสังกัดบริษัท (BR2)
  4. กรอกข้อมูลและปักหมุดในส่วน ที่อยู่และพิกัด GPS (Address & GPS):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ที่อยู่สถานที่ (Location Address)* ที่อยู่เต็มของสถานที่ ห้ามเว้นว่าง สูงสุด 500 ตัวอักษร
    พิกัด GPS (Latitude / Longitude)* ปักหมุดบนแผนที่ Google Maps ต้องเป็นค่าละติจูด/ลองจิจูดที่ถูกต้อง (BR6)
  5. กำหนดพิกัดด้วย เครื่องมือเลือกตำแหน่งบนแผนที่ Google Maps:

    การกระทำ ผลลัพธ์
    คลิกบนแผนที่ ปักหมุดและกรอกค่าละติจูด/ลองจิจูดให้อัตโนมัติ
    ลากหมุด อัปเดตค่าพิกัดตามตำแหน่งใหม่
    พิมพ์ที่อยู่ในช่องค้นหาแผนที่ แผนที่เลื่อนไปที่อยู่นั้นและปักหมุดให้

    เครื่องมือเลือกตำแหน่งบนแผนที่ Google Maps
    เครื่องมือเลือกตำแหน่งบนแผนที่ Google Maps

    เคล็ดลับ: ค้นหาที่อยู่ในช่องค้นหาแผนที่ก่อน แล้วลากหมุดให้ตรงทางเข้าอาคารจริง พิกัดที่แม่นยำช่วยให้ช่างนำทางถึงจุดที่ถูกต้อง

  6. กรอกข้อมูลในส่วน ผู้ติดต่อ (Contact):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อผู้ติดต่อ (Contact Name)* ชื่อผู้ติดต่อหน้างาน ห้ามเว้นว่าง สูงสุด 100 ตัวอักษร
    เบอร์ผู้ติดต่อ (Contact Phone)* เบอร์โทรผู้ติดต่อหน้างาน ห้ามเว้นว่าง ต้องเป็นรูปแบบเบอร์โทรที่ถูกต้อง

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  7. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สถานที่จะปรากฏในรายการสถานที่และในแท็บ สถานที่ใช้งาน ของบริษัท พร้อมใช้งานในรายการเลือกตอนสร้างงานหรือกำหนดสินทรัพย์ ช่างจะเห็นพิกัด GPS บนแอปมือถือเพื่อนำทาง

หมายเหตุ: บริษัทหนึ่งมีได้หลายสถานที่ แต่ละสถานที่มีผู้ติดต่อของตัวเองซึ่งอาจต่างจากผู้ติดต่อหลักของบริษัท


สถานการณ์: จัดการประเภทบริการ (Service Type)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้าง แก้ไข หรือปิดการใช้งานหมวดประเภทบริการ ที่ใช้เป็นป้ายกำกับและจัดหมวดหมู่งานทั่วระบบ

ขั้นตอน

  1. คลิก ลูกค้า (Customers) ในเมนูด้านซ้าย แล้วคลิกเมนูย่อย ประเภทบริการ (Service Types)

    หน้ารายการประเภทบริการ
    หน้ารายการประเภทบริการ

  2. ดูประเภทบริการที่มีอยู่ในตาราง: ชื่อประเภทบริการ (Type Name), คำอธิบาย (Description), สถานะ (Status)

  3. หากต้องการสร้างใหม่ คลิกปุ่ม + สร้างประเภทบริการ (+ Create Service Type) แล้วกรอกข้อมูล:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อประเภทบริการ (Type Name)* ชื่อหมวดบริการ เช่น "บำรุงรักษาลิฟต์", "บริการระบบ HVAC" ห้ามเว้นว่าง
    คำอธิบาย (Description) คำอธิบายสั้น ๆ ว่าครอบคลุมบริการอะไร

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. หากต้องการแก้ไข คลิก แก้ไข (Edit) ท้ายแถวประเภทบริการ แก้ช่องที่ต้องการ แล้วคลิก บันทึก (Save)

  5. หากต้องการปิดการใช้งาน สลับสถานะเป็น ปิดการใช้งาน (INACTIVE)

    คำเตือน: อย่าปิดการใช้งานประเภทบริการที่ยังถูกอ้างอิงโดยสัญญาหรืองานที่ใช้งานอยู่ การปิดการใช้งานจะซ่อนจากรายการเลือก แต่ไม่กระทบข้อมูลเดิมที่ใช้ประเภทนี้อยู่แล้ว

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกและพากลับไปหน้ารายการ ประเภทบริการจะปรากฏในรายการเลือกตอนสร้าง/แก้ไขงานและสัญญา ใช้เป็นป้ายจัดหมวดหมู่สำหรับกรองและออกรายงาน


สถานการณ์: ปิดการใช้งานบริษัทลูกค้า

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ปิดการใช้งานบริษัทที่ไม่ได้ให้บริการแล้ว เพื่อซ่อนออกจากรายการเลือกที่ใช้งานอยู่ (ระบบไม่ลบถาวรเพื่อรักษาประวัติ)

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการบริษัท คลิกเมนู ท้ายแถวบริษัทที่ต้องการ แล้วคลิก ปิดการใช้งาน (Deactivate)

  2. ระบบตรวจสอบว่าบริษัทมีงานหรือสัญญาที่ใช้งานอยู่หรือไม่ (BR5):

    กรณี สิ่งที่เกิดขึ้น
    มีงานหรือสัญญาที่ใช้งานอยู่ ระบบบล็อกและแสดงข้อความเตือน ไม่สามารถปิดการใช้งานได้
    ไม่มีงานหรือสัญญาที่ใช้งานอยู่ ระบบแสดงกล่องยืนยัน "ยืนยันปิดการใช้งาน?"
  3. ในกล่องยืนยัน คลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อปิดการใช้งาน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สถานะบริษัทเปลี่ยนเป็น ปิดการใช้งาน (INACTIVE) และบริษัทจะถูกซ่อนจากรายการเลือกที่ใช้งานอยู่ ข้อมูลและประวัติยังคงอยู่ในระบบ

คำเตือน: หากต้องลบบริษัทที่มีสัญญาที่ใช้งานอยู่ ต้องจัดการสัญญาก่อน — ดูการจัดการสัญญาในบท 07 — จัดการสัญญา


สถานการณ์: ส่งออกข้อมูลลูกค้า (Export)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดาวน์โหลดข้อมูลลูกค้า (บริษัท สถานที่ หรือประเภทบริการ) เป็นไฟล์ CSV เพื่อทำรายงานหรือใช้งานภายนอก

ขั้นตอน

  1. ไปที่หน้ารายการที่ต้องการส่งออก (บริษัท, สถานที่ใช้งาน หรือ ประเภทบริการ)

  2. ใช้แถบค้นหากรองข้อมูลที่ต้องการก่อนส่งออก (การส่งออกจะรวมเฉพาะข้อมูลที่กรองไว้)

  3. คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด (Download / Export) ด้านบนของรายการ

  4. ระบบสร้างไฟล์ CSV ตามแหล่งข้อมูล:

    แหล่งข้อมูล ไฟล์ CSV มีอะไร
    บริษัท (Companies) ชื่อ รหัส เลขภาษี ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล ที่อยู่วางบิล สถานะ
    สถานที่ (Locations) ชื่อสถานที่ ที่อยู่ พิกัด GPS ข้อมูลผู้ติดต่อ บริษัทที่สังกัด
    ประเภทบริการ (Service Types) ชื่อประเภท คำอธิบาย สถานะ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ไฟล์ CSV ดาวน์โหลดลงตำแหน่งดาวน์โหลดเริ่มต้นของเบราว์เซอร์ เปิดด้วย Excel หรือ Google Sheets เพื่อวิเคราะห์ต่อได้

เคล็ดลับ: ส่งออกรายการบริษัทเป็นระยะเพื่อสำรองข้อมูล


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ข้อความ error ที่ช่องเลขผู้เสียภาษีตอนสร้างบริษัท 1. ตรวจว่าเป็นตัวเลข 13 หลักพอดี ไม่มีช่องว่างหรือขีด 2. ตรวจว่าไม่มีบริษัทอื่นใช้เลขนี้แล้ว
ข้อความ error ว่าชื่อบริษัทซ้ำ ชื่อบริษัทต้องไม่ซ้ำในองค์กร (BR1) เปลี่ยนชื่อหรือตรวจว่ามีบริษัทนี้อยู่แล้ว
ไม่สามารถลบ/ปิดการใช้งานบริษัทได้ บริษัทมีงานหรือสัญญาที่ใช้งานอยู่ (BR5) จัดการงาน/สัญญาที่เกี่ยวข้องก่อน หรือปิดการใช้งานแทนการลบ
เครื่องมือแผนที่ Google Maps ไม่โหลด 1. ตรวจการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 2. รีเฟรชหน้า 3. หากยังไม่ได้ ให้กรอกค่าละติจูด/ลองจิจูดเอง
บันทึกสถานที่ไม่ได้ เพราะไม่ได้เลือกบริษัท ทุกสถานที่ต้องสังกัดบริษัท (BR2) เลือกบริษัทในช่องบริษัทก่อนบันทึก
หมุดพิกัด GPS อยู่ผิดตำแหน่ง แก้ไขสถานที่ ใช้เครื่องมือแผนที่ Google Maps ปรับหมุดใหม่ แล้วบันทึก ช่างจะเห็นพิกัดใหม่ตอนซิงก์ครั้งถัดไป
ปุ่มดาวน์โหลดได้ไฟล์ว่างเปล่า ไม่มีข้อมูลตรงกับตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองแล้วลองใหม่ ตรวจว่ามีข้อมูลในหน้าก่อนส่งออก
ปิดการใช้งานประเภทบริการแล้วงานเก่าหาย การปิดการใช้งานซ่อนจากรายการเลือกเท่านั้น ไม่กระทบข้อมูลเดิม หากต้องใช้อีกให้สลับสถานะกลับเป็นใช้งาน
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ EDIT สำหรับลูกค้า (Manager/User ดูได้อย่างเดียว) ติดต่อ SuperAdmin

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูรายการบริษัท sidebar → ลูกค้า → บริษัท (โหลดอัตโนมัติ)
สร้างบริษัทใหม่ sidebar → ลูกค้า → บริษัท + สร้างบริษัท → กรอกฟอร์ม → บันทึก
แก้ไขบริษัท ลูกค้า → บริษัท → เมนู แก้ไข → แก้ข้อมูล → บันทึก
ปิดการใช้งานบริษัท ลูกค้า → บริษัท → เมนู ปิดการใช้งานยืนยัน
ดูรายการสถานที่ sidebar → ลูกค้า → สถานที่ใช้งาน (โหลดอัตโนมัติ)
เพิ่มสถานที่ใช้งาน sidebar → ลูกค้า → สถานที่ใช้งาน + สร้างสถานที่ → กรอกฟอร์ม + ปักหมุด → บันทึก
แก้พิกัด GPS ของสถานที่ ลูกค้า → สถานที่ใช้งานแก้ไข ปรับหมุดบนแผนที่ → บันทึก
จัดการประเภทบริการ sidebar → ลูกค้า → ประเภทบริการ + สร้างประเภทบริการ / แก้ไข
ส่งออกข้อมูลเป็น CSV หน้ารายการใด ๆ ของลูกค้า ดาวน์โหลด
ค้นหาบริษัท ลูกค้า → บริษัท พิมพ์ในแถบค้นหา
จัดการสัญญาบริการ ดูบท 07 — จัดการสัญญา

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้ารายการบริษัทแสดงตารางพร้อมคอลัมน์และเมนู ⋮ /customer-company
2 ฟอร์มสร้างบริษัทแสดงครบทุกส่วน /customer-company/create
3 หน้าแก้ไขบริษัทแสดงแท็บข้อมูลบริษัท/สถานที่/ประวัติงาน/สินทรัพย์ /customer-company/edit/[id]
4 หน้ารายการสถานที่ใช้งานพร้อมคอลัมน์ /customer-location
5 ฟอร์มสร้างสถานที่และเครื่องมือเลือกตำแหน่ง Google Maps พร้อมหมุด /customer-location/create
6 หน้ารายการประเภทบริการพร้อมปุ่มแก้ไข/ปิดการใช้งาน /customer-type
7 กล่องยืนยันการปิดการใช้งานบริษัท /customer-company (กล่องยืนยัน)
8 ปุ่มดาวน์โหลด CSV บนหน้ารายการบริษัท /customer-company (พื้นที่ส่งออก)

อ้างอิง: FR-011, UF-011 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

การจัดการสินทรัพย์และเช็คชีท (Asset & Check Sheet Management)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 04

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — จัดการบันทึกสินทรัพย์ (เครื่องจักร/อุปกรณ์) แบบลำดับชั้น 3 ระดับ (ประเภท → รุ่น → รหัสทรัพย์สิน), สร้าง QR Code ระบุตัวอุปกรณ์, ดูสินทรัพย์บนแผนที่, นำเข้าข้อมูลจำนวนมากด้วย CSV รวมถึงสร้างและจัดการเทมเพลตเช็คชีท (ใบตรวจเช็ก) ที่ผูกกับประเภทงานเพื่อให้ช่างตรวจเช็กตามมาตรฐานเดียวกัน

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดการสินทรัพย์ (Asset Manager), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย → เครื่องจักร (Assets) สำหรับสินทรัพย์ และ เมนูด้านซ้าย → งาน → เช็คชีท (Check Sheets) สำหรับเทมเพลตเช็คชีท

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-013 (Asset Management), FR-022 (Check Sheet Management), UF-013, UF-022

โมดูลในโค้ดเบสasset, asset-type, asset-model, asset-code, asset-map, check-sheet


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


ก่อนเริ่ม: เข้าใจลำดับชั้นสินทรัพย์

ระบบจัดเก็บสินทรัพย์เป็นลำดับชั้น 3 ระดับ จากกว้างไปแคบ ตั้งค่าประเภทและรุ่นเพียงครั้งเดียวแล้วนำกลับมาใช้ได้กับรหัสทรัพย์สินจำนวนมาก

ระดับ หมายถึงอะไร ตัวอย่าง ใช้ทำอะไร
ประเภททรัพย์สิน (Asset Type) หมวดหมู่อุปกรณ์ ลิฟต์ (Elevator) จัดหมวด กรอง และทำรายงานระดับสูง
รุ่นทรัพย์สิน (Asset Model) แบรนด์และสเปก Mitsubishi NexWay สเปกเทคนิค อะไหล่ที่ใช้ร่วมกัน
รหัสทรัพย์สิน (Asset Code) อุปกรณ์แต่ละเครื่อง (Serial) SN-ELV-001 ติดตามรายตัว ประวัติซ่อม QR Code การรับประกัน

สถานะของรหัสทรัพย์สินมี 3 แบบ แสดงเป็นป้ายสี:

สถานะ สี ความหมาย
ACTIVE เขียว ใช้งานอยู่ — มอบหมายงานและผูกสัญญาได้
INACTIVE เทา ปลดระวาง/ถอดออกแล้ว — ซ่อนจากรายการมอบหมายงาน
FIXING เหลือง กำลังซ่อม — ยังเห็นแต่ถูกระบุว่ากำลังซ่อม

สถานการณ์: สร้างประเภททรัพย์สิน (Asset Type)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดหมวดหมู่อุปกรณ์ใหม่ที่จะใช้บรรจุรุ่นทรัพย์สินหนึ่งรุ่นขึ้นไป

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → ประเภททรัพย์สิน (Asset Type) ในเมนูด้านซ้าย

    หน้ารายการประเภททรัพย์สินพร้อมปุ่มสร้างประเภท
    หน้ารายการประเภททรัพย์สินพร้อมปุ่มสร้างประเภท

  2. คลิกปุ่ม + สร้างประเภท (+ Create) เพื่อเปิดฟอร์มสร้างประเภท

  3. กรอกข้อมูลประเภททรัพย์สิน

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อประเภท (Type Name)* ชื่อหมวดหมู่อุปกรณ์ เช่น "ลิฟต์", "บันไดเลื่อน", "เครื่องปรับอากาศ" ห้ามเว้นว่าง, ยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
    รายละเอียด (Description) คำอธิบายสั้น ๆ ว่าหมวดนี้ครอบคลุมอะไร ยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save) เพื่อสร้างประเภททรัพย์สิน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ประเภททรัพย์สินจะปรากฏในรายการประเภท และพร้อมให้เลือกในช่องประเภทตอนสร้างรุ่นทรัพย์สิน รวมถึงใช้เป็นตัวกรองในการค้นหาและรายงาน ระบบจะพากลับไปหน้ารายการประเภท

เคล็ดลับ: ตั้งชื่อประเภทให้กว้างและสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงประเภทเฉพาะเจาะจงเกินไป (เช่น "ลิฟต์โดยสาร" กับ "ลิฟต์ขนของ" ควรอยู่ใต้ "ลิฟต์" เดียวกัน) แล้วใช้รุ่นแยกความต่างของแบรนด์/สเปก


สถานการณ์: สร้างรุ่นทรัพย์สิน (Asset Model)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดแบรนด์และสเปกเฉพาะภายใต้ประเภททรัพย์สินที่มีอยู่

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → รุ่นทรัพย์สิน (Asset Model) ในเมนูด้านซ้าย

    หน้ารายการรุ่นทรัพย์สินแสดงคอลัมน์ประเภท แบรนด์ และชื่อรุ่น
    หน้ารายการรุ่นทรัพย์สินแสดงคอลัมน์ประเภท แบรนด์ และชื่อรุ่น

  2. คลิกปุ่ม + สร้างรุ่น (+ Create) เพื่อเปิดฟอร์มสร้างรุ่น

  3. กรอกข้อมูลรุ่นทรัพย์สิน

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ประเภททรัพย์สิน (Asset Type)* เลือกประเภทแม่จากรายการ ต้องเลือก — ทุกรุ่นต้องผูกกับประเภท (BR3)
    ชื่อรุ่น (Model Name)* ชื่อรุ่นเฉพาะ เช่น "NexWay", "VRV IV" ห้ามเว้นว่าง, ยาวไม่เกิน 200 ตัวอักษร
    แบรนด์ (Brand) ผู้ผลิตหรือยี่ห้อ เช่น "Mitsubishi", "Daikin" ยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
    รายละเอียด (Specifications) สเปกเทคนิค (กำลัง ขนาด แรงดันไฟ ฯลฯ) ไม่บังคับ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

    ฟอร์มสร้างรุ่นทรัพย์สินพร้อมช่องเลือกประเภท แบรนด์ ชื่อรุ่น และสเปก
    ฟอร์มสร้างรุ่นทรัพย์สินพร้อมช่องเลือกประเภท แบรนด์ ชื่อรุ่น และสเปก

  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save) เพื่อสร้างรุ่นทรัพย์สิน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รุ่นทรัพย์สินจะปรากฏในรายการรุ่น และพร้อมให้เลือกในช่องรุ่นตอนลงทะเบียนรหัสทรัพย์สิน สเปกเทคนิคจะแสดงให้ช่างเห็นบนแอปมือถือเมื่อดูรายละเอียดงานของสินทรัพย์รุ่นนี้

เคล็ดลับ: ใส่สเปกสำคัญที่ช่างต้องใช้หน้างาน เช่น พิกัดกำลัง แรงดันไฟ ชนิดน้ำยา หรือหมายเหตุการบำรุงรักษาเฉพาะรุ่น ช่วยลดการต้องค้นสเปกแยก


สถานการณ์: ลงทะเบียนสินทรัพย์รายตัว (รหัสทรัพย์สิน)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลงทะเบียนอุปกรณ์จริงแต่ละเครื่องพร้อม Serial Number ข้อมูลการรับประกัน และสถานที่ติดตั้ง

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → รหัสทรัพย์สิน (Asset Code) ในเมนูด้านซ้าย

  2. คลิกปุ่ม + สร้างทรัพย์สิน (+ Create) เพื่อเปิดฟอร์มลงทะเบียน

    ฟอร์มสร้างรหัสทรัพย์สินแสดงทุกช่อง รวมถึงรุ่น Serial การรับประกัน และสถานที่
    ฟอร์มสร้างรหัสทรัพย์สินแสดงทุกช่อง รวมถึงรุ่น Serial การรับประกัน และสถานที่

  3. กรอกข้อมูลส่วน ข้อมูลหลัก (Basic Info)

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    Serial Number* หมายเลขซีเรียลหลักของเครื่องจริง ห้ามเว้นว่าง, ต้องไม่ซ้ำภายในองค์กร (BR1)
    Backup Serial Number ซีเรียลสำรองหรือซีเรียลผู้ผลิต ไม่บังคับ
    ประเภททรัพย์สิน (Asset Type)* เลือกประเภทจากรายการ ต้องเลือก
    รุ่นทรัพย์สิน (Asset Model)* เลือกรุ่นจากรายการ (กรองตามประเภท) ต้องเลือก — ทุกสินทรัพย์ต้องผูกกับรุ่น (BR2)
  4. กรอกข้อมูลส่วน ข้อมูลการติดตั้ง (Installation)

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    วันที่ติดตั้ง (Installation Date) วันที่ติดตั้งอุปกรณ์หน้างาน รูปแบบวันที่
    สถานที่ (Location) เลือกสถานที่ติดตั้งจากรายการ ควรผูกกับสถานที่ลูกค้า (BR4)
    ลูกค้า (Customer) เลือกบริษัทที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ ต้องเป็นลูกค้าที่มีอยู่
  5. กรอกข้อมูลส่วน การรับประกัน (Warranty)

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    วันเริ่มประกัน (Start Date) วันที่เริ่มความคุ้มครอง ไม่บังคับ
    ระยะเวลา (Period) จำนวน เดือน/ปี ของการรับประกัน เลือกหน่วยเดือนหรือปี
    วันหมดประกัน (End Date) ระบบคำนวณอัตโนมัติจากวันเริ่ม + ระยะเวลา คำนวณอัตโนมัติ
  6. กรอกข้อมูลส่วน ข้อมูลเพิ่มเติม (Additional)

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ปีผลิต (Production Year) ปีที่ผลิตอุปกรณ์ ไม่บังคับ
    สถานะ (Status)* สถานะเริ่มต้น (ปกติเป็น ACTIVE สำหรับการติดตั้งใหม่) ACTIVE / INACTIVE / FIXING
    หมายเหตุ (Notes) ข้อมูลเพิ่มเติม ยาวไม่เกิน 2000 ตัวอักษร

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  7. ตรวจทานข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิกปุ่ม สร้างทรัพย์สิน (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบลงทะเบียนรหัสทรัพย์สินและผูกกับรุ่น ลูกค้า และสถานที่ พร้อมสร้าง QR Code อัตโนมัติ จากนั้นพากลับไปหน้ารายการ สินทรัพย์นี้พร้อมให้เลือกในสัญญาบริการ มอบหมายงาน และติดตามประวัติซ่อม

คำเตือน: หาก Serial Number ซ้ำกับที่มีอยู่ ระบบจะแสดงข้อความ "Serial Number ซ้ำ" และไม่บันทึก ให้ตรวจสอบ Serial ให้ตรงกับป้ายบนเครื่องจริงและไม่ซ้ำ


สถานการณ์: นำเข้าสินทรัพย์จำนวนมากด้วย CSV

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลงทะเบียนสินทรัพย์หลายรายการพร้อมกันด้วยการอัปโหลดไฟล์ CSV แทนการสร้างทีละรายการ

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → รหัสทรัพย์สิน (Asset Code) ในเมนูด้านซ้าย

  2. คลิกปุ่ม นำเข้า (Import) ที่ด้านบนของรายการ

    กล่องนำเข้า CSV แสดงลิงก์ดาวน์โหลดเทมเพลต พื้นที่อัปโหลดไฟล์ และปุ่มนำเข้า
    กล่องนำเข้า CSV แสดงลิงก์ดาวน์โหลดเทมเพลต พื้นที่อัปโหลดไฟล์ และปุ่มนำเข้า

  3. คลิกลิงก์ ดาวน์โหลดเทมเพลต CSV ในกล่องนำเข้าเพื่อโหลดไฟล์ตัวอย่าง

  4. เปิดเทมเพลตด้วย Excel หรือ Google Sheets แล้วกรอกข้อมูลสินทรัพย์

    คอลัมน์ในเทมเพลต กรอกอะไร เงื่อนไข
    model_id* ID ของรุ่นทรัพย์สิน (จากระบบ) ต้องมีอยู่ในระบบ
    serial_number* Serial Number หลัก ต้องไม่ซ้ำกับที่มีอยู่
    backup_serial Serial สำรอง ไม่บังคับ
    installation_date* วันที่ติดตั้ง รูปแบบ YYYY-MM-DD
    warranty_start วันเริ่มประกัน รูปแบบ YYYY-MM-DD
    warranty_end วันหมดประกัน รูปแบบ YYYY-MM-DD
    customer_id* ID ของบริษัทลูกค้า ต้องมีอยู่ในระบบ
    location_id* ID ของสถานที่ติดตั้ง ต้องมีอยู่ในระบบ
    status* สถานะสินทรัพย์ ACTIVE, INACTIVE หรือ FIXING

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

    เคล็ดลับ: หาค่า model_id, customer_id, location_id ได้โดยส่งออก (Export) รายการรุ่น บริษัท และสถานที่เป็น CSV ก่อน คอลัมน์ ID ในไฟล์ที่ส่งออกคือค่าที่ต้องใช้

  5. บันทึกไฟล์เป็น CSV (แนะนำ UTF-8 เพื่อรองรับภาษาไทย)

  6. กลับมาที่กล่องนำเข้า คลิก อัปโหลด (Upload) แล้วเลือกไฟล์ CSV ของคุณ

  7. ตรวจผลการตรวจสอบและนำเข้า

    ผลลัพธ์ สิ่งที่จะเกิดขึ้น
    นำเข้าสำเร็จ แสดง "นำเข้าสำเร็จ X รายการ" และรายการสินทรัพย์รีเฟรช
    นำเข้าบางส่วน แสดง "นำเข้าบางส่วน Y รายการล้มเหลว" พร้อมรายละเอียดข้อผิดพลาด — แก้ CSV แล้วอัปโหลดใหม่
    นำเข้าไม่สำเร็จ แสดง "นำเข้าไม่สำเร็จ" เพราะรูปแบบไฟล์ไม่ถูกต้อง — แก้แล้วอัปโหลดใหม่

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สินทรัพย์ที่นำเข้าสำเร็จจะปรากฏในรายการทันทีและใช้งานได้เต็มรูปแบบ (ผูกสัญญา มอบหมายงาน และสร้าง QR ได้) การนำเข้าถูกบันทึกใน audit trail

คำเตือน: การนำเข้าจำนวนมาก (หลายร้อยรายการ) อาจใช้เวลาประมวลผลสองสามวินาที อย่าปิดแท็บเบราว์เซอร์ระหว่างนำเข้า — รอจนเห็นข้อความยืนยันการเสร็จสิ้น


สถานการณ์: ดูสินทรัพย์บนแผนที่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูสินทรัพย์ทั้งหมดบนแผนที่ Google Maps แบบโต้ตอบ จัดกลุ่มตามสถานที่

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → แผนที่ทรัพย์สิน (Asset Map) ในเมนูด้านซ้าย
📸
หน้าแผนที่ทรัพย์สินแสดง Google Maps พร้อมหมุดสถานที่และการ์ดรายละเอียดสินทรัพย์
images/04-asset-map-view.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. แผนที่จะแสดง หมุด (Marker) ของแต่ละสถานที่ที่มีสินทรัพย์ลงทะเบียนไว้ หมุดที่อยู่ใกล้กันจะถูกจัดกลุ่ม (cluster) อัตโนมัติเมื่อย่อแผนที่

  2. ใช้ช่อง ค้นหาสถานที่ (Location Search) ด้านบนแผนที่เพื่อกระโดดไปยังพื้นที่ที่ต้องการ

  3. คลิก หมุด เพื่อเปิดการ์ดสินทรัพย์ของสถานที่นั้น การ์ดแสดง Serial Number, รุ่น/ประเภท, สถานะ และลูกค้า

  4. คลิก การ์ดสินทรัพย์ เพื่อให้แผนที่เลื่อนไปยังตำแหน่งนั้นและเปิดหน้ารายละเอียดสินทรัพย์

    เคล็ดลับ: ใช้แผนที่วางแผนพื้นที่บริการ ย่อแผนที่เพื่อดูการกระจายตัวของสินทรัพย์และระบุกลุ่มที่บริการได้ในทริปเดียว

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณได้ภาพรวมทางภูมิศาสตร์ของสินทรัพย์ทั้งหมด เหมาะกับการวางแผนจัดส่งช่างและการบริหารพื้นที่บริการ

หมายเหตุ: หากแผนที่ไม่แสดงหมุด แสดงว่าสถานที่ของสินทรัพย์ยังไม่มีพิกัด GPS ให้ตรวจสอบและตั้งพิกัดของสถานที่ในบทการจัดการลูกค้า


สถานการณ์: สร้างและพิมพ์ QR Code

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้าง QR Code สำหรับสินทรัพย์ที่ระบุ เพื่อให้ช่างสแกนระบุอุปกรณ์หน้างานได้รวดเร็ว

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → รหัสทรัพย์สิน (Asset Code) แล้วเปิดสินทรัพย์ที่ต้องการ

    หน้ารายละเอียดสินทรัพย์แสดง QR Code และปุ่มพิมพ์
    หน้ารายละเอียดสินทรัพย์แสดง QR Code และปุ่มพิมพ์

  2. ดูส่วน QR Code ในหน้ารายละเอียด ระบบสร้าง QR Code อัตโนมัติให้สินทรัพย์นี้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียน (สร้างฝั่งเบราว์เซอร์ ไม่ต้องเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์)

    คุณสมบัติ QR Code ค่า
    ข้อมูลที่เข้ารหัส รหัสสินทรัพย์ (Asset ID) สำหรับการสแกน (BR6)
    วิธีสร้าง ฝั่งเบราว์เซอร์
    รูปแบบไฟล์ รูป PNG
  3. คลิกปุ่ม พิมพ์ QR (Print) เพื่อพิมพ์ป้าย QR (แนะนำพิมพ์บนสติกเกอร์)

  4. ติดป้าย QR ที่พิมพ์แล้วบนอุปกรณ์จริงในตำแหน่งที่มองเห็นและเข้าถึงง่าย

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ช่างสแกน QR Code ด้วยแอปมือถือเพื่อดึงข้อมูลสินทรัพย์ ประวัติซ่อม และงานที่กำลังทำได้ทันที ลดการกรอก Serial ด้วยมือและความผิดพลาดในการระบุอุปกรณ์

เคล็ดลับ: วาง QR Code ในตำแหน่งเดียวกันบนอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน (เช่น บนฝาตู้ควบคุมลิฟต์เสมอ) และใช้ป้ายกันน้ำสำหรับอุปกรณ์กลางแจ้ง


สถานการณ์: ดูประวัติการซ่อมและสถานะอะไหล่ของสินทรัพย์

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ตรวจสอบไทม์ไลน์การบริการของสินทรัพย์และสถานะอะไหล่ที่ใช้ไป

ขั้นตอน

  1. คลิก เครื่องจักร (Assets) → รหัสทรัพย์สิน (Asset Code) แล้วเปิดสินทรัพย์ที่ต้องการ

  2. คลิกแท็บ ประวัติการซ่อม (Service History)

    แท็บประวัติการซ่อมแสดงไทม์ไลน์เหตุการณ์พร้อมวันที่ การดำเนินการ และเลขที่งาน
    แท็บประวัติการซ่อมแสดงไทม์ไลน์เหตุการณ์พร้อมวันที่ การดำเนินการ และเลขที่งาน

  3. ดูไทม์ไลน์ที่แสดงทุกเหตุการณ์ตามลำดับเวลา: เลขที่งาน/ประเภทงาน, ช่างที่รับผิดชอบ, วันที่/ระยะเวลา, สถานะ/ผล (ประวัติทั้งหมดถูกบันทึกอัตโนมัติตาม BR7 และแก้ไขไม่ได้)

  4. คลิกแท็บ สถานะอะไหล่ (Spare Part Status) เพื่อดูอะไหล่ที่ใช้กับสินทรัพย์นี้

    สถานะอะไหล่ สี ความหมาย สิ่งที่ควรทำ
    READY_TO_USE เขียว ใช้งานได้และอยู่ในอายุการใช้งาน ไม่ต้องทำอะไร
    ALMOST_EXPIRED เหลือง ใกล้หมดอายุการใช้งาน นัดเปลี่ยนในรอบ PM ถัดไป
    EXPIRED แดง เกินอายุการใช้งานแล้ว เปลี่ยนทันทีในการบริการครั้งหน้า
  5. คลิกลิงก์ ดูประวัติอะไหล่ เพื่อดูประวัติการเปลี่ยนอะไหล่พร้อมเลขที่งานอ้างอิง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณมี audit trail ครบถ้วนของทุกสิ่งที่เกิดกับสินทรัพย์นี้ ใช้สำหรับการเคลมประกัน การตรวจสอบ และวางแผนเปลี่ยนอะไหล่ก่อนเกิดความเสียหาย

คำเตือน: สินทรัพย์ที่มีอะไหล่สถานะ EXPIRED ควรได้รับการบริการเป็นลำดับแรก เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียหายและอาจทำให้การรับประกันเป็นโมฆะ


เกี่ยวกับเช็คชีท: เชื่อมโยงกับสินทรัพย์อย่างไร

เช็คชีท (ใบตรวจเช็ก) คือ เทมเพลตการตรวจสอบมาตรฐาน ที่ผูกกับประเภทงาน เมื่อช่างออกไปทำงานกับสินทรัพย์ ระบบจะแสดงเช็คชีทที่ถูกต้องให้ช่างกรอกผ่านแอปมือถือ ทำให้ทุกการตรวจสอบสินทรัพย์เป็นมาตรฐานเดียวกันและตรวจสอบย้อนหลังได้ เช็คชีทรองรับการทำเวอร์ชัน (versioning) เพื่อไม่ให้การแก้ไขเทมเพลตกระทบงานที่กำลังดำเนินอยู่

ประเภทข้อมูล (Input Type) ของรายการตรวจมี 6 แบบ:

ประเภทข้อมูล ใช้เมื่อไหร่ ช่างเห็นอะไร ตั้งค่าตัวเลือก
boolean (ผ่าน/ไม่ผ่าน) ตรวจแบบสองค่า (ใช้ได้/ใช้ไม่ได้, มี/ไม่มี) สวิตช์ผ่าน/ไม่ผ่าน ไม่ต้องตั้ง
text (ข้อความ) บันทึก ข้อสังเกต Serial ช่องข้อความอิสระ ไม่ต้องตั้ง
number (ตัวเลข) ค่าวัด (อุณหภูมิ แรงดัน โวลต์) แป้นตัวเลข ไม่ต้องตั้ง
photo (รูปภาพ) หลักฐานภาพสภาพ/งานที่ทำ ปุ่มถ่ายรูป (อย่างน้อย 1 รูป) ไม่ต้องตั้ง
select (ตัวเลือกเดียว) ให้คะแนนสภาพ (ดี/พอใช้/แย่) ปุ่มเรดิโอ ต้องกำหนดรายการตัวเลือก
multi-select (หลายตัวเลือก) ข้อบกพร่องหลายอย่าง กล่องเช็ก ต้องกำหนดรายการตัวเลือก

สถานการณ์: ดูรายการเทมเพลตเช็คชีท

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูเทมเพลตเช็คชีททั้งหมดในระบบพร้อมสถานะการผูกและข้อมูลเวอร์ชัน

ขั้นตอน

  1. คลิก งาน → เช็คชีท (Check Sheets) ในเมนูด้านซ้าย รายการเทมเพลตจะโหลดอัตโนมัติ

    หน้ารายการเทมเพลตเช็คชีทแสดงหลายเทมเพลตพร้อมรายละเอียด
    หน้ารายการเทมเพลตเช็คชีทแสดงหลายเทมเพลตพร้อมรายละเอียด

  2. แต่ละแถวในรายการแสดง: ชื่อเทมเพลต, ประเภทงาน (BM/IN/UN/IS/QC), หมายเลขเวอร์ชัน, จำนวนหมวดหมู่, สถานะ (Active/Inactive), วันที่สร้าง และเมนูการดำเนินการ (⋮)

  3. ใช้ ช่องค้นหา (Search) เพื่อกรองตามชื่อเทมเพลต

  4. คลิกแถวใดก็ได้เพื่อเปิดรายละเอียดและตัวแก้ไขเทมเพลต

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการแสดงเวอร์ชันล่าสุดของแต่ละเทมเพลต คลิกเทมเพลตเพื่อดูโครงสร้าง แก้ไข หรือจัดการการผูก

เคล็ดลับ: ตั้งชื่อเทมเพลตให้สื่อถึงประเภทอุปกรณ์และวัตถุประสงค์งาน (เช่น "ตรวจ PM ลิฟต์รายเดือน" แทน "เทมเพลต 1") เพื่อหาเทมเพลตที่ถูกต้องได้ง่ายตอนผูกกับงาน


สถานการณ์: สร้างเทมเพลตเช็คชีทใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างเทมเพลตเช็คชีทใหม่ตั้งแต่ต้น พร้อมหมวดหมู่และรายการตรวจ

ขั้นตอน

  1. ที่หน้าเช็คชีท คลิกปุ่ม + สร้างเทมเพลต (+ Create) ที่มุมขวาบน

    ปุ่มสร้างเทมเพลตที่มุมขวาบนของหน้ารายการเช็คชีท
    ปุ่มสร้างเทมเพลตที่มุมขวาบนของหน้ารายการเช็คชีท

  2. กรอกข้อมูลส่วนหัวของเทมเพลต

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อเทมเพลต (Template Name)* ชื่อที่สื่อความหมายชัดเจน ห้ามเว้นว่าง
    คำอธิบาย (Description) สรุปว่าเทมเพลตนี้ตรวจอะไรและใช้เมื่อไหร่ ไม่บังคับ
    ประเภทใบงาน (Job Type) เลือกประเภทงานที่ใช้เทมเพลตนี้ (BM/IN/UN/IS/QC) ไม่บังคับ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  3. คลิกปุ่ม + เพิ่มหมวดหมู่ (+ Add Section) เพื่อสร้างหมวดหมู่แรก หมวดหมู่ใช้จัดกลุ่มรายการตรวจที่เกี่ยวข้อง

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อหมวดหมู่ (Section Name)* ชื่อกลุ่มการตรวจ เช่น "ตรวจความปลอดภัย", "ระบบไฟฟ้า" ห้ามเว้นว่าง
    ลำดับ (Display Order) ลำดับการแสดงผล ลากเพื่อจัดลำดับใหม่ได้

    ตัวแก้ไขเทมเพลตขณะเพิ่มหมวดหมู่และรายการตรวจ
    ตัวแก้ไขเทมเพลตขณะเพิ่มหมวดหมู่และรายการตรวจ

  4. ภายในแต่ละหมวดหมู่ คลิกปุ่ม + เพิ่มรายการตรวจ (+ Add Item) เพื่อเพิ่มรายการตรวจ

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ข้อความ/คำถาม (Label)* คำถามหรือป้ายของรายการตรวจ ห้ามเว้นว่าง
    ประเภทข้อมูล (Input Type)* boolean / text / number / photo / select / multi-select ต้องเลือก
    จำเป็น (Required) เปิดสวิตช์เพื่อบังคับให้ช่างกรอกรายการนี้ เปิด/ปิด
    ตัวเลือก (Options) สำหรับ select / multi-select เท่านั้น: กำหนดรายการตัวเลือก จำเป็นเฉพาะประเภท select

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  5. สำหรับรายการประเภท select / multi-select คลิก + เพิ่มตัวเลือก (+ Add Option) แล้วกรอกชื่อตัวเลือกทีละรายการ (เช่น "ดี", "พอใช้", "แย่") ลากเพื่อจัดลำดับได้

  6. ทำซ้ำขั้นตอน 3–5 จนครบทุกหมวดหมู่และรายการ จากนั้นคลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างเทมเพลตเป็น เวอร์ชัน 1 สถานะ Active พร้อมให้ผูกกับประเภทงาน ช่างจะยังไม่เห็นเทมเพลตจนกว่าจะถูกผูกกับประเภทงานที่สร้างใบงานของช่าง

คำเตือน: วางโครงสร้างเทมเพลตให้รอบคอบก่อนสร้าง แม้จะแก้ไขภายหลังได้ แต่การแก้ไขจะสร้างเวอร์ชันใหม่ ทุกหมวดหมู่ต้องมีรายการตรวจอย่างน้อย 1 รายการ


สถานการณ์: ผูกเทมเพลตกับประเภทงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ผูกเทมเพลตกับประเภทงานหนึ่งหรือหลายประเภท เพื่อให้งานในอนาคตของประเภทนั้นใช้เช็คชีทนี้อัตโนมัติ

ขั้นตอน

  1. คลิกแถวเทมเพลตในรายการเพื่อเปิด หรือแก้ไขเทมเพลต

  2. ที่ช่อง ประเภทใบงาน (Job Type) เลือกประเภทงานที่ควรใช้เทมเพลตนี้

    ประเภทงาน รหัส คำอธิบาย
    Break/Fix BM งานซ่อมแก้ไขเชิงแก้ปัญหา
    Install IN งานติดตั้งอุปกรณ์
    Uninstall UN งานถอดอุปกรณ์
    Inspect IS งานตรวจสอบตามรอบ
    Quality Check QC งานตรวจสอบคุณภาพ

    หมายเหตุ: งาน PM ใช้ระบบเช็คลิสต์เฉพาะที่ผูกกับเช็คลิสต์ตามรุ่นทรัพย์สิน แยกจากเทมเพลตที่จัดการในหน้านี้ (ใช้กับ BM/IN/UN/IS/QC)

  3. คลิกปุ่ม บันทึก (Save) เพื่อใช้การผูก

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

งานใหม่ทุกงานที่สร้างด้วยประเภทงานที่เลือกจะรวมเทมเพลตเช็คชีทนี้อัตโนมัติ งานที่มีอยู่ไม่ได้รับผลกระทบ — ยังคงใช้เทมเพลตเวอร์ชันที่ผูกไว้ตอนสร้างงาน


สถานการณ์: แก้ไขเทมเพลต (การทำเวอร์ชัน)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

แก้ไขเทมเพลตที่มีอยู่โดยไม่กระทบงานที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งใช้เวอร์ชันปัจจุบัน

ขั้นตอน

  1. คลิกเมนูการดำเนินการ (⋮) ที่แถวเทมเพลต แล้วคลิก แก้ไข (Edit)

    ตัวแก้ไขเทมเพลตในโหมดแก้ไขพร้อมตัวบ่งชี้เวอร์ชัน
    ตัวแก้ไขเทมเพลตในโหมดแก้ไขพร้อมตัวบ่งชี้เวอร์ชัน

  2. แก้ไขชื่อเทมเพลต คำอธิบาย ประเภทใบงาน หรือเพิ่ม/ลบ/แก้หมวดหมู่และรายการตรวจ

  3. หากต้องการบังคับให้ช่างกรอกรายการสำคัญ ให้เปิดสวิตช์ จำเป็น (Required) ของรายการนั้น

    สถานะ จำเป็น ผลต่อช่าง
    เปิด ช่าง ต้อง กรอกรายการนี้ก่อนปิดงาน แอปจะบล็อกการส่งหากเว้นว่าง
    ปิด ช่างข้ามรายการนี้ได้ (ไม่บังคับ)

    หมายเหตุ: รายการประเภท photo ที่ตั้งเป็น จำเป็น ช่างต้องอัปโหลดอย่างน้อย 1 รูป

  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save) ระบบจะตรวจสอบว่าเทมเพลตถูกใช้ในงานที่กำลังดำเนินอยู่หรือไม่

    กรณี สิ่งที่เกิดขึ้น
    ถูกใช้ในงานที่กำลังดำเนินอยู่ ระบบสร้างเวอร์ชันใหม่ งานที่กำลังทำยังคงใช้เวอร์ชันเดิม
    ไม่ถูกใช้ในงานใด ระบบอัปเดตเทมเพลตเดิมและเพิ่มหมายเลขเวอร์ชัน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

หมายเลขเวอร์ชันเพิ่มขึ้น งานที่กำลังดำเนินอยู่ยังคงใช้เวอร์ชันที่ active ตอนสร้างงาน เฉพาะงานใหม่เท่านั้นที่ได้เวอร์ชันที่อัปเดต ทำให้ช่างที่กำลังตรวจอยู่ไม่ถูกรบกวนจากการเปลี่ยนเทมเพลต (BR1)

คำเตือน: ประวัติเวอร์ชันเป็นแบบถาวร ทุกครั้งที่บันทึกจะสร้างเวอร์ชันใหม่ที่ลบไม่ได้ ตรวจการแก้ไขให้รอบคอบก่อนบันทึกเพื่อหลีกเลี่ยงเวอร์ชันที่ไม่จำเป็น


สถานการณ์: ลบเทมเพลตเช็คชีท

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลบเทมเพลตที่ไม่ได้ใช้แล้วออกจากระบบ

ขั้นตอน

  1. คลิกเมนูการดำเนินการ (⋮) ที่แถวเทมเพลตในรายการ แล้วคลิก ลบ (Delete)

  2. ระบบตรวจสอบว่าเทมเพลตถูกผูกกับสัญญาที่ใช้งานอยู่หรือไม่

    กรณี สิ่งที่เกิดขึ้น
    ถูกผูกกับสัญญาที่ใช้งานอยู่ แสดง "ไม่สามารถลบได้" เพราะเทมเพลตยังถูกใช้โดยสัญญาที่ใช้งานอยู่ (BR5)
    ไม่ถูกผูกกับสัญญา แสดงกล่องยืนยันการลบ
  3. ในกล่องยืนยัน ตรวจสอบชื่อเทมเพลต แล้วคลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อลบ หรือ ยกเลิก (Cancel) เพื่อปิด

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

เทมเพลตถูกลบ ระบบแสดงข้อความแจ้งและรีเฟรชรายการ

หมายเหตุ: หากต้องลบเทมเพลตที่ผูกกับสัญญา ต้องนำการผูกสัญญาออกก่อนจึงจะลบได้


สถานการณ์: ดูผลเช็คชีทของงานที่เสร็จแล้ว

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ตรวจสอบคำตอบเช็คชีทที่ช่างกรอกของงานที่เสร็จแล้ว รวมถึงรูปภาพที่อัปโหลด

ขั้นตอน

  1. คลิก งาน → จัดการงาน (Job Management) ในเมนูด้านซ้าย แล้วเปิดงานที่เสร็จแล้ว

  2. คลิกแท็บ เช็คชีท (Check Sheet) ในหน้ารายละเอียดงาน

📸
ผลเช็คชีทที่เสร็จแล้วแสดงคำตอบทุกประเภทพร้อมสรุปผ่าน/ไม่ผ่าน
images/04-check-sheet-results.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. ดูผลที่แสดงทุกหมวดหมู่และรายการพร้อมคำตอบของช่าง พร้อมส่วนหัว (ชื่อเทมเพลต + เวอร์ชัน, วันที่เสร็จ, ชื่อช่าง) และสรุปผ่าน/ไม่ผ่านต่อหมวดหมู่

    ประเภทข้อมูล แสดงผลอย่างไร
    boolean ผ่าน (เครื่องหมายถูกเขียว) หรือ ไม่ผ่าน (กากบาทแดง)
    text ข้อความที่กรอก
    number ตัวเลขที่กรอก
    photo ภาพย่อ (คลิกเพื่อขยาย)
    select ตัวเลือกที่เลือก
    multi-select ตัวเลือกทั้งหมดที่เลือก
  2. คลิก ดาวน์โหลดผล (Export) เพื่อบันทึกผลเป็น PDF หรือรวมในรายงานงานฉบับเต็ม

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ผลเช็คชีทเป็นแบบ อ่านอย่างเดียว (immutable) หลังงานเสร็จ แก้ไข ลบ หรือเขียนทับไม่ได้ เพื่อรักษาความถูกต้องของบันทึกการตรวจสำหรับการตรวจสอบและกำกับการ (BR4)

หมายเหตุ: หากผลเช็คชีทไม่ถูกต้อง แสดงว่าช่างกรอกผิดตอนส่ง เนื่องจากผลแก้ไม่ได้ วิธีที่ถูกต้องคือสร้างงาน QC (Quality Control) ติดตามผลเพื่อตรวจซ้ำและบันทึกผลที่ถูกต้อง


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
สร้างรหัสทรัพย์สินไม่ได้ — รายการรุ่นว่าง ต้องสร้างรุ่นทรัพย์สินก่อน ไปที่ เครื่องจักร → รุ่นทรัพย์สิน → + สร้างรุ่น
สร้างรุ่นไม่ได้ — รายการประเภทว่าง ต้องสร้างประเภททรัพย์สินก่อน ไปที่ เครื่องจักร → ประเภททรัพย์สิน → + สร้างประเภท
"Serial Number ซ้ำ" Serial Number ซ้ำกับที่มีอยู่ (BR1) ตรวจสอบและแก้ไขให้ไม่ซ้ำ
"กรุณาเลือกรุ่น" ทุกสินทรัพย์ต้องผูกกับรุ่น (BR2) เลือกรุ่นก่อนบันทึก
นำเข้า CSV ล้มเหลว "invalid model_id" ค่า model_id ใน CSV ไม่ตรงกับรุ่นในระบบ ส่งออกรายการรุ่นเพื่อดู ID ที่ถูกต้อง
นำเข้า CSV ล้มเหลว "duplicate serial" Serial ใน CSV ซ้ำกับที่มีอยู่ ลบออกจาก CSV หรืออัปเดตรายการเดิม
QR Code ไม่ขึ้น ตรวจว่าเปิด JavaScript ในเบราว์เซอร์ ลองเบราว์เซอร์อื่น (แนะนำ Chrome) — QR สร้างฝั่งเบราว์เซอร์
แผนที่ไม่แสดงหมุด สถานที่ของสินทรัพย์ยังไม่มีพิกัด GPS ตรวจสอบและตั้งพิกัดในบทการจัดการลูกค้า
ลบทรัพย์สินไม่ได้ สินทรัพย์มีสัญญาบริการหรืองานที่ใช้งานอยู่ (BR5) นำการผูกออกก่อน
ลบเทมเพลตเช็คชีทไม่ได้ เทมเพลตถูกผูกกับสัญญาที่ใช้งานอยู่ (BR5) นำการผูกสัญญาออกก่อนแล้วจึงลบ
ช่างเห็นเทมเพลตเวอร์ชันเก่า เป็นปกติ — งานที่กำลังทำใช้เวอร์ชันตอนสร้างงาน เฉพาะงานใหม่ได้เวอร์ชันล่าสุด
รายการที่ จำเป็น บล็อกไม่ให้ช่างปิดงาน ทำงานตามที่ตั้งใจ — ช่างต้องกรอกรายการ จำเป็น ทุกรายการ หากไม่เกี่ยวข้อง ให้สร้างเทมเพลตแยกที่ไม่มีรายการนั้น
แก้ไขผลเช็คชีทไม่ได้ ผลเป็นแบบอ่านอย่างเดียวหลังงานเสร็จ (BR4) สร้างงาน QC ติดตามผลหากต้องตรวจซ้ำ
ส่งออก CSV ได้ไฟล์ว่าง ไม่มีข้อมูลตรงกับตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองแล้วลองใหม่

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูประเภททรัพย์สินทั้งหมด เครื่องจักร → ประเภททรัพย์สิน (โหลดอัตโนมัติ)
สร้างประเภททรัพย์สิน เครื่องจักร → ประเภททรัพย์สิน + สร้างประเภท → กรอกฟอร์ม → บันทึก
สร้างรุ่นทรัพย์สิน เครื่องจักร → รุ่นทรัพย์สิน + สร้างรุ่น → เลือกประเภท กรอกสเปก → บันทึก
ลงทะเบียนสินทรัพย์รายตัว เครื่องจักร → รหัสทรัพย์สิน + สร้างทรัพย์สิน → กรอกฟอร์ม → บันทึก
นำเข้าสินทรัพย์จำนวนมาก เครื่องจักร → รหัสทรัพย์สิน นำเข้า → ดาวน์โหลดเทมเพลต → กรอก CSV → อัปโหลด
ดูสินทรัพย์บนแผนที่ เครื่องจักร → แผนที่ทรัพย์สิน (โหลดอัตโนมัติพร้อมหมุด)
สร้าง/พิมพ์ QR Code หน้ารายละเอียดรหัสทรัพย์สิน พิมพ์ QR
ดูประวัติการซ่อม หน้ารายละเอียดรหัสทรัพย์สิน แท็บ ประวัติการซ่อม
ดูสถานะอะไหล่ หน้ารายละเอียดรหัสทรัพย์สิน แท็บ สถานะอะไหล่
ส่งออกข้อมูลสินทรัพย์ เครื่องจักร → (ประเภท/รุ่น/รหัส) ดาวน์โหลด (Export)
ดูเทมเพลตเช็คชีททั้งหมด งาน → เช็คชีท (โหลดอัตโนมัติ)
สร้างเทมเพลตเช็คชีท งาน → เช็คชีท + สร้างเทมเพลต → เพิ่มหมวดหมู่/รายการ → บันทึก
แก้ไขเทมเพลต (สร้างเวอร์ชันใหม่) งาน → เช็คชีท → เมนู (⋮) แก้ไข → แก้ไข → บันทึก
ผูกเทมเพลตกับประเภทงาน ฟอร์มเทมเพลต → ประเภทใบงาน เลือกประเภทงาน → บันทึก
ลบเทมเพลตเช็คชีท งาน → เช็คชีท → เมนู (⋮) ลบยืนยัน
ดูผลเช็คชีทของงาน งาน → จัดการงาน → เปิดงาน แท็บ เช็คชีท (อ่านอย่างเดียว)

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

หมายเหตุ: มีภาพ capture ดิบของหน้าจัดการสินทรัพย์อยู่แล้วที่ 00-assets/images/assets/ (Screenshot 2569-02-13 at 16.55.47.png, 16.56.08.png, 16.56.19.png) ใช้เป็นต้นทางได้ แต่ภาพในบทนี้ยังต้องวางที่ images/04- ตามแบบแผน

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้ารายการประเภททรัพย์สินพร้อมปุ่ม + สร้างประเภท /asset/type
2 หน้ารายการรุ่นทรัพย์สินแสดงคอลัมน์ประเภท แบรนด์ ชื่อรุ่น /asset/model
3 ฟอร์มสร้างรุ่นทรัพย์สินพร้อมช่องเลือกประเภท แบรนด์ ชื่อรุ่น สเปก /asset/model/create
4 ฟอร์มสร้างรหัสทรัพย์สินแสดงทุกช่อง (รุ่น, Serial, การรับประกัน, ลูกค้า, สถานที่, สถานะ) /asset/code/create
5 กล่องนำเข้า CSV แสดงดาวน์โหลดเทมเพลต พื้นที่อัปโหลด และผลตรวจสอบ /asset/code (Import modal)
6 หน้าแผนที่ทรัพย์สินแสดง Google Maps พร้อมหมุดสถานที่และการ์ดสินทรัพย์ /asset/map
7 หน้ารายละเอียดรหัสทรัพย์สินพร้อม QR Code และปุ่มพิมพ์ QR /asset/code/[id] (ส่วน QR)
8 แท็บประวัติการซ่อมแสดงไทม์ไลน์เหตุการณ์ วันที่ การดำเนินการ เลขที่งาน /asset/code/[id] (แท็บประวัติการซ่อม)
9 หน้ารายการเทมเพลตเช็คชีทแสดงหลายเทมเพลตพร้อมคอลัมน์รายละเอียด /check-sheets
10 ปุ่ม + สร้างเทมเพลต ที่มุมขวาบนของหน้ารายการเช็คชีท /check-sheets (มุมขวาบน)
11 ตัวแก้ไขเทมเพลตขณะเพิ่มหมวดหมู่และรายการตรวจ /check-sheets/create
12 ตัวแก้ไขเทมเพลตในโหมดแก้ไขพร้อมตัวบ่งชี้หมายเลขเวอร์ชัน /check-sheets/[id]/edit
13 ผลเช็คชีทที่เสร็จแล้วแสดงคำตอบทุกประเภทและสรุปผ่าน/ไม่ผ่าน /job/edit/[id] (แท็บเช็คชีท)

อ้างอิง: FR-013, FR-022, UF-013, UF-022 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

จัดการบัญชีช่าง (Technician Management)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 05

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — จัดการบัญชีช่างภาคสนาม (Technician Account), โปรไฟล์ช่าง (Technician Profile), เงื่อนไขการทำงาน (Work Condition), การมอบหมายทีมและหัวหน้าช่าง, การตั้งค่าตัวตน/รหัสเข้าระบบ (OTP) สำหรับแอปมือถือ, บริษัทช่างผู้รับเหมาช่วง (Technician Company) รวมถึงดูตัวชี้วัดผลงานช่าง (ประวัติงาน อะไหล่ และคะแนนรีวิว)

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดการ (Manager/HR), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → ช่าง (Technicians)บัญชีช่าง / โปรไฟล์ช่าง / บริษัทช่าง

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-012 (Technician Account Management), UF-012

โมดูลในโค้ดเบสtechnician, technician-account, technician-profile, technician-company


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:

หมายเหตุ: ระบบแบ่งการจัดการช่างเป็น 3 โมดูล — บัญชีช่าง (Account) สำหรับเข้าระบบ, โปรไฟล์ช่าง (Profile) สำหรับข้อมูลส่วนตัวและเงื่อนไขการทำงาน, และ บริษัทช่าง (Company) สำหรับผู้รับเหมาช่วง บัญชีและโปรไฟล์เชื่อมกันแบบ 1:1

ทำความรู้จักค่าที่ใช้บ่อยก่อนเริ่ม:

ตำแหน่ง (Position) รหัส ความหมาย
ช่าง (Technician) TECHNICIAN ช่างภาคสนามทั่วไป รับและปิดงานที่ได้รับมอบหมาย
หัวหน้าช่าง (Team Leader) TEAM_LEADER ช่างอาวุโส ดูสมาชิกทีมและกรอง Dashboard เฉพาะทีมตนได้
รหัสประเภทงาน ชื่อเต็ม ใช้กับ
BM Break/Fix Maintenance งานซ่อมแก้ไขเชิงรับ
PM Preventive Maintenance งานบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามรอบ
QC Quality Control งานตรวจสอบคุณภาพ
IN Installation งานติดตั้งอุปกรณ์ใหม่
UN Uninstallation งานถอดอุปกรณ์
IS Inspection งานตรวจตามรอบ/ตามข้อกำหนด
สถานะ (Status) ผลที่เกิด
ACTIVE (ใช้งาน) รับงานใหม่ได้ และปรากฏในตัวเลือกมอบหมายงาน
INACTIVE (ปิดใช้งาน) รับงานใหม่ไม่ได้ แต่ยังเข้าแอปมือถือเพื่อปิดงานที่ค้างได้

สถานการณ์: ดูและค้นหารายการบัญชีช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูช่างทั้งหมดที่ลงทะเบียนพร้อมข้อมูลสำคัญ ทีมที่สังกัด และสถานะปัจจุบัน รวมถึงค้นหาช่างที่ต้องการได้รวดเร็ว

ขั้นตอน

  1. คลิก ช่าง (Technicians) → บัญชีช่าง (Accounts) ในเมนูด้านซ้าย หน้ารายการบัญชีช่างจะโหลดขึ้นมา

    หน้ารายการบัญชีช่างแสดงตารางช่างทั้งหมด
    หน้ารายการบัญชีช่างแสดงตารางช่างทั้งหมด

  2. ดูข้อมูลในแต่ละแถวของตาราง:

    คอลัมน์ แสดงอะไร ตัวอย่าง
    ชื่อ-นามสกุล (Name) ชื่อและนามสกุลช่าง สมชาย ประเสริฐ
    เบอร์โทร (Phone) เบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ 081-234-5678
    OTP รหัส OTP ล่าสุด (กดแสดง/ซ่อน) ••••••
    ประเภท (Type) TECHNICIAN หรือ TEAM_LEADER หัวหน้าช่าง
    สถานะ (Status) ACTIVE หรือ INACTIVE ACTIVE
    GPS ตำแหน่งล่าสุด พิกัดล่าสุดพร้อมลิงก์ Google Maps 13.7563, 100.5018
  3. พิมพ์คำค้นในช่อง ค้นหา (Search) เพื่อค้นหาช่างด้วยชื่อหรือเบอร์โทร

  4. ใช้ตัวกรองเพื่อแคบรายการให้แคบลง:

    ตัวกรอง ตัวเลือก กรองตาม
    ประเภทช่าง (Type) ช่าง / หัวหน้าช่าง ตำแหน่ง
    สถานะ (Status) Active / Inactive สถานะบัญชี

    เคล็ดลับ: เมื่อลูกค้าโทรเข้ามาพร้อมแจ้งเบอร์ช่าง ให้ค้นด้วยเบอร์โทร — มักเร็วกว่าค้นด้วยชื่อ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเห็นภาพรวมบัญชีช่างทั้งหมด คลิกแถวใดก็ได้เพื่อเปิดดูรายละเอียดและจัดการโปรไฟล์ เงื่อนไขการทำงาน และผลงานของช่างคนนั้น


สถานการณ์: สร้างบัญชีช่างใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลงทะเบียนช่างภาคสนามคนใหม่เข้าระบบด้วยเบอร์โทรไทย เพื่อให้ช่างเข้าใช้งานแอปมือถือด้วย OTP ได้

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการบัญชีช่าง คลิกปุ่ม + สร้างบัญชีช่าง (+ Create) ที่มุมขวาบน

    ฟอร์มสร้างบัญชีช่างพร้อมช่องกรอกเบอร์โทร
    ฟอร์มสร้างบัญชีช่างพร้อมช่องกรอกเบอร์โทร

  2. กรอกข้อมูลในฟอร์มลงทะเบียนบัญชี:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เบอร์โทร (Phone Number)* เบอร์โทรไทยที่ช่างใช้เข้าระบบ 9–10 หลัก รูปแบบไทย (รองรับรหัสพื้นที่ 02 เป็นพิเศษ) และไม่ซ้ำภายในองค์กร
    ประเภทช่าง (Technician Type)* เลือกประเภทของช่าง ต้องเลือก 1 ค่า
    เชื่อมโยงโปรไฟล์ (Link to Profile) เลือกโปรไฟล์ช่างที่มีอยู่ (ถ้ามี) ไม่บังคับ — ผูกแบบ 1:1

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก เบอร์โทรจะถูกแปลงจาก 0X-XXX-XXXX เป็น +66X-XXX-XXXX โดยระบบอัตโนมัติ

  3. คลิกปุ่ม สร้างบัญชี (Create)

    ระบบจะตรวจสอบเบอร์โทรก่อนบันทึก:

    ผลตรวจสอบ ข้อความที่แสดง
    รูปแบบไม่ถูกต้อง "รูปแบบเบอร์โทรไม่ถูกต้อง" (ต้อง 9–10 หลัก)
    เบอร์ซ้ำ "เบอร์โทรนี้ถูกใช้งานแล้ว" (BR1: เบอร์ต้องไม่ซ้ำในองค์กร)
    ถูกต้อง ระบบสร้างบัญชีและสร้าง OTP ให้
  4. หลังสร้างสำเร็จ ระบบจะพากลับไปหน้ารายการบัญชีช่าง และแสดง OTP ล่าสุดในรายการ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

บัญชีช่างถูกสร้างด้วยสถานะ ACTIVE และตำแหน่ง TECHNICIAN (ค่าเริ่มต้น) ช่างสามารถเข้าแอปมือถือด้วยเบอร์โทรและ OTP ที่ระบบสร้างได้ ขั้นถัดไปควรตั้งค่าโปรไฟล์และเงื่อนไขการทำงานเพื่อควบคุมประเภทงานที่ช่างจะได้รับ

คำเตือน: หากยังไม่ตั้งเงื่อนไขการทำงาน ช่างจะไม่ปรากฏในตัวกรองมอบหมายงานที่กำหนดประเภทงาน ประเภทสินทรัพย์ หรือเขตพื้นที่ — ควรตั้งทันทีหลังสร้างบัญชี


สถานการณ์: ดูและแก้ไขโปรไฟล์ช่าง พร้อมตั้งเงื่อนไขการทำงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กรอกข้อมูลส่วนตัวของช่าง กำหนดบริษัทและหัวหน้าช่าง และตั้งเงื่อนไขการทำงาน (Work Condition) ว่าช่างทำงานประเภทใด รับได้กี่งานต่อวัน และครอบคลุมพื้นที่ใด

ขั้นตอน

  1. คลิก ช่าง (Technicians) → โปรไฟล์ช่าง (Profiles) ในเมนูด้านซ้าย หรือเปิดจากลิงก์ในบัญชีช่าง

  2. คลิกปุ่ม + สร้างโปรไฟล์ (+ Create) เพื่อสร้างใหม่ หรือคลิกแถวโปรไฟล์ที่มีอยู่เพื่อแก้ไข

    ฟอร์มโปรไฟล์ช่างพร้อมส่วนเงื่อนไขการทำงาน
    ฟอร์มโปรไฟล์ช่างพร้อมส่วนเงื่อนไขการทำงาน

  3. กรอกข้อมูลส่วนตัวและการสังกัด:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อ (First Name)* ชื่อจริงของช่าง สูงสุด 100 ตัวอักษร
    นามสกุล (Last Name)* นามสกุลของช่าง สูงสุด 100 ตัวอักษร
    ชื่อที่แสดง (Display Name)* ชื่อที่ใช้แสดงในระบบ สูงสุด 100 ตัวอักษร
    อีเมล (Email) อีเมลติดต่อ รูปแบบอีเมลที่ถูกต้อง — ไม่บังคับ
    รูปโปรไฟล์ (Photo) อัปโหลดรูปภาพ ไฟล์รูปภาพที่ถูกต้อง — ไม่บังคับ
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่ของช่าง สูงสุด 500 ตัวอักษร — ไม่บังคับ
    ตำแหน่ง (Position)* Technician หรือ Team Leader ต้องเลือก 1 ค่า
    บริษัท (Company) เลือกบริษัทช่างจาก dropdown ช่างผู้รับเหมาช่วงต้องผูกบริษัท (BR6)
    หัวหน้าช่าง (Team Leader) เลือกหัวหน้าช่างที่มีอยู่ ช่าง 1 คนสังกัดได้เพียง 1 ทีม (BR2)

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. ในส่วน เงื่อนไขการทำงาน (Work Condition) ตั้งค่าแต่ละพารามิเตอร์:

    พารามิเตอร์ ชนิด ความหมาย
    จำนวนงานสูงสุดต่อวัน (Max Workload/Day) ตัวเลข จำนวนงานสูงสุดที่มอบหมายให้ช่างได้ต่อวัน ใช้คำนวณ % ภาระงานในหน้า Workload
    ประเภทงาน (Job Types) เช็กบ็อกซ์ ประเภทงานที่ช่างทำได้ — BM / PM / QC / IN / UN / IS
    ประเภทสินทรัพย์ (Asset Types) เลือกหลายค่า ประเภทอุปกรณ์ที่ช่างได้รับการฝึก
    เขตพื้นที่ทำงาน (Service Areas) เลือกหลายจังหวัด จังหวัดที่ช่างให้บริการ — เฉพาะงานในจังหวัดเหล่านี้จะถูกเสนอให้ช่าง

    เคล็ดลับ: ช่างส่วนใหญ่ทำ BM และ PM เป็นหลัก ส่วน QC มักสงวนไว้ให้ช่างอาวุโสหรือหัวหน้าช่าง กำหนดประเภทงานตามใบรับรองและประสบการณ์ของช่าง

  5. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกโปรไฟล์และเงื่อนไขการทำงานทันที เมื่อมอบหมายงาน ระบบจะกรองรายชื่อช่างตามประเภทงาน ประเภทสินทรัพย์ และเขตพื้นที่ที่ตรงกัน ค่าจำนวนงานต่อวันจะถูกใช้คำนวณภาระงานในหน้า Workload

หมายเหตุ: ช่างที่ไม่ได้ตั้งเขตพื้นที่ทำงานจะไม่ปรากฏในรายการมอบหมายที่กรองตามพื้นที่ — ควรกำหนดอย่างน้อย 1 จังหวัดเสมอ


สถานการณ์: แต่งตั้งหัวหน้าช่าง (Team Leader)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เลื่อนตำแหน่งช่างเป็นหัวหน้าช่าง และมอบหมายให้ดูแลทีม

ขั้นตอน

  1. เปิดโปรไฟล์ช่างที่ต้องการ โดยคลิกแถวของช่างในรายการ

  2. คลิกปุ่ม แก้ไข (Edit) เพื่อเข้าโหมดแก้ไข

    ฟอร์มแก้ไขโปรไฟล์แสดงตำแหน่ง TEAM_LEADER
    ฟอร์มแก้ไขโปรไฟล์แสดงตำแหน่ง TEAM_LEADER

  3. เปลี่ยนค่าในฟอร์ม:

    ช่อง เปลี่ยนเป็น เงื่อนไข
    ตำแหน่ง (Position)* TEAM_LEADER เลื่อนช่างขึ้นเป็นหัวหน้าทีม
    ทีม (Team) เลือกทีมที่จะให้ดูแล แต่ละทีมมีหัวหน้าได้เพียง 1 คน (BR3)
  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save)

  5. หัวหน้าช่างจะได้รับความสามารถเพิ่มเติม:

    ความสามารถ รายละเอียด
    ดูสมาชิกทีม เห็นสมาชิกทีมและสถานะทั้งหมดบนแอปมือถือ
    กรอง Dashboard กรองให้แสดงเฉพาะงานของทีมตน
    มุมมองข้อมูลทีม มุมมองเฉพาะแสดงรายชื่อ ภาระงาน และผลงานของทีม

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ตำแหน่งของช่างเปลี่ยนเป็น TEAM_LEADER ทั่วทั้งระบบ โปรไฟล์จะแสดงป้ายหัวหน้าช่าง ฟีเจอร์จัดการทีมจะปรากฏบนแอปมือถือเมื่อช่างเข้าระบบครั้งถัดไป

หมายเหตุ: ช่าง 1 คนสังกัดได้เพียง 1 ทีม การเปลี่ยนทีมของหัวหน้าช่างจะย้ายเฉพาะตัวเขา ไม่กระทบสมาชิกทีมอื่น


สถานการณ์: ดูผลงานช่าง (ประวัติงาน อะไหล่ และรีวิว)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ทบทวนผลงานในอดีตของช่าง ทั้งประวัติงาน การใช้อะไหล่ และคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้า

ขั้นตอน

  1. เปิดโปรไฟล์ช่างที่ต้องการ โดยคลิกแถวของช่างในรายการ

  2. หน้ารายละเอียดโปรไฟล์มี 3 แท็บผลงาน:

    หน้ารายละเอียดช่างแสดง 3 แท็บผลงาน
    หน้ารายละเอียดช่างแสดง 3 แท็บผลงาน

  3. แท็บ ประวัติงาน (Job History) — แสดงไทม์ไลน์งานทั้งหมดที่มอบหมายให้ช่าง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร:

    คอลัมน์ แสดงอะไร
    วันที่ วันที่ปิดงาน
    เลขที่งาน รหัสงานที่ระบบสร้าง
    ประเภทงาน BM / PM / QC / IN / UN / IS
    ลูกค้า บริษัทและสถานที่
    สถานะ สถานะสุดท้ายของงาน (DONE, CANCEL ฯลฯ)
  4. แท็บ ประวัติอะไหล่ (Spare Part Usage) — รวมอะไหล่ทั้งหมดที่ช่างใช้ในทุกงาน:

    คอลัมน์ แสดงอะไร
    ชื่ออะไหล่ ชื่ออะไหล่ที่ใช้
    งานอ้างอิง งานที่ใช้อะไหล่นั้น
    จำนวน จำนวนหน่วยที่ใช้
    วันที่ วันที่ใช้อะไหล่
  5. แท็บ รีวิวงาน (Job Reviews / Ratings) — แสดงคะแนนและความเห็นจากลูกค้า:

    ตัวชี้วัด แสดงอะไร
    คะแนนเฉลี่ย คะแนนความพึงพอใจรวมจากลูกค้า
    รีวิวรายงาน คะแนนดาวและความเห็นต่อแต่ละงาน พร้อมผู้รีวิวและวันที่

    เคล็ดลับ: ใช้แท็บรีวิวตอนประเมินผลงาน หากแนวโน้มคะแนนลดลงอาจบ่งชี้ความจำเป็นในการฝึกอบรมหรือปัญหาภาระงาน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณได้ภาพรวมผลงานช่างครบถ้วน ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการประเมินผล จัดสรรงาน และระบุความต้องการฝึกอบรม


สถานการณ์: ปิดการใช้งานหรือเปิดใช้งานบัญชีช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ปิดการใช้งานบัญชีช่างเพื่อไม่ให้รับงานใหม่ แต่ยังให้ปิดงานที่ค้างได้ หรือเปิดใช้งานกลับเมื่อช่างพร้อม

ขั้นตอน

  1. ที่รายการบัญชีช่าง คลิก สวิตช์สถานะ (Status toggle) บนแถวของช่าง

    สวิตช์สถานะ ACTIVE/INACTIVE บนแถวช่าง
    สวิตช์สถานะ ACTIVE/INACTIVE บนแถวช่าง

  2. ระบบจะตรวจสอบก่อนเปลี่ยนสถานะ:

    กรณี สิ่งที่เกิด
    ช่างมีงานที่กำลังดำเนินการอยู่ ระบบแสดง "ไม่สามารถปิดการใช้งานได้ ช่างมีงานที่กำลังดำเนินการ" และไม่เปลี่ยนสถานะ (BR5)
    ไม่มีงานค้าง ระบบแสดงกล่องยืนยัน "ยืนยันการเปลี่ยนสถานะ?"
  3. ในกล่องยืนยัน คลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อเปลี่ยนสถานะ หรือ ยกเลิก (Cancel) เพื่อกลับสู่รายการ

  4. ผลเมื่อเปลี่ยนเป็น INACTIVE:

    ก่อน (ACTIVE) หลัง (INACTIVE)
    ปรากฏในตัวเลือกมอบหมายงาน ถูกซ่อนจากตัวเลือกมอบหมายงาน
    รับงานใหม่ได้ รับงานใหม่ไม่ได้ (BR4)
    เข้าแอปมือถือได้ ยังเข้าแอปมือถือได้
    งานที่ค้างดำเนินต่อ งานที่ค้างดำเนินต่อจนจบ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สถานะช่างเปลี่ยนทันที ป้ายสถานะบนแถวอัปเดต ช่างถูกนำออกจากตัวเลือกมอบหมายและการคำนวณภาระงาน แต่ยังเข้าแอปเพื่อปิดงานที่ค้างได้

คำเตือน: การปิดการใช้งานไม่ยกเลิกงานที่ค้างของช่าง หากต้องย้ายงานที่ค้างให้ช่างอื่น ต้องทำเองผ่าน Job Management

เคล็ดลับ: ใช้ INACTIVE แทนการลบสำหรับช่างที่ไม่พร้อมชั่วคราว (ลา/ป่วย/หมดสัญญา) ประวัติงานและผลงานจะถูกเก็บไว้ — เปิดใช้งานกลับได้ด้วยการสลับสถานะเป็น ACTIVE


สถานการณ์: จัดการบริษัทช่าง (ผู้รับเหมาช่วง)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างและจัดการบริษัทผู้รับเหมาช่วงภายนอก แล้วเชื่อมโยงช่างภายนอกเข้ากับบริษัทเหล่านั้น

ขั้นตอน

  1. คลิก ช่าง (Technicians) → บริษัทช่าง (Companies) ในเมนูด้านซ้าย หน้ารายการบริษัทช่างจะโหลดขึ้นมา

    หน้ารายการบริษัทช่างพร้อมปุ่มจัดการ
    หน้ารายการบริษัทช่างพร้อมปุ่มจัดการ

  2. คลิกปุ่ม + สร้างบริษัท (+ Create) เพื่อสร้างใหม่ หรือคลิกแถวบริษัทเพื่อแก้ไข

  3. กรอกข้อมูลในฟอร์มบริษัท:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อบริษัท (Company Name)* ชื่อเต็มของบริษัทผู้รับเหมาช่วง ต้องกรอก
    ประเภท (Type)* สำนักงานใหญ่ (Head Office) หรือ สาขา (Branch) รองรับลำดับชั้นสำนักงานใหญ่/สาขา
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่บริษัท ไม่บังคับ
    ข้อมูลติดต่อ (Contact Info) ผู้ติดต่อ เบอร์โทร อีเมล ไม่บังคับ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. คลิกปุ่ม บันทึก (Save) ระบบจะพากลับไปหน้ารายการบริษัท หากข้อมูลไม่ถูกต้องระบบจะแสดงข้อความ error ในฟอร์ม

  5. เชื่อมโยงช่างกับบริษัท โดยเปิดโปรไฟล์ช่างแล้วเลือกบริษัทในช่อง บริษัท (Company) (ดูสถานการณ์ "ดูและแก้ไขโปรไฟล์ช่าง")

    หมายเหตุ: ช่างผู้รับเหมาช่วงทำงานในระบบเหมือนช่างภายในทุกประการ การสังกัดบริษัทใช้เพื่อการรายงาน การวางบิล และการติดตามองค์กรเท่านั้น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

บริษัทช่างปรากฏในรายการและสามารถผูกกับบัญชีช่างได้ ใช้การสังกัดบริษัทเพื่อกรองและรายงานงานที่ทำโดยช่างภายนอกเทียบกับช่างภายใน


สถานการณ์: ส่งออกข้อมูลช่างเป็นไฟล์ CSV

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดาวน์โหลดข้อมูลช่างเป็นไฟล์ CSV เพื่อทำรายงาน เก็บข้อมูล HR หรือเชื่อมระบบภายนอก

ขั้นตอน

  1. ไปที่หน้ารายการที่ต้องการ — บัญชีช่าง, โปรไฟล์ช่าง หรือ บริษัทช่าง

  2. ใส่ตัวกรองที่ต้องการเพื่อแคบชุดข้อมูล

  3. คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด (Export) ที่ด้านบนของรายการ

  4. ระบบจะสร้างไฟล์ CSV ตามแหล่งข้อมูล:

    แหล่งข้อมูล ไฟล์ CSV ประกอบด้วย
    บัญชีช่าง ชื่อ เบอร์โทร อีเมล ตำแหน่ง ทีม สถานะ บริษัทที่สังกัด
    โปรไฟล์ช่าง ชื่อ ที่อยู่ เงื่อนไขการทำงาน (จำนวนงาน/ประเภทงาน/เขตพื้นที่) URL รูปภาพ
    บริษัทช่าง ชื่อบริษัท ข้อมูลติดต่อ จำนวนช่างที่ผูก สถานะ
  5. ไฟล์ CSV จะถูกบันทึกลงในตำแหน่งดาวน์โหลดเริ่มต้นของเบราว์เซอร์

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

เปิดไฟล์ CSV ใน Excel หรือ Google Sheets เพื่อวิเคราะห์ ใช้สำหรับรายงานจำนวนช่าง วิเคราะห์ความครอบคลุมพื้นที่ หรือซิงก์ข้อมูลกับระบบ HR ภายนอก

เคล็ดลับ: ส่งออกโปรไฟล์ช่างพร้อมเงื่อนไขการทำงานเพื่อวิเคราะห์ช่องว่างความครอบคลุมพื้นที่ เรียงตามเขตพื้นที่เพื่อหาจังหวัดที่มีช่างไม่เพียงพอ


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
"รูปแบบเบอร์โทรไม่ถูกต้อง" ตรวจว่าเป็น 9–10 หลักรูปแบบไทย ลบรหัสประเทศ (+66) ช่องว่าง และขีดออก
"เบอร์โทรนี้ถูกใช้งานแล้ว" เบอร์นี้ผูกกับช่างคนอื่นในองค์กรแล้ว ค้นด้วยเบอร์โทรเพื่อหาบัญชีที่มีอยู่
ช่างไม่ได้รับ OTP ให้ช่างตรวจกล่อง SMS รอ 60 วินาทีก่อนส่งใหม่ ตรวจว่าเบอร์ถูกและมีสัญญาณ
ช่างไม่ปรากฏในตัวเลือกมอบหมายงาน ตรวจว่าช่างเป็น ACTIVE มีประเภทงานที่ถูกเปิดในเงื่อนไขการทำงาน และมีจังหวัดที่ตรงในเขตพื้นที่
เงื่อนไขการทำงานบันทึกไม่ได้ ต้องเลือกอย่างน้อย 1 ประเภทงาน ตรวจว่าจำนวนงานต่อวันเป็นจำนวนบวก และบันทึกก่อนออกจากหน้า
"ไม่สามารถปิดการใช้งานได้ ช่างมีงานที่กำลังดำเนินการ" ช่างมีงานค้าง (BR5) ปิดหรือย้ายงานที่ค้างผ่าน Job Management ก่อน แล้วลองอีกครั้ง
ลบบัญชีช่างไม่ได้ ช่างที่มีประวัติงานลบไม่ได้เพื่อรักษาร่องรอยตรวจสอบ ให้ใช้สถานะ INACTIVE แทน
GPS แสดงข้อมูลเก่า แอปมือถือของช่างอาจปิดอยู่หรือปิด location services ให้ช่างเปิดแอปและอนุญาตตำแหน่ง
หัวหน้าช่างมองไม่เห็นสมาชิกทีม ตรวจว่าตำแหน่งเป็น TEAM_LEADER (ไม่ใช่ TECHNICIAN) สมาชิกอยู่ทีมเดียวกัน และให้หัวหน้าช่างออกแล้วเข้าระบบใหม่
ไฟล์ CSV ที่ส่งออกว่างเปล่า ไม่มีช่างตรงตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองทั้งหมดแล้วลองใหม่

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูช่างทั้งหมด sidebar → ช่าง → บัญชีช่าง (โหลดรายการอัตโนมัติ)
ค้นหาด้วยเบอร์โทร sidebar → ช่าง → บัญชีช่าง พิมพ์เบอร์ในช่องค้นหา
สร้างบัญชีช่างใหม่ หน้าบัญชีช่าง + สร้างบัญชีช่าง → กรอกเบอร์ → สร้างบัญชี
แก้ไข/สร้างโปรไฟล์ sidebar → ช่าง → โปรไฟล์ช่าง คลิกแถว / + สร้างโปรไฟล์บันทึก
ตั้งเงื่อนไขการทำงาน โปรไฟล์ช่าง → ส่วนเงื่อนไขการทำงาน ตั้งจำนวนงาน/ประเภทงาน/พื้นที่ → บันทึก
แต่งตั้งหัวหน้าช่าง โปรไฟล์ช่าง → แก้ไข ตำแหน่ง = TEAM_LEADER → เลือกทีม → บันทึก
ดูประวัติงาน โปรไฟล์ช่าง แท็บ ประวัติงาน
ดูประวัติอะไหล่ โปรไฟล์ช่าง แท็บ ประวัติอะไหล่
ดูรีวิว/คะแนน โปรไฟล์ช่าง แท็บ รีวิวงาน
ปิด/เปิดใช้งานบัญชี หน้าบัญชีช่าง สวิตช์สถานะ → ยืนยัน
จัดการบริษัทช่าง sidebar → ช่าง → บริษัทช่าง สร้าง/แก้ไข/ลบ → บันทึก
ส่งออกข้อมูลเป็น CSV หน้ารายการช่างใด ๆ ดาวน์โหลด (Export)

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้ารายการบัญชีช่างพร้อมคอลัมน์ ชื่อ เบอร์โทร OTP ประเภท สถานะ GPS /technician-account
2 ฟอร์มสร้างบัญชีช่างพร้อมช่องเบอร์โทรและตัวเลือกเชื่อมโยงโปรไฟล์ /technician-account/create
3 รายการบัญชีช่างหลังสร้างสำเร็จแสดงปุ่มแสดง/ซ่อน OTP /technician-account
4 ฟอร์มโปรไฟล์ช่างพร้อมส่วนเงื่อนไขการทำงาน /technician-profile/edit/[id]
5 ฟอร์มแก้ไขโปรไฟล์แสดงตำแหน่ง TEAM_LEADER และช่องมอบหมายทีม /technician-profile/edit/[id]
6 หน้ารายละเอียดช่างแสดง 3 แท็บผลงาน (ประวัติงาน/อะไหล่/รีวิว) /technician-profile/edit/[id]
7 แถวบัญชีช่างแสดงสวิตช์สถานะ ACTIVE/INACTIVE และกล่องยืนยัน /technician-account
8 หน้ารายการบริษัทช่างพร้อมปุ่มสร้าง/แก้ไข/ลบ /technician-company
9 ปุ่มดาวน์โหลด (Export) ที่ด้านบนหน้ารายการช่าง /technician-account

อ้างอิง: FR-012, UF-012 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

อะไหล่และคลังสินค้า (Spare Parts & Warehouse)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 06

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — จัดการคลังอะไหล่หลายคลัง: สร้าง/แก้ไขรายการอะไหล่, ตั้งค่าสต็อกต่อคลัง, อนุมัติ/ปฏิเสธคำขอเบิก (Requisition), จัดการการโอนย้าย (Transfer) และการคืนอะไหล่ (Return), ดูประวัติการใช้อะไหล่ต่อใบงาน และเฝ้าระวังสต็อกต่ำ

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), เจ้าหน้าที่คลังสินค้า (Warehouse Staff)

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → Spare Parts (อะไหล่)

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-014 (Admin Spare Parts Management), UF-014

โมดูลในโค้ดเบสspare-part-stock, spare-part-request, spare-part-location, spare-part-transaction, spare-part-used, spare-part-return


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:

ตารางอ้างอิงสำคัญ

ประเภทอะไหล่ (Part Type)

ประเภท คำอธิบาย คืนเข้าคลังหรือไม่
CONSUMABLE อะไหล่ใช้ครั้งเดียวแล้วหมดระหว่างให้บริการ (ไส้กรอง, ซีล, น้ำมันหล่อลื่น) ไม่คืน
STOCKABLE อะไหล่ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ คืนเข้าคลังหลังใช้งาน (เครื่องมือ, โมดูล, ชุดประกอบ) คืนได้

ป้ายสถานะสต็อก (Stock Status Badge)

สถานะ สีป้าย ความหมาย
AVAILABLE — มีสต็อก เขียว สต็อกสูงกว่าระดับต่ำสุดที่กำหนด
LOW_STOCK — สต็อกต่ำ เหลือง สต็อกเท่ากับหรือต่ำกว่าระดับต่ำสุด — ต้องดำเนินการ
OUT_OF_STOCK — หมดสต็อก เทา ไม่มีสต็อกเหลือในคลัง (ศูนย์ชิ้น)

สถานการณ์: ดูสต็อกอะไหล่ในคลัง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูรายการอะไหล่ทั้งหมดพร้อมระดับสต็อกในแต่ละคลัง และค้นหาอะไหล่ที่ต้องดำเนินการได้รวดเร็ว

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → สต็อกอะไหล่ (Stock) ในเมนูด้านซ้าย ระบบจะโหลดรายการสต็อกเป็นหน้าเริ่มต้น

    รายการสต็อกอะไหล่แสดงป้ายสถานะ
    รายการสต็อกอะไหล่แสดงป้ายสถานะ

  2. อ่านข้อมูลในแต่ละแถวของตารางสต็อก:

    คอลัมน์ ความหมาย ตัวอย่าง
    รหัสอะไหล่ (Part Number) รหัส SKU เฉพาะของอะไหล่ SP-BELT-001
    ชื่ออะไหล่ (Part Name) ชื่อแสดงของอะไหล่ สายพานคอมเพรสเซอร์
    หมวดหมู่ (Category) หมวดหมู่ของอะไหล่ สายพาน
    หน่วยนับ (Unit) หน่วยวัด ชิ้น
    ราคาต่อหน่วย (Unit Cost) ราคาทุนต่อหน่วย (ใช้ภายใน) 350
    ประเภท (Type) ป้าย CONSUMABLE หรือ STOCKABLE STOCKABLE
    จำนวนสต็อกต่อคลัง จำนวนคงเหลือแยกตามคลัง WH-BKK: 45, WH-CM: 12
    สถานะ (Status) ป้ายสีบอกระดับสต็อก เขียว (มีสต็อก)
  3. ใช้แถบค้นหาและตัวกรองเพื่อจำกัดผลลัพธ์:

    ตัวกรอง ชนิด ใช้ทำอะไร
    ค้นหา (Search) ช่องข้อความ ค้นหาด้วยชื่ออะไหล่หรือรหัสอะไหล่
    ประเภท (Type) Dropdown กรองเฉพาะ CONSUMABLE หรือ STOCKABLE
    คลังสินค้า (Warehouse) Dropdown แสดงสต็อกเฉพาะคลังที่เลือก
    สถานะ (Status) Dropdown กรองตาม AVAILABLE / LOW_STOCK / OUT_OF_STOCK
  4. คลิกแถวใดก็ได้เพื่อเปิดหน้ารายละเอียดอะไหล่ พร้อมประวัติสต็อกและรายละเอียดแยกตามคลัง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการสต็อกแสดงจำนวนแบบเรียลไทม์ อะไหล่ที่สถานะ LOW_STOCK จะมีป้ายสีเหลืองให้สังเกตง่าย ใช้ตัวกรองสถานะค้นหาอะไหล่ที่ต้องเติมสต็อกได้ทันที

เคล็ดลับ: เริ่มต้นวันด้วยการกรองสถานะ LOW_STOCK และ OUT_OF_STOCK จะเห็นภาพรวมอะไหล่ที่ต้องจัดซื้อหรือโยกระหว่างคลังทันที


สถานการณ์: สร้างและแก้ไขรายการอะไหล่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลงทะเบียนอะไหล่ใหม่ในระบบเพื่อให้ติดตาม เบิก โอน และผูกกับคลังได้ หรือแก้ไขข้อมูลอะไหล่ที่มีอยู่

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสต็อก คลิกปุ่ม + สร้างอะไหล่ (Create) ที่มุมขวาบน

  2. กรอกข้อมูลในฟอร์มสร้างอะไหล่:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    รหัสอะไหล่ (Part Number)* รหัส SKU เฉพาะ เช่น SP-BELT-001 ต้องไม่ซ้ำกับอะไหล่อื่นในระบบ
    ชื่ออะไหล่ (Part Name)* ชื่อ/คำอธิบายของอะไหล่ ความยาวไม่เกิน 200 ตัวอักษร
    หมวดหมู่ (Category) หมวดหมู่ของอะไหล่ ไม่บังคับ
    หน่วยนับ (Unit)* หน่วยวัด เช่น ชิ้น, ลิตร, ชุด ต้องระบุ
    ราคาต่อหน่วย (Unit Cost) ราคาทุนต่อหน่วย (ใช้ติดตามภายใน ไม่ใช่คิดเงินลูกค้า) ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0
    ประเภท (Type)* เลือก CONSUMABLE หรือ STOCKABLE ต้องเลือก 1 อย่าง
    อายุการใช้งาน (Age — ปี) อายุการใช้งานสำหรับติดตามการบำรุงรักษา ไม่บังคับ ระบุเป็นจำนวนปี
    ระดับสต็อกต่ำสุด (Minimum Stock) เกณฑ์ที่ต่ำกว่านี้จะแจ้งเตือน LOW_STOCK ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0
    คลังสินค้า & จำนวนเริ่มต้น เลือกคลังและกรอกจำนวนสต็อกเริ่มต้น จำนวนต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

    หมายเหตุ: เลือกประเภทให้รอบคอบ — อะไหล่ CONSUMABLE คาดว่าจะใช้แล้วหมด ไม่คืน ส่วน STOCKABLE คืนเข้าคลังได้หลังใช้งาน สิ่งนี้มีผลต่อขั้นตอนการคืนอะไหล่

  3. คลิก บันทึก (Save) เพื่อสร้างอะไหล่

    คำเตือน: หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือผิดเงื่อนไข ระบบจะแสดง error และไฮไลต์ช่องที่ต้องแก้ ให้แก้ไขช่องที่ไฮไลต์แล้วบันทึกอีกครั้ง

  4. หากต้องการแก้ไขอะไหล่ที่มีอยู่ ที่หน้ารายการสต็อก คลิกเมนูการกระทำ (⋮) ที่แถวของอะไหล่ แล้วเลือก แก้ไข (Edit)

  5. ในหน้าแก้ไข แก้ข้อมูลทั่วไป จัดการจำนวนสต็อกแยกตามคลัง หรือเปิดแท็บ ประวัติ (History) เพื่อดูประวัติสต็อก แล้วคลิก บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

อะไหล่ใหม่ถูกเพิ่มเข้าแคตตาล็อกและพร้อมใช้สำหรับการเบิกและโอนทันที ระบบจะเริ่มติดตามทุกการเพิ่ม/ลดสต็อก (จากการเบิก โอน คืน) และอัปเดตป้ายสถานะอัตโนมัติตามเกณฑ์สต็อกต่ำสุดที่ตั้งไว้

คำเตือน: รหัสอะไหล่ (Part Number) ต้องไม่ซ้ำ หากกรอกรหัสที่มีอยู่แล้ว ระบบจะไม่ยอมให้สร้าง ให้ใช้รูปแบบตั้งชื่อที่สม่ำเสมอ เช่น SP-{หมวด}-{เลขลำดับ}


สถานการณ์: ตั้งค่าสต็อกต่อคลังสินค้า

สิ่งที่คุณต้องการทำ

กำหนดจำนวนสต็อกเริ่มต้นของอะไหล่ในแต่ละคลัง เพื่อให้ระบบติดตามจำนวนคงคลังได้แม่นยำ

ขั้นตอน

  1. เปิดอะไหล่โดยคลิกแถวของอะไหล่ในรายการสต็อก แล้วเข้าหน้าแก้ไข

  2. ไปที่ส่วน/แท็บ คลังสินค้า (Warehouse) ในหน้ารายละเอียดอะไหล่

  3. คลิก + เพิ่มคลังสินค้า (Add Warehouse) หรือเลือกคลังที่มีอยู่เพื่อแก้ไข

  4. กรอกจำนวนสต็อกสำหรับคลังที่เลือก:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    คลังสินค้า (Warehouse)* เลือกจากรายการคลังที่ตั้งค่าไว้ ต้องเป็นคลังที่มีอยู่จริง
    จำนวนเริ่มต้น (Initial Quantity)* จำนวนสต็อกตั้งต้นของคลังนี้ ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 0

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  5. คลิก บันทึก (Save) ระบบบันทึกระดับสต็อกและเริ่มบันทึกประวัติสต็อก (Audit Trail)

  6. ทำซ้ำขั้นตอน 3–5 สำหรับทุกคลังที่เก็บอะไหล่ชิ้นนี้

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

อะไหล่จะแสดงระดับสต็อกแยกตามคลัง ระบบเริ่มติดตามทุกการเพิ่ม/ลด (จากการเบิก โอน คืน) เทียบกับจำนวนนี้ และป้ายสถานะจะอัปเดตอัตโนมัติตามเกณฑ์สต็อกต่ำสุด

เคล็ดลับ: ก่อนตั้งค่าสต็อก ให้นับจำนวนจริงทางกายภาพก่อน ตัวเลขตั้งต้นที่ถูกต้องสำคัญต่อการแจ้งเตือนสต็อกต่ำที่เชื่อถือได้


สถานการณ์: จัดการคลังสินค้า (Warehouse)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้าง แก้ไข หรือปิดใช้งานคลังสินค้าที่เก็บอะไหล่ตามสถานที่ต่าง ๆ

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → คลังสินค้า (Warehouse) ในเมนูด้านซ้าย

    รายการคลังสินค้า
    รายการคลังสินค้า

  2. รายการคลังสินค้าจะแสดงคลังทั้งหมดที่ตั้งค่าไว้ พร้อมชื่อคลัง ที่อยู่ จำนวนชนิดอะไหล่ที่จัดเก็บ และสถานะ (ใช้งาน/ปิดใช้งาน)

  3. หากต้องการเพิ่มคลังใหม่ คลิก + สร้างคลังสินค้า (Create) แล้วกรอก:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อคลังสินค้า (Warehouse Name)* ชื่อที่ระบุได้ชัดเจน เช่น WH-Bangkok-Central ความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร
    ที่อยู่ (Address) ที่อยู่ทางกายภาพของคลัง ไม่บังคับ
    สถานะ (Status) สลับ ใช้งาน (Active) / ปิดใช้งาน (Inactive) ค่าเริ่มต้นคือ ใช้งาน

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. คลิก บันทึก (Save) เพื่อสร้างคลัง ระบบจะพากลับไปหน้ารายการ

  5. หากต้องการแก้ไขคลังที่มีอยู่ คลิกแถวนั้นแล้วแก้ไขข้อมูล หากต้องการปิดใช้งาน ให้สลับสถานะเป็น ปิดใช้งาน (Inactive)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คลังใหม่พร้อมใช้ตั้งค่าสต็อกได้ทันที แต่ละคลังติดตามระดับสต็อกอิสระต่อกัน คลังที่ปิดใช้งานจะไม่รับสต็อกใหม่แต่ยังเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้

คำเตือน: การปิดใช้งานคลังไม่ได้โอนสต็อกออกให้อัตโนมัติ ให้โอนหรือกระทบยอดสต็อกให้เรียบร้อยก่อนปิดใช้งานคลัง


สถานการณ์: อนุมัติหรือปฏิเสธคำขอเบิกอะไหล่ (Requisition)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ตรวจสอบคำขอเบิกอะไหล่จากช่าง แล้วอนุมัติ (ตัดสต็อกออกจากคลัง) หรือปฏิเสธพร้อมระบุเหตุผล

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → คำขอเบิกอะไหล่ (Requisitions) ในเมนูด้านซ้าย ระบบจะโหลดรายการคำขอ

    รายการคำขอเบิกอะไหล่ที่รอดำเนินการ
    รายการคำขอเบิกอะไหล่ที่รอดำเนินการ

  2. ใช้แท็บกรองด้านบนเพื่อเลือกชุดคำขอ: ทั้งหมด (All), รอดำเนินการ (Pending), อนุมัติแล้ว (Approved), ปฏิเสธ (Rejected)

  3. อ่านข้อมูลในแต่ละแถวของคำขอที่รอดำเนินการ:

    คอลัมน์ ความหมาย ตัวอย่าง
    รหัสรายการ (Transaction Code) รหัสเฉพาะที่ระบบสร้างอัตโนมัติ REQ-20260115-001
    ช่างผู้ขอ (Technician) ชื่อช่างที่ส่งคำขอ สมชาย พ.
    อะไหล่ (Spare Part) ชื่อและรหัสอะไหล่ สายพานคอมเพรสเซอร์ (SP-BELT-001)
    จำนวน (Quantity) จำนวนที่ขอเบิก 3
    ใบงาน (Work Order) เลขที่ใบงานที่เกี่ยวข้อง BM2026011500012
    รูปภาพ (Photo) ภาพประกอบที่แนบมา (รูปย่อ)
    วันที่ (Date) วันเวลาที่ส่งคำขอ 2026-01-15 09:30
  4. คลิกคำขอเพื่อเปิดหน้ารายละเอียด ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดรวมถึงรูปภาพที่แนบมา

  5. เลือกการกระทำ:

    เพื่ออนุมัติ:

    ขั้น การกระทำ
    1 ตรวจสอบว่าอะไหล่และจำนวนสมเหตุสมผลกับใบงานที่อ้างถึง
    2 ยืนยันว่าคลังมีสต็อกเพียงพอ
    3 คลิก อนุมัติ (Approve)

    เพื่อปฏิเสธ:

    ขั้น การกระทำ
    1 คลิก ไม่อนุมัติ (Reject)
    2 เลือกเหตุผลการปฏิเสธจาก dropdown (เลือกได้มากกว่าหนึ่งเหตุผล) เช่น สต็อกไม่เพียงพอ, คำขอไม่ถูกต้อง, เอกสารไม่ครบ
    3 กรอกหมายเหตุการปฏิเสธ (Reject Note) เพิ่มเติม
    4 คลิก ยืนยันการปฏิเสธ (Confirm)

    หมายเหตุ: การปฏิเสธทุกครั้งต้องระบุเหตุผล (Business Rule BR2) — ระบบจะไม่ให้ยืนยันการปฏิเสธหากไม่เลือกเหตุผล

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

  • อนุมัติแล้ว: สต็อกในคลังลดลงตามจำนวนที่ขอ และเพิ่มเข้าคลังในมือของช่าง ช่างได้รับการแจ้งเตือนยืนยันการอนุมัติ
  • ปฏิเสธ: ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสต็อก ช่างได้รับการแจ้งเตือนพร้อมเหตุผลและหมายเหตุ การปฏิเสธถูกบันทึกใน Audit Trail

คำเตือน: การอนุมัติจะตรวจสอบกับสต็อกที่มีอยู่ (BR3) หากสต็อกไม่พอ ระบบจะไม่ยอมให้อนุมัติ — ต้องเติมสต็อกหรือปฏิเสธพร้อมเหตุผล "สต็อกไม่เพียงพอ"


สถานการณ์: จัดการการโอนย้ายอะไหล่ (Transfer)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างหรือตรวจสอบรายการโอนย้ายอะไหล่ระหว่างคลังกับคลัง หรือระหว่างคลังกับช่าง

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → โอนย้ายอะไหล่ (Transfers) ในเมนูด้านซ้าย

    รายการโอนย้ายอะไหล่
    รายการโอนย้ายอะไหล่

  2. คลิกรายการโอนย้ายเพื่อดูรายละเอียด หรือคลิก + สร้างรายการโอนย้าย (Create) เพื่อสร้างใหม่

  3. ในฟอร์มโอนย้าย กรอกข้อมูล:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ต้นทาง (From)* เลือก คลังสินค้า (STORE) หรือ ช่าง (TECHNICIAN) ต้องเลือก
    ปลายทาง (To)* เลือก คลังสินค้า (STORE) หรือ ช่าง (TECHNICIAN) ต้องเลือก
    รายการอะไหล่ (Spare Part)* เลือกอะไหล่ที่จะโอน ต้องเลือกอย่างน้อย 1 รายการ
    จำนวน (Quantity)* จำนวนที่โอน ต้องไม่เกินสต็อกที่ต้นทางมี

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. ทำความเข้าใจประเภทการโอนย้าย:

    ต้นทาง ปลายทาง คำอธิบาย
    คลังสินค้า คลังสินค้า โอนระหว่างคลัง
    คลังสินค้า ช่าง โอนจากคลังไปช่าง
    ช่าง คลังสินค้า โอนจากช่างกลับคลัง
    ช่าง ช่าง โอนระหว่างช่าง
  5. คลิก บันทึก (Save) เพื่อสร้างรายการโอนย้าย

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบปรับสต็อกระหว่างต้นทางและปลายทางทันที สต็อกของผู้ส่งลดลง สต็อกของผู้รับเพิ่มขึ้น และบันทึกในประวัติสต็อก (Audit Trail) ของทั้งสองฝ่าย

คำเตือน: หากสต็อกต้นทางไม่เพียงพอ ระบบจะแสดง error "สต็อกไม่เพียงพอ" ให้ปรับลดจำนวนหรือเลือกต้นทางอื่นที่มีสต็อกพอ (BR3 — Stock Validation)


สถานการณ์: ดำเนินการคืนอะไหล่ (Return)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

รับและตรวจสอบอะไหล่ที่ช่างส่งคืน แล้วอนุมัติเพื่อนำกลับเข้าคลัง หรือปฏิเสธหากอะไหล่เสียหายหรือไม่ถูกต้อง

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → คืนอะไหล่ (Returns) ในเมนูด้านซ้าย

    รายการคืนอะไหล่ที่รอดำเนินการ
    รายการคืนอะไหล่ที่รอดำเนินการ

  2. อ่านข้อมูลในแต่ละแถวของรายการคืน: รหัสรายการ, ช่างผู้คืน, อะไหล่ (ชื่อ/รหัส/ประเภท), จำนวน, คลังปลายทาง, รูปภาพสภาพอะไหล่, วันที่

  3. คลิกรายการคืนเพื่อเปิดหน้ารายละเอียด ตรวจสอบรูปภาพและยืนยันว่าอะไหล่ตรงกับคำอธิบาย

  4. ตรวจสอบสภาพอะไหล่ (Condition): ดี (Good) / เสียหาย (Damaged) / ชำรุด (Defective) แล้วเลือกการกระทำ:

    เพื่ออนุมัติ (รับคืนเข้าคลัง):

    ขั้น การกระทำ
    1 ตรวจสอบว่าอะไหล่ตรงกับคำอธิบายและรูปภาพจริง
    2 ยืนยันว่าสภาพอะไหล่ใช้งานได้ พร้อมนำกลับเข้าคลัง
    3 คลิก รับคืน (Approve)

    เพื่อปฏิเสธ:

    ขั้น การกระทำ
    1 คลิก ปฏิเสธ (Reject)
    2 เลือกเหตุผลการปฏิเสธจาก dropdown เช่น อะไหล่เสียหาย, อะไหล่ผิดชนิด, จำนวนไม่ตรง
    3 กรอกหมายเหตุอธิบายปัญหา (ไม่บังคับ)
    4 คลิก ยืนยันการปฏิเสธ (Confirm)
  5. หากต้องการดูประวัติการคืนของอะไหล่ คลิก ดูประวัติ (View History) Modal ประวัติการคืนจะเปิดขึ้น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

  • อนุมัติ: อะไหล่ถูกเพิ่มกลับเข้าสต็อกคลังปลายทาง (สต็อกในมือช่างถูกตัดไปแล้วตอนเริ่มคืน) ช่างได้รับการแจ้งเตือนยืนยันการรับคืน
  • ปฏิเสธ: อะไหล่ถูกเพิ่มกลับเข้าคลังในมือของช่าง ช่างได้รับการแจ้งเตือนพร้อมเหตุผล และต้องประสานกับคลังเพื่อแก้ไข

คำเตือน: อนุมัติการคืนหลังตรวจสอบอะไหล่จริงทางกายภาพแล้วเท่านั้น (BR4 — Return Inspection) การรับอะไหล่เสียหายเข้าคลังจะสร้างปัญหาคุณภาพสต็อกในภายหลัง


สถานการณ์: ดูประวัติการใช้อะไหล่ต่อใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูว่าอะไหล่ใดถูกใช้ในใบงานใด โดยช่างคนใด และจำนวนเท่าใด เพื่อติดตามต้นทุนและตรวจสอบย้อนหลัง

ขั้นตอน

  1. คลิก Spare Parts (อะไหล่) → การใช้อะไหล่ (Usage) ในเมนูด้านซ้าย

    รายการการใช้อะไหล่
    รายการการใช้อะไหล่

  2. อ่านข้อมูลในรายการการใช้:

    คอลัมน์ ความหมาย ตัวอย่าง
    เลขที่ใบงาน (Job Number) ใบงานที่ใช้อะไหล่ BM2026011500012
    ช่าง (Technician) ช่างที่ใช้อะไหล่ สมชาย พ.
    อะไหล่ (Spare Part) ชื่อและรหัสอะไหล่ สายพานคอมเพรสเซอร์ (SP-BELT-001)
    จำนวนที่ใช้ (Quantity Used) จำนวนที่ถูกใช้ 2
    ประเภทงาน (Job Type) ประเภทของใบงาน บำรุงรักษา (PM)
    วันที่ (Date) วันเวลาที่บันทึกการใช้ 2026-01-15 14:30
  3. ใช้ตัวกรองเพื่อจำกัดผลลัพธ์: ช่วงวันที่ (Date Range), ช่าง (Technician), เลขที่ใบงาน (Job Number)

  4. คลิกรายการใดก็ได้เพื่อดูรายละเอียดใบงานที่เกี่ยวข้อง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ข้อมูลการใช้เป็นแบบอ่านอย่างเดียว สะท้อนอะไหล่ที่ถูกใช้จริงในงาน (สร้างอัตโนมัติเมื่อช่างทำเครื่องหมายใช้อะไหล่บนใบงาน — BR7) ใช้ข้อมูลนี้วิเคราะห์ต้นทุน วางแผนจัดซื้อ และดูว่าอะไหล่ใดถูกใช้บ่อยที่สุด

เคล็ดลับ: ส่งออกข้อมูลการใช้ทุกเดือนเพื่อพยากรณ์การจัดซื้อ อะไหล่ที่ใช้บ่อยอาจต้องตั้งระดับสต็อกต่ำสุดให้สูงขึ้น


สถานการณ์: นำเข้าและส่งออกข้อมูลสต็อก (Import / Export)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

นำเข้าอะไหล่และจำนวนสต็อกจำนวนมากจากไฟล์ CSV หรือส่งออกระดับสต็อกปัจจุบันเพื่อทำรายงาน

ขั้นตอน

เพื่อส่งออก (Export):

  1. ที่หน้ารายการสต็อก คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด (Export)

  2. ไฟล์ CSV จะดาวน์โหลดลงอุปกรณ์ พร้อมคอลัมน์ชื่ออะไหล่ รหัส ประเภท และจำนวนสต็อกต่อคลัง

เพื่อนำเข้า (Import):

  1. ที่หน้ารายการสต็อก คลิกปุ่ม นำเข้า (Import) Modal นำเข้าจะเปิดขึ้น

  2. ดาวน์โหลด เทมเพลต CSV หากนำเข้าครั้งแรก (เทมเพลตมีหัวคอลัมน์ที่จำเป็น)

    คอลัมน์ จำเป็น คำอธิบาย
    Part Number ใช่ รหัสอะไหล่เฉพาะ
    Part Name ใช่ ชื่ออะไหล่
    Type ใช่ CONSUMABLE หรือ STOCKABLE
    Minimum Stock ใช่ เกณฑ์สต็อกต่ำ
    Description ไม่ คำอธิบายอะไหล่
    {ชื่อคลังสินค้า} ไม่ หนึ่งคอลัมน์ต่อหนึ่งคลัง พร้อมค่าจำนวน
  3. กรอกข้อมูลใน CSV สำหรับหลายคลัง ให้เพิ่มหนึ่งคอลัมน์ต่อคลัง โดยใช้ชื่อคลังเป็นหัวคอลัมน์

  4. อัปโหลดไฟล์ CSV แล้วคลิก นำเข้า (Import)

  5. ระบบตรวจสอบไฟล์ หากมีแถวที่ผิดพลาด ระบบจะแสดงว่าแถวใดล้มเหลว

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

อะไหล่ที่นำเข้าถูกเพิ่มเข้าแคตตาล็อกและตั้งค่าสต็อกต่อคลัง อะไหล่ที่มีอยู่แล้ว (จับคู่ด้วย Part Number) จะอัปเดตระดับสต็อก การนำเข้าถูกบันทึกใน Audit Trail

คำเตือน: ใช้เทมเพลตล่าสุดเสมอ หัวคอลัมน์ต้องตรงทุกตัวอักษร การนำเข้าด้วยหัวคอลัมน์ผิดจะทำให้เกิด error การตรวจสอบ


สถานการณ์: ดูประวัติสต็อกและเฝ้าระวังสต็อกต่ำ

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ตรวจสอบประวัติการเคลื่อนไหวสต็อกของอะไหล่ และระบุอะไหล่ที่ต่ำกว่าระดับต่ำสุดเพื่อดำเนินการ

ขั้นตอน

  1. เปิดหน้าแก้ไขอะไหล่ แล้วคลิกแท็บ ประวัติ (History) ไทม์ไลน์ประวัติสต็อกจะโหลดขึ้น

  2. แต่ละรายการในไทม์ไลน์แสดงวันเวลา ประเภทการเคลื่อนไหว จำนวนที่เปลี่ยน และคลัง/อ้างอิงที่เกี่ยวข้อง เช่น:

    ตัวอย่างรายการ คำอธิบาย
    2026-04-01 10:00 — ตั้งต้นสต็อก +100 (คลัง Main) บันทึกสต็อกเริ่มต้น
    2026-04-01 14:00 — โอนออก -5 (ไปยัง ช่าง A) การโอนย้าย
    2026-04-02 09:00 — อนุมัติคำขอเบิก -3 (ใบงาน BM202604020001) การเบิกที่อนุมัติ
  3. ที่หน้ารายการสต็อก อะไหล่ที่สถานะ LOW_STOCK จะถูกไฮไลต์ป้าย สีเหลือง ใช้ตัวกรองสถานะ LOW_STOCK เพื่อดูเฉพาะอะไหล่ที่ต้องดำเนินการ

  4. หน้า Dashboard (หน้าหลัก) แสดงการ์ดสรุปจำนวนอะไหล่ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ คลิกการ์ดเพื่อไปยังรายการสต็อกที่กรองเฉพาะ LOW_STOCK

  5. สำหรับอะไหล่สต็อกต่ำแต่ละชิ้น ดำเนินการ: สั่งซื้อจากผู้ขาย, โอนสต็อกระหว่างคลัง หรือปรับเกณฑ์สต็อกต่ำสุดให้เหมาะสม

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ประวัติสต็อกให้ร่องรอยตรวจสอบย้อนหลังครบถ้วน การแจ้งเตือนสต็อกต่ำจะคงอยู่จนกว่าสต็อกถูกเติมสูงกว่าเกณฑ์ สถานะจะอัปเดตจาก LOW_STOCK เป็น AVAILABLE อัตโนมัติเมื่อเพิ่มสต็อก (จากการนำเข้า, อนุมัติการคืน หรือปรับด้วยมือ)

เคล็ดลับ: ทบทวนเกณฑ์สต็อกต่ำสุดทุกไตรมาส อะไหล่ที่มีรูปแบบความต้องการตามฤดูกาลอาจต้องใช้เกณฑ์ต่างกันในแต่ละช่วง


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
จำนวนสต็อกไม่ตรงกับของจริง 1. นับจำนวนจริง 2. ใช้ฟังก์ชันนำเข้า (Import) แก้จำนวน 3. ตรวจประวัติสต็อก (History) เพื่อหาจุดที่คลาดเคลื่อน
อนุมัติคำขอเบิกไม่ได้ "สต็อกไม่เพียงพอ" คลังมีสต็อกไม่พอ — ปฏิเสธพร้อมเหตุผล "สต็อกไม่เพียงพอ" หรือเติมสต็อกก่อนด้วยการนำเข้า/โอนจากคลังอื่น
นำเข้า CSV ล้มเหลวด้วย error การตรวจสอบ ดาวน์โหลดเทมเพลตล่าสุด ตรวจหัวคอลัมน์ให้ตรงทุกตัวอักษร ตรวจว่า Part Number ไม่ซ้ำ และ Type เป็น CONSUMABLE หรือ STOCKABLE (case-sensitive)
ไม่มีการแจ้งเตือนสต็อกต่ำสำหรับอะไหล่ ตรวจว่าระดับสต็อกต่ำสุดตั้งถูกต้อง ค่า 0 หมายความว่าไม่มีการแจ้งเตือน — แก้ไขอะไหล่แล้วตั้งเกณฑ์ที่เหมาะสม
รายการโอนย้ายค้างสถานะ Pending การโอนย้ายต้องผ่านการอนุมัติ Admin ไปที่ Spare Parts → โอนย้ายอะไหล่ แล้วดำเนินการ หากดำเนินการแล้ว ตรวจ Audit Trail เพื่อดูผลลัพธ์
การคืนถูกปฏิเสธแต่ช่างยืนยันว่าอะไหล่ปกติ ประสานกับเจ้าหน้าที่คลังที่ตรวจสอบ ทบทวนเหตุผลและรูปภาพ หากเป็นความผิดพลาด ให้ช่างส่งคำขอคืนใหม่
error รหัสอะไหล่ซ้ำตอนสร้าง มีอะไหล่ที่ใช้รหัสนั้นอยู่แล้ว ค้นหาในรายการสต็อก หากต้องการอะไหล่ใหม่ ให้ใช้รหัสอื่น
ลบ/ปิดใช้งานคลังสินค้าไม่ได้ คลังยังมีสต็อกค้างอยู่ ให้โอนหรือเคลียร์สต็อกเป็นศูนย์ก่อนปิดใช้งานคลัง
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ EDIT/DELETE ในโมดูลนี้ ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบบทบาท (ดูบท 00 — เริ่มต้นใช้งาน)

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูสต็อกอะไหล่ทั้งหมด sidebar → Spare Parts → สต็อกอะไหล่ (โหลดอัตโนมัติ)
กรองอะไหล่สต็อกต่ำ Spare Parts → สต็อกอะไหล่ ตัวกรองสถานะ → LOW_STOCK
สร้างอะไหล่ใหม่ Spare Parts → สต็อกอะไหล่ + สร้างอะไหล่ → กรอกฟอร์ม → บันทึก
แก้ไขอะไหล่ Spare Parts → สต็อกอะไหล่ เมนู (⋮)แก้ไข
ตั้งค่าสต็อกต่อคลัง หน้ารายละเอียดอะไหล่ → แท็บคลังสินค้า + เพิ่มคลังสินค้า → กรอกจำนวน → บันทึก
จัดการคลังสินค้า Spare Parts → คลังสินค้า สร้าง/แก้ไข/ปิดใช้งานคลัง
อนุมัติคำขอเบิก Spare Parts → คำขอเบิกอะไหล่ เปิดคำขอ → อนุมัติ
ปฏิเสธคำขอเบิก Spare Parts → คำขอเบิกอะไหล่ เปิดคำขอ → ไม่อนุมัติ → เลือกเหตุผล → ยืนยัน
สร้างรายการโอนย้าย Spare Parts → โอนย้ายอะไหล่ + สร้างรายการโอนย้าย → กรอกฟอร์ม → บันทึก
รับคืนอะไหล่ Spare Parts → คืนอะไหล่ เปิดรายการ → รับคืน
ปฏิเสธการคืน Spare Parts → คืนอะไหล่ เปิดรายการ → ปฏิเสธ → เลือกเหตุผล → ยืนยัน
ดูการใช้อะไหล่ต่อใบงาน Spare Parts → การใช้อะไหล่ กรองตามวันที่/ช่าง/ใบงาน
ส่งออกข้อมูลสต็อก Spare Parts → สต็อกอะไหล่ ดาวน์โหลด → CSV
นำเข้าข้อมูลสต็อก Spare Parts → สต็อกอะไหล่ นำเข้า → อัปโหลด CSV → ยืนยัน
ดูประวัติสต็อก หน้าแก้ไขอะไหล่ → แท็บ ประวัติ (โหลดไทม์ไลน์)
ดูสรุปสต็อกต่ำ Dashboard (หน้าหลัก) การ์ดสต็อกต่ำ → คลิกดูรายละเอียด

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

หมายเหตุ: มีภาพต้นฉบับที่ถ่ายไว้แล้วบางส่วนที่ 00-assets/images/sparepart/ ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการเตรียมภาพ แต่ไฟล์ที่อ้างในคู่มือต้องใช้พาธ images/06- ตามตารางด้านล่าง

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 รายการสต็อกอะไหล่พร้อมป้ายสถานะ เขียว/เหลือง/เทา /spare-part-stock
2 ปุ่ม "+ สร้างอะไหล่" ถูกไฮไลต์ (มุมขวาบน) /spare-part-stock
3 ฟอร์มสร้างอะไหล่แสดงทุกช่องและส่วนเลือกคลัง /spare-part-stock/create
4 หน้ารายละเอียดอะไหล่ แท็บคลังสินค้า แสดงสต็อกต่อคลัง /spare-part-stock/edit/[id] (แท็บคลังสินค้า)
5 รายการคลังสินค้าแสดงหลายคลัง /spare-part-location
6 ฟอร์มสร้างคลังสินค้า /spare-part-location/create
7 รายการคำขอเบิกพร้อมแท็บกรองและรายละเอียดสำคัญ /spare-part-request
8 หน้ารายละเอียดคำขอเบิกพร้อมรูปภาพและปุ่มอนุมัติ/ไม่อนุมัติ /spare-part-request/edit/[id]
9 Modal ปฏิเสธคำขอพร้อม dropdown เหตุผลและช่องหมายเหตุ /spare-part-request/edit/[id] (modal ปฏิเสธ)
10 รายการโอนย้ายอะไหล่ /spare-part-transaction
11 ฟอร์มสร้างรายการโอนย้าย (ต้นทาง/ปลายทาง/อะไหล่) /spare-part-transaction/create
12 รายการคืนอะไหล่ที่รอดำเนินการ /spare-part-return
13 หน้ารายละเอียดการคืนพร้อมรูปภาพและส่วนตรวจสอบสภาพ /spare-part-return/edit/[id]
14 Modal ประวัติการคืนอะไหล่ /spare-part-return/edit/[id] (modal ประวัติ)
15 รายการการใช้อะไหล่พร้อมตัวกรอง /spare-part-used
16 Modal นำเข้า CSV พร้อมลิงก์ดาวน์โหลดเทมเพลต /spare-part-stock (modal นำเข้า)
17 รายการสต็อกกรองด้วย LOW_STOCK แสดงป้ายสีเหลือง /spare-part-stock (ตัวกรองสถานะ LOW_STOCK)
18 แท็บประวัติสต็อกแสดงไทม์ไลน์การเคลื่อนไหว /spare-part-stock/edit/[id] (แท็บประวัติ)
19 การ์ดสรุปสต็อกต่ำบน Dashboard /dashboard

อ้างอิง: FR-014, UF-014 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

จัดการสัญญาบริการ (Admin Portal)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 07

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — สร้างและจัดการสัญญาบริการ (Service Contract) ที่ผูกกับลูกค้า กำหนดช่วงเวลาสัญญา สินทรัพย์ที่คุ้มครอง ตาราง PM (บำรุงรักษาเชิงป้องกัน) และเงื่อนไข SLA เมื่อยืนยันสัญญา ระบบจะสร้างตารางงาน PM ให้อัตโนมัติตลอดอายุสัญญา

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), SuperAdmin (ดูได้: Manager, User ตามสิทธิ์)

เข้าถึงได้ที่ไหน — sidebar → ลูกค้า (Customers) → สัญญาบริการ (Contracts)

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-021 (Contract Management), FR-009 (PM Calendar), UF-021, UF-009

โมดูลในโค้ดเบสcontract, contract.service, job (PM job auto-generation)


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


สถานการณ์: ดูและค้นหารายการสัญญาบริการ

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูสัญญาบริการทั้งหมด และค้นหาสัญญาที่ต้องการอย่างรวดเร็วด้วยตัวกรอง

ขั้นตอน

  1. ใน sidebar คลิก ลูกค้า (Customers) แล้วคลิกเมนูย่อย สัญญาบริการ (Contracts)

    หน้ารายการสัญญาบริการ
    หน้ารายการสัญญาบริการ

  2. อ่านข้อมูลในแต่ละแถวของตารางสัญญา:

    คอลัมน์ แสดงอะไร
    เลขสัญญา (Contract Number) รหัสสัญญาที่ไม่ซ้ำกัน
    ลูกค้า (Customer) ชื่อบริษัทลูกค้า
    สถานที่ (Location) สถานที่ของลูกค้าที่สัญญาครอบคลุม
    ประเภท (Contract Type) PM / Service / SLA
    วันเริ่ม / วันสิ้นสุด (Start / End Date) ช่วงเวลาที่สัญญามีผล
    รอบ PM (PM Frequency) ความถี่ที่ระบบสร้างงาน PM
    สถานะ (Status) ป้ายสีบอกสถานะสัญญา
    เมนูการกระทำ (⋮) ดูรายละเอียด / แก้ไข / ลบ
  3. ทำความเข้าใจสีของป้ายสถานะ:

    สถานะ ภาษาไทย สี ความหมาย
    Draft ร่าง เทา สร้างแล้วแต่ยังไม่เริ่มสร้างงาน PM
    Active ใช้งาน เขียว สัญญามีผล งาน PM ถูกสร้างแล้ว
    Expired หมดอายุ แดง เลยวันสิ้นสุดสัญญา ไม่สร้างงาน PM ใหม่
    Terminated ยกเลิก เทาเข้ม ผู้ดูแลยกเลิกสัญญาก่อนหมดอายุ
  4. ค้นหาหรือกรองสัญญาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง:

    วิธี ใช้ทำอะไร
    ค้นหาด่วน (Quick Search) พิมพ์เลขสัญญา หรือชื่อบริษัทลูกค้า
    กรองตามสถานะ (Status Filter) เลือก ร่าง / ใช้งาน / หมดอายุ / ยกเลิก
    กรองตามช่วงวันที่ (Date Range) เลือกช่วงวันเริ่มต้น–วันสิ้นสุด

    เคล็ดลับ: ใช้ตัวกรองสถานะ "หมดอายุ" เพื่อตรวจสัญญาที่ต้องต่ออายุ ระบบจะแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วันก่อนสัญญาหมดอายุ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ตารางจะแสดงเฉพาะสัญญาที่ตรงกับเงื่อนไข ค่าตัวกรองจะคงอยู่จนกว่าคุณจะเปลี่ยนหรือล้างค่า คลิกเมนูการกระทำ (⋮) ของแถวใดเพื่อดูรายละเอียด แก้ไข หรือลบสัญญานั้น


สถานการณ์: สร้างสัญญาบริการใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างสัญญาบริการที่กำหนดลูกค้า ช่วงเวลา ตาราง PM สินทรัพย์ที่คุ้มครอง และเงื่อนไข SLA

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสัญญาบริการ คลิกปุ่ม + สร้างสัญญา (+ Create Contract) มุมขวาบน

    ฟอร์มสร้างสัญญาบริการ
    ฟอร์มสร้างสัญญาบริการ

  2. กรอก ข้อมูลสัญญา (Section 1: Contract Info):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เลขสัญญา (Contract Number)* รหัสสัญญา ต้องไม่ซ้ำกับสัญญาอื่นใน tenant เดียวกัน
    ประเภทสัญญา (Contract Type)* เลือก PM / Service / SLA เลือกจากรายการ
  3. เลือก ลูกค้า (Section 2: Customer):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    บริษัท (Company)* เลือกบริษัทลูกค้าจากรายการ บริษัทต้องถูกสร้างไว้ก่อน (ดูบท 03)
    สถานที่ (Location) เลือกสถานที่ของลูกค้าจากรายการ ขึ้นกับบริษัทที่เลือก
  4. กำหนด ช่วงเวลาสัญญา (Section 3: Period):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    วันเริ่มสัญญา (Start Date)* วันที่สัญญาเริ่มมีผล เป็นวันที่ที่ถูกต้อง
    วันสิ้นสุดสัญญา (End Date)* วันที่สัญญาหมดอายุ ต้องอยู่หลังวันเริ่มสัญญา
  5. กำหนด ตาราง PM (Section 4: PM Schedule) — เลือกความถี่และระบุวัน/วันที่:

    ความถี่ (Frequency) ภาษาไทย สร้างงาน PM ตัวอย่าง
    Weekly รายสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ (เลือกวันในสัปดาห์) 52 รอบ/ปี
    Monthly รายเดือน ทุกเดือน (เลือกวันที่ในเดือน) 12 รอบ/ปี
    Yearly รายปี ปีละครั้ง (เลือกเดือนและวัน) 1 รอบ/ปี

    หมายเหตุ: ระบบรองรับความถี่ daily, weekly, monthly, quarterly, yearly — ดูรายละเอียดการสร้างงานอัตโนมัติในสถานการณ์ "สร้างตาราง PM อัตโนมัติจากสัญญา" ด้านล่าง

  6. เลือก สินทรัพย์ที่คุ้มครอง (Section 5: Covered Assets) — เลือกสินทรัพย์ของลูกค้าที่สัญญานี้ครอบคลุม

    หมายเหตุ: เฉพาะสินทรัพย์ที่ลงทะเบียนใต้บริษัทลูกค้านี้แล้วเท่านั้นจึงจะแสดงให้เลือก หากยังไม่มี ให้ลงทะเบียนสินทรัพย์ก่อน

  7. เลือก เทมเพลตใบตรวจเช็ก (Section 6: Check Sheet) — เลือกเทมเพลตใบตรวจเช็กสำหรับงาน PM (ไม่บังคับ)

    หมายเหตุ: งาน PM ทุกใบที่ระบบสร้างจากสัญญานี้จะใช้เทมเพลตใบตรวจเช็กนี้ ช่างจะเห็นรายการตรวจเช็กตอนปฏิบัติงาน PM

  8. กรอก เงื่อนไข SLA (Section 7: SLA Terms) (ไม่บังคับ):

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เวลาตอบสนอง (SLA Response Time) จำนวนชั่วโมงสูงสุดในการตอบสนอง ตัวเลขชั่วโมง
    เวลาแก้ไขเสร็จ (SLA Resolution Time) จำนวนชั่วโมงสูงสุดในการแก้ไขให้เสร็จ ตัวเลขชั่วโมง

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  9. (ไม่บังคับ) คลิก คำนวณรอบ (Calculate Rounds) เพื่อดูตัวอย่างรอบ PM ที่จะถูกสร้าง — ระบบแสดงหมายเลขรอบ วันที่นัดหมาย สินทรัพย์ที่คุ้มครอง และช่าง (ถ้ามอบหมายแล้ว)

📸
ตัวอย่างรอบ PM ก่อนบันทึก
images/07-contract-calculate-rounds.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. ตรวจทานข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สัญญาถูกสร้างด้วยสถานะ ร่าง (Draft) และระบบพากลับไปหน้ารายการสัญญา ในสถานะร่างยังไม่มีงาน PM ถูกสร้าง คุณต้องยืนยัน/เปิดใช้งานสัญญาเพื่อให้ระบบเริ่มสร้างงาน PM (ดูสถานการณ์ถัดไป)

คำเตือน: หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง ระบบจะแสดงข้อความผิดพลาดที่ช่องนั้น ให้แก้ไขแล้วบันทึกอีกครั้ง ตรวจสอบวันเริ่ม วันสิ้นสุด และความถี่ให้ถูกต้องก่อนยืนยันสัญญา


สถานการณ์: สร้างตาราง PM อัตโนมัติจากสัญญา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ยืนยันสัญญาที่เป็นร่าง เพื่อให้ระบบสร้างตารางงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) อัตโนมัติตลอดอายุสัญญา และเข้าใจว่าระบบสร้างอะไรขึ้นมาบ้าง

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสัญญาบริการ คลิกเมนูการกระทำ (⋮) ของ สัญญาที่เป็นร่าง (Draft) ที่ต้องการ แล้วคลิก ดูรายละเอียด (View Detail)

    สัญญาสถานะร่างพร้อมปุ่มเปิดใช้งาน
    สัญญาสถานะร่างพร้อมปุ่มเปิดใช้งาน

  2. ตรวจทานข้อมูลสัญญาเป็นครั้งสุดท้าย — สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่าระบบจะสร้างงาน PM อย่างไร:

    ตรวจสอบ ทำไมจึงสำคัญ
    วันเริ่ม–วันสิ้นสุดถูกต้อง ระบบสร้างงาน PM ครอบคลุมช่วงวันที่นี้ทั้งหมด
    ความถี่ถูกต้อง กำหนดจำนวนงานที่สร้าง (รายสัปดาห์ = มาก, รายปี = น้อย)
    สินทรัพย์ที่คุ้มครองครบ ระบบสร้างงาน PM 1 ใบต่อสินทรัพย์ต่อรอบ
    เทมเพลตใบตรวจเช็กถูกแนบ งาน PM ทุกใบที่สร้างจะใช้เทมเพลตนี้
  3. คลิก เปิดใช้งาน (Activate) หรือ ยืนยัน (Confirm) เพื่อยืนยันสัญญา

  4. ระบบคำนวณและสร้างตารางงาน PM อัตโนมัติจากค่าต่อไปนี้:

    ข้อมูลที่ใช้ ใช้ทำอะไร
    วันเริ่มสัญญา (Start Date) วันของงาน PM ใบแรก
    วันสิ้นสุดสัญญา (End Date) วันสุดท้ายที่อาจมีงาน PM
    ความถี่ (Weekly/Monthly/Yearly) ช่วงห่างระหว่างงาน PM แต่ละรอบ
    สินทรัพย์ที่คุ้มครอง สร้างงาน PM 1 ใบต่อสินทรัพย์ต่อรอบ
    เทมเพลตใบตรวจเช็ก งาน PM ทุกใบจะแนบเทมเพลตนี้ให้ช่างใช้ตอนปฏิบัติงาน

    หมายเหตุ: ตัวอย่าง สัญญารายเดือนที่คุ้มครอง 10 สินทรัพย์ เป็นเวลา 12 เดือน ระบบจะสร้างงาน PM ทั้งสิ้น 120 ใบ (10 สินทรัพย์ × 12 เดือน) ทันทีที่ยืนยันสัญญา

  5. สถานะสัญญาเปลี่ยนจาก ร่าง (Draft) เป็น ใช้งาน (Active)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างงาน PM ทั้งหมดทันที งานแต่ละใบจะผูกกับสัญญา สินทรัพย์ที่คุ้มครองนั้น และสถานที่ของลูกค้า งาน PM ที่สร้างจะปรากฏใน ปฏิทิน PM (PM Calendar) และในรายการงาน โดยเริ่มต้นที่สถานะวางแผน เลือกช่าง (เหลือง) รอการมอบหมายช่างและสร้างใบงาน

เคล็ดลับ: หลังยืนยันสัญญา ให้ไปที่ปฏิทิน PM เพื่อตรวจว่างานที่สร้างถูกต้องก่อนมอบหมายช่าง การมอบหมายช่าง สร้างใบงาน เลื่อนวันด้วยลากวาง และอนุมัติทั้งหมด ทำที่ปฏิทิน PM — ดูการใช้งานปฏิทิน PM ในบท 08 — จัดการงาน

หมายเหตุ: ปฏิทิน PM ใช้ป้ายสถานะวางแผน 4 แบบ: เลือกช่าง (ยังไม่มอบหมายช่าง) → รอยืนยัน (มอบหมายแล้ว รอยืนยัน) → ใบงาน (สร้างใบงานแล้ว) → เลยแผน (เลยวันนัดแต่ยังไม่สร้างใบงาน)


สถานการณ์: แก้ไขสัญญาและสร้างตาราง PM ใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

แก้ไขความถี่ ช่วงวันที่ หรือสินทรัพย์ของสัญญาที่ใช้งานอยู่ และให้ระบบสร้างงาน PM ในอนาคตใหม่ตามค่าที่เปลี่ยน

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสัญญาบริการ คลิกเมนูการกระทำ (⋮) ของสัญญาที่ต้องการ แล้วคลิก แก้ไข (Edit)

    ฟอร์มแก้ไขสัญญาที่ใช้งานอยู่
    ฟอร์มแก้ไขสัญญาที่ใช้งานอยู่

  2. แก้ไขช่องที่ต้องการเปลี่ยน — สังเกตผลกระทบต่องาน PM:

    ช่อง แก้ไขได้ ผลกระทบ
    เลขสัญญา / ชื่อสัญญา ได้ แสดงผลเท่านั้น ไม่กระทบงาน
    วันเริ่มสัญญา (Start Date) จำกัด เลื่อนเร็วกว่างานที่เสร็จไปแล้วไม่ได้
    วันสิ้นสุดสัญญา (End Date) ได้ ขยายออก = เพิ่มงาน PM, ลดสั้นลง = ลบงาน PM ในอนาคต
    ความถี่ (Frequency) ได้ สร้างงาน PM ในอนาคตใหม่ทั้งหมดตามรอบใหม่
    เงื่อนไข SLA ได้ มีผลกับงานในอนาคตเท่านั้น
    สินทรัพย์ที่คุ้มครอง ได้ เพิ่มสินทรัพย์ = สร้างงานใหม่, ลบสินทรัพย์ = หยุดสร้างงานของสินทรัพย์นั้น
  3. (ไม่บังคับ) เปิดแท็บ ประวัติ (History) เพื่อดูประวัติการเปลี่ยนแปลงสัญญา

  4. คลิก บันทึก (Save) ระบบจะสร้างงาน PM ในอนาคตใหม่ตามค่าที่เปลี่ยน:

    ประเภทงาน เกิดอะไรขึ้น
    งานที่เสร็จไปแล้ว ไม่กระทบ คงอยู่ในระบบตามเดิม
    งานในอนาคตที่ยังไม่ทำ ถูกลบและสร้างใหม่ตามตารางใหม่
    งานที่กำลังทำอยู่ ไม่กระทบ ให้ทำต่อจนเสร็จตามปกติ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบบันทึกการเปลี่ยนแปลงและแสดงข้อความแจ้งสำเร็จ ปฏิทิน PM จะอัปเดตตามตารางใหม่ ช่างที่ถูกมอบหมายงานในอนาคตที่ถูกลบจะได้รับการแจ้งเตือน

คำเตือน: การเปลี่ยนความถี่ของสัญญาที่มีสินทรัพย์จำนวนมาก อาจสร้างหรือลบงานจำนวนมาก ตรวจสอบค่าให้รอบคอบก่อนบันทึก และตรวจปฏิทิน PM หลังบันทึกเพื่อยืนยันตารางใหม่


สถานการณ์: ต่ออายุหรือยกเลิกสัญญา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ต่ออายุสัญญาที่ใกล้หมดอายุ หรือยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด และเข้าใจวงจรสถานะของสัญญา

ขั้นตอน

  1. ทำความเข้าใจวงจรสถานะของสัญญา:

    จากสถานะ ไปสถานะ เกิดขึ้นเมื่อ
    ร่าง (Draft) ใช้งาน (Active) ผู้ดูแลยืนยันสัญญา (ต้องกรอกช่องบังคับครบ)
    ใช้งาน (Active) หมดอายุ (Expired) ระบบเปลี่ยนอัตโนมัติเมื่อถึงวันสิ้นสุด
    ใช้งาน (Active) ยกเลิก (Terminated) ผู้ดูแลยกเลิก (พร้อมเหตุผล)
    ร่าง (Draft) ยกเลิก (Terminated) ผู้ดูแลยกเลิกร่างทิ้ง

    หมายเหตุ: ระบบแจ้งเตือนผู้ดูแลล่วงหน้า 30 วันก่อนสัญญาหมดอายุ สัญญาที่หมดอายุจะไม่สร้างงาน PM ใหม่อีก

  2. หากต้องการต่ออายุ ให้เปิดสัญญาที่ใกล้หมดอายุ คลิก แก้ไข (Edit) แล้วขยาย วันสิ้นสุดสัญญา (End Date) ออกไป จากนั้นบันทึก — ระบบจะสร้างงาน PM เพิ่มสำหรับช่วงเวลาที่ขยาย (ดูสถานการณ์ "แก้ไขสัญญา")

  3. หากต้องการยกเลิก ให้เปิดสัญญา คลิก ยกเลิกสัญญา (Terminate) ระบบจะให้กรอกเหตุผล แล้วยืนยัน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สัญญาที่ต่ออายุจะคงสถานะ ใช้งาน (Active) พร้อมงาน PM เพิ่มในช่วงที่ขยาย สัญญาที่ยกเลิกจะเปลี่ยนเป็น ยกเลิก (Terminated) และหยุดสร้างงาน PM ใหม่ สัญญาที่หมดอายุตามวันสิ้นสุดจะเปลี่ยนเป็น หมดอายุ (Expired) โดยอัตโนมัติ


สถานการณ์: ลบสัญญา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ลบสัญญาที่ไม่ต้องการออกจากระบบ

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสัญญาบริการ คลิกเมนูการกระทำ (⋮) ของสัญญาที่ต้องการ แล้วคลิก ลบ (Delete)

  2. ระบบตรวจสอบว่าสัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งานหรือกำลังทำอยู่หรือไม่:

    สถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้น
    มีงาน PM ที่กำลังใช้งาน/กำลังทำ ลบไม่ได้ ระบบแสดงข้อความเตือน
    ไม่มีงาน PM ที่กำลังใช้งาน ระบบแสดงกล่องยืนยัน "ยืนยันลบสัญญา?"
  3. หากลบได้ ให้คลิก ยืนยัน (Confirm) ในกล่องยืนยันเพื่อลบสัญญา

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สัญญาถูกลบออกจากระบบ และงาน PM ที่วางแผนไว้ (planned) ที่ผูกกับสัญญานี้จะถูกลบไปด้วย สัญญาจะหายจากรายการ

คำเตือน: หากสัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งานหรือกำลังทำอยู่ ระบบจะบล็อกการลบ ให้รอจนงานเสร็จ หรือยกเลิกสัญญาแทนการลบ


สถานการณ์: ดาวน์โหลดข้อมูลสัญญา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ส่งออกรายการสัญญาเป็นไฟล์ CSV เพื่อทำรายงานหรือใช้งานภายนอก

ขั้นตอน

  1. ที่หน้ารายการสัญญาบริการ (ใส่ตัวกรองที่ต้องการก่อนได้)

  2. คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด (Download)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างไฟล์ CSV ตามตัวกรองที่ใช้อยู่ และดาวน์โหลดลงอุปกรณ์ของคุณ


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ไม่มีสินทรัพย์ให้เลือกในช่อง "สินทรัพย์ที่คุ้มครอง" สินทรัพย์ยังไม่ถูกลงทะเบียนใต้บริษัทลูกค้านี้ ลงทะเบียนสินทรัพย์ก่อน แล้วกลับมาสร้างสัญญาใหม่
บันทึกสัญญาไม่ได้ มีข้อความผิดพลาดที่ช่อง กรอกช่องที่มีเครื่องหมาย * ให้ครบ ตรวจว่าวันสิ้นสุดอยู่หลังวันเริ่ม และเลขสัญญาไม่ซ้ำ
เปิดใช้งานสัญญาแล้วแต่ไม่มีงาน PM ในปฏิทิน 1. ตรวจว่าตั้งความถี่ PM และเลือกสินทรัพย์ที่คุ้มครองแล้ว 2. ตรวจว่าช่วงวันที่ครอบคลุมเดือนที่ดู 3. ล้างตัวกรองในปฏิทิน PM
"ลบไม่ได้ สัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งาน" สัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งาน/กำลังทำอยู่ รอจนงานเสร็จ หรือยกเลิกสัญญา (Terminate) แทนการลบ
งาน PM ถูกสร้างเป็นจำนวนมากเกินคาด ตรวจความถี่และจำนวนสินทรัพย์ที่คุ้มครอง (งาน = สินทรัพย์ × จำนวนรอบ) แก้ไขสัญญาเพื่อปรับความถี่หากผิด
แก้ไขสัญญาแล้วงานในอนาคตหายไป เป็นปกติ — ระบบลบงานในอนาคตที่ยังไม่ทำและสร้างใหม่ตามตารางใหม่ งานที่เสร็จหรือกำลังทำไม่กระทบ
ไม่พบเมนู "สัญญาบริการ" ใน sidebar บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ดูสัญญา ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบสิทธิ์
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 สร้าง/แก้ไขสัญญาต้องมีสิทธิ์ระดับ แก้ไข (EDIT) และลบต้องมีสิทธิ์ ลบ (DELETE) ติดต่อ SuperAdmin

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูรายการสัญญาทั้งหมด sidebar → ลูกค้า → สัญญาบริการ (โหลดรายการสัญญา)
ค้นหา/กรองสัญญา หน้ารายการสัญญา ช่องค้นหา / ตัวกรองสถานะ / ช่วงวันที่
สร้างสัญญาใหม่ หน้ารายการสัญญา + สร้างสัญญา → กรอกฟอร์ม → บันทึก
ดูตัวอย่างรอบ PM ก่อนบันทึก ฟอร์มสัญญา คำนวณรอบ
สร้างตาราง PM อัตโนมัติ รายละเอียดสัญญา (สถานะร่าง) เปิดใช้งาน / ยืนยัน
แก้ไขสัญญา / เปลี่ยนความถี่ เมนูการกระทำ (⋮) ของสัญญา แก้ไข → แก้ไข → บันทึก
ต่ออายุสัญญา สัญญา → แก้ไข ขยายวันสิ้นสุด → บันทึก
ยกเลิกสัญญา รายละเอียดสัญญา ยกเลิกสัญญา → กรอกเหตุผล → ยืนยัน
ลบสัญญา เมนูการกระทำ (⋮) ของสัญญา ลบยืนยัน
ดาวน์โหลดข้อมูลสัญญา หน้ารายการสัญญา ดาวน์โหลด
ใช้งานปฏิทิน PM (มอบหมาย/อนุมัติ) sidebar → งาน ดูบท 08 — จัดการงาน
จัดการบริษัท/สถานที่ลูกค้า sidebar → ลูกค้า ดูบท 03 — จัดการลูกค้า

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้ารายการสัญญาบริการพร้อมตารางและป้ายสถานะ /contracts
2 ฟอร์มสร้างสัญญาแสดงทุกส่วน รวมตัวเลือกความถี่และสินทรัพย์ /contracts/create
3 หน้าต่างตัวอย่างรอบ PM ที่ระบบคำนวณ /contracts/create (คำนวณรอบ)
4 หน้ารายละเอียดสัญญาสถานะร่างพร้อมปุ่มเปิดใช้งาน /contracts/{id}
5 ฟอร์มแก้ไขสัญญาที่ใช้งานอยู่ พร้อมแท็บประวัติ /contracts/{id}/edit

อ้างอิง: FR-021, FR-009, UF-021, UF-009 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

จัดการใบงาน ปฏิทิน PM และปริมาณงานช่าง (Admin Portal)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 08

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — สร้าง มอบหมาย ติดตาม รีวิว และปิดใบงานทุกประเภทตลอดวงจรชีวิตของงาน, วางแผนงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) บนปฏิทินรายเดือนพร้อมเลื่อนนัดด้วยการลากวาง และอนุมัติงาน PM แบบกลุ่ม, รวมถึงดูภาพรวมปริมาณงานของช่างทุกคนเพื่อปรับสมดุลภาระงาน

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดตารางงาน (Dispatcher), ผู้จัดการ (Manager — ดูและอนุมัติ), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → JobsJob Management / PM Calendar / Workload

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-008 (Admin Job Management), FR-009 (PM Calendar), FR-010 (Technician Workload Overview), UF-008, UF-009, UF-010

โมดูลในโค้ดเบสjob, JobTable, CardJobTable, JobPM, ModalEditReassignStatus, JobPlanning, CalendarJob, FilterCalendar, Workload, CalendarWorkload, TransferListWorkload


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


ตารางอ้างอิงหลัก

ประเภทใบงาน 6 ประเภท

รหัส ชื่อเต็ม ป้ายภาษาไทย ใช้เมื่อไหร่
BM Break/Fix Maintenance ซ่อมแซม ซ่อมแซมเครื่องจักรที่เสียหรือทำงานผิดปกติ (งานแจ้งซ่อม)
PM Preventive Maintenance บำรุงรักษาเชิงป้องกัน บำรุงรักษาตามรอบเพื่อป้องกันเครื่องเสีย (วางแผนล่วงหน้า ใช้ใบตรวจเช็กแยกจากประเภทอื่น)
QC Quality Control ตรวจสอบคุณภาพ ตรวจสอบและยืนยันคุณภาพของงานที่ทำเสร็จ
IN Installation ติดตั้ง ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ที่สถานที่ลูกค้า
UN Uninstallation ถอดถอน ถอดถอนเครื่องจักรออกจากสถานที่ลูกค้า (ใช้ฟอร์มร่วมกับ IN)
IS Inspection ตรวจสอบ ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและความสอดคล้องตามรอบ

หมายเหตุ: งาน PM ใช้กลไกใบตรวจเช็ก/เช็กลิสต์แยกต่างหาก (ผูกกับรุ่นสินทรัพย์) ส่วน BM/IN/UN/IS/QC ใช้เทมเพลตใบตรวจเช็กมาตรฐาน

วงจรสถานะของใบงาน (12 สถานะ)

สถานะ ป้ายภาษาไทย ความหมาย สี
WAITING รอรับงาน สร้างใบงานแล้ว รอช่างกดรับงาน ส้ม
WAITINGJOB รอดำเนินการ งานอยู่ในคิวรอดำเนินการ เทา
ACCEPTED รับงานแล้ว ช่างกดรับงานแล้ว ฟ้าอ่อน
ONTHEWAY กำลังเดินทาง ช่างกำลังเดินทางไปหน้างาน ฟ้า
ARRIVING ถึงหน้างาน ช่างถึงสถานที่แล้ว เขียวน้ำเงิน
WORKING กำลังทำงาน ช่างกำลังปฏิบัติงาน คราม
RECHECK ตรวจสอบซ้ำ ต้องตรวจสอบงานซ้ำ เหลืองอำพัน
REVIEW รอรีวิว ช่างส่งงานแล้ว รอแอดมินรีวิว น้ำเงิน
DONE เสร็จสิ้น งานเสร็จและอนุมัติแล้ว เขียว
PAUSE หยุดชั่วคราว งานถูกพักไว้ชั่วคราว (พร้อมเหตุผล) เหลือง
CANCEL ยกเลิก งานถูกยกเลิก (พร้อมเหตุผล) แดง
REASSIGNED มอบหมายใหม่ งานถูกมอบหมายให้ช่างคนใหม่ ม่วง

หมายเหตุ: ลำดับปกติคือ รอรับงาน → รับงานแล้ว → กำลังเดินทาง → ถึงหน้างาน → กำลังทำงาน → ตรวจสอบซ้ำ → รอรีวิว → เสร็จสิ้น โดยมี หยุดชั่วคราว / ยกเลิก / มอบหมายใหม่ เป็นสถานะที่เกิดขึ้นได้ระหว่างทาง

สถานะการวางแผน PM 4 สถานะ (ใช้บนปฏิทิน PM เท่านั้น)

สถานะ ป้ายภาษาไทย สี ความหมาย
Select Technician เลือกช่าง เหลือง มีแผน PM แล้ว แต่ยังไม่ได้มอบหมายช่าง
Pending Confirm รอยืนยัน ส้ม มอบหมายช่างแล้ว รอแอดมินยืนยันและสร้างใบงานจริง
Job Created ใบงาน เขียว สร้างใบงาน PM ในระบบจัดการใบงานแล้ว
Overdue เลยแผน แดง เลยวันที่นัดแล้ว แต่ยังไม่ได้สร้างใบงาน

หมายเหตุ: สถานะการวางแผน PM แตกต่างจาก 12 สถานะใบงานข้างต้น เมื่อ PM ถึงสถานะ ใบงาน แล้ว มันจะกลายเป็นใบงานปกติในเมนู Job Management และเดินตามวงจร 12 สถานะของใบงาน


กลุ่ม A — จัดการใบงาน (Job Management)

สถานการณ์: ดูรายการใบงานทั้งหมด

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูใบงานทั้งหมดในระบบในรูปแบบการ์ด พร้อมข้อมูลสำคัญและตัวบ่งชี้สถานะ

ขั้นตอน

  1. คลิก Jobs → Job Management ในเมนูด้านซ้าย (sidebar)

    หน้ารายการใบงานแบบการ์ด
    หน้ารายการใบงานแบบการ์ด

  2. สังเกตว่าแต่ละ การ์ดใบงาน แสดงข้อมูลต่อไปนี้:

    องค์ประกอบ คำอธิบาย ตัวอย่าง
    ป้ายประเภทใบงาน ป้ายสีบอกประเภทงาน PM (ม่วง), BM (เขียว)
    เลขที่ใบงาน รหัสที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ PM2026010700004
    วันที่นัดหมาย วันและเวลาที่นัดเข้าบริการ 2026-01-15 09:00
    วันที่สร้าง วันที่สร้างใบงาน 2026-01-07 14:30
    สร้างโดย แอดมินที่สร้างใบงาน พร้อมรูปโปรไฟล์ Kan S.
    เครื่องจักร หมายเลขซีเรียลและรุ่น DB465075, Classic
    เลขที่สัญญา สัญญาบริการที่เกี่ยวข้อง CTR-2026-001
    สถานที่ใช้งาน ชื่อบริษัทลูกค้าและที่อยู่เต็ม ABC Corp, 123 ถ.สุขุมวิท
    ช่าง ชื่อช่างและบทบาท สมชาย (หัวหน้าช่าง)
    ป้ายสถานะ สถานะปัจจุบันแบบป้ายสี รอรับงาน (ส้ม)
  3. ใช้ แท็บกรอง 3 แท็บ ด้านบนรายการเพื่อจำกัดมุมมอง:

    แท็บ แสดงอะไร
    งานทั้งหมด (All Jobs) ใบงานทั้งหมดในระบบ พร้อมจำนวนรวม
    รออนุมัติ (Pending Approval) ใบงานที่รอแอดมินอนุมัติ พร้อมจำนวน
    รอดำเนินการ (Pending Action) ใบงานที่อยู่ในคิวรอดำเนินการ พร้อมจำนวน

    เคล็ดลับ: ตัวเลขบนแต่ละแท็บอัปเดตตามจริง เริ่มงานประจำวันจากแท็บ รออนุมัติ (Pending Approval) เพื่อรีบดูงานที่ต้องการความสนใจ

  4. เลื่อนดูรายการ การควบคุมหน้า (pagination) อยู่มุมขวาล่าง

    การควบคุม ค่าเริ่มต้น ตัวเลือก
    แสดง (แถว) 50 ปรับได้ผ่านรายการเลือก
    นำทางหน้า หน้าแรก ปุ่มก่อนหน้า / ถัดไป
    ข้อมูลหน้า แสดงช่วง เช่น "1-50 ทั้งหมด 247"

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการใบงานโหลดโดยแสดงงานล่าสุดก่อน คลิกการ์ดใบงานใดก็ได้เพื่อเปิดหน้ารายละเอียดสำหรับแก้ไขหรือดำเนินการต่อ


สถานการณ์: ค้นหาและกรองใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ค้นหาใบงานที่ต้องการด้วยช่องค้นหาด่วนและตัวกรองขั้นสูง

ขั้นตอน

  1. ใช้ ช่องค้นหาด่วน (ค้นหาเลขใบงาน) ด้านบนรายการเพื่อค้นหาด้วยเลขที่ใบงาน

    เคล็ดลับ: พิมพ์เลขใบงานบางส่วน (เช่น "PM2026") ผลลัพธ์จะกรองแบบเรียลไทม์ ระบบจะยกเลิกคำขอเก่าอัตโนมัติเพื่อความรวดเร็ว

  2. คลิกปุ่ม ตัวกรอง (Filters) เพื่อขยายแผงตัวกรองขั้นสูง

    แผงตัวกรองขั้นสูงแบบขยาย
    แผงตัวกรองขั้นสูงแบบขยาย

  3. เลือกใช้ตัวกรองอย่างน้อยหนึ่งรายการ:

    ตัวกรอง ชนิด คำอธิบาย
    วันที่สร้าง (Date Range) ตัวเลือกวันที่ กรองตามช่วงวันที่สร้างใบงาน
    ประเภทใบงาน (Job Type) รายการเลือก BM / PM / QC / IN / UN / IS
    แอดมินผู้สร้าง (Admin Creator) รายการค้นหา กรองตามแอดมินที่สร้างใบงาน
    สถานที่ใช้งาน (Work Location) รายการค้นหา กรองตามสถานที่ให้บริการ
    ชื่อบริษัท (Company Name) รายการค้นหา กรองตามบริษัทลูกค้า
    ช่างและหัวหน้าช่าง (Technician) รายการค้นหา กรองตามช่างที่ถูกมอบหมาย
  4. คลิก ค้นหา (Search) เพื่อใช้ตัวกรอง

  5. คลิก รีเซ็ต (Reset) เพื่อล้างตัวกรองทั้งหมด หรือคลิก ยกเลิก (Cancel) เพื่อปิดแผงโดยไม่ใช้ตัวกรอง

    หมายเหตุ: ตัวกรองทำงานแบบ "และ" (AND) เช่น เลือกประเภท "PM" และช่างคนหนึ่ง จะแสดงเฉพาะงาน PM ของช่างคนนั้นเท่านั้น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการใบงานอัปเดตให้แสดงเฉพาะงานที่ตรงเงื่อนไข ตัวเลขบนแท็บก็อัปเดตตามผลที่กรอง ตัวกรองจะคงอยู่จนกว่าคุณจะรีเซ็ตหรือออกจากหน้า


สถานการณ์: สร้างใบงานใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างใบงานใหม่ประเภทใดประเภทหนึ่งใน 6 ประเภท และมอบหมายให้ช่าง

ขั้นตอน

  1. ที่หน้า Job Management คลิกปุ่ม + สร้างใบงาน (Create Job) มุมขวาบน

  2. เลือก ประเภทใบงาน จากรายการที่แสดงขึ้นมา:

    ตัวเลือก สร้างงาน
    ใบงาน BM งานซ่อมแซม (Break/Fix)
    ใบงาน PM งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
    ใบงาน QC งานตรวจสอบคุณภาพ
    ใบงาน IN งานติดตั้ง
    ใบงาน IS งานตรวจสอบ
    ใบงาน UN งานถอดถอน

    รายการเลือกประเภทใบงาน 6 ประเภท
    รายการเลือกประเภทใบงาน 6 ประเภท

  3. กรอกฟอร์มสร้างใบงานตามแต่ละส่วน:

    ส่วนที่ 1 — ข้อมูลทั่วไป

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ประเภทใบงาน* ประเภทที่เลือกไว้ กำหนดจากขั้นตอนที่ 2
    เลขที่สัญญา สัญญาบริการที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นสัญญาที่มีอยู่จริง
    วันที่นัดหมาย* วันและเวลาที่นัดเข้าบริการ ต้องเป็นวันเวลาที่ถูกต้อง

    ส่วนที่ 2 — ลูกค้าและสถานที่

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ลูกค้า* เลือกบริษัทลูกค้าจากรายการ ต้องเป็นลูกค้าที่มีในระบบ
    สถานที่ใช้งาน* เลือกสถานที่ให้บริการ กรองตามลูกค้าที่เลือก
    ผู้ติดต่อ ชื่อและเบอร์ผู้ติดต่อหน้างาน

    ส่วนที่ 3 — สินทรัพย์/เครื่องจักร

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เครื่องจักร เลือกสินทรัพย์ที่สถานที่ (ซีเรียล + รุ่น) ขึ้นกับประเภทงาน
    ปัญหาแจ้งซ่อม รายละเอียดปัญหา เฉพาะงาน BM

    ส่วนที่ 4 — มอบหมายช่าง

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    หัวหน้าช่าง เลือกช่างหลัก เฉพาะช่างที่มีสถานะใช้งาน (Active) — มอบหมายภายหลังได้
    ช่างสนับสนุน เลือกช่างเพิ่ม (ถ้ามี) เฉพาะช่างที่ใช้งานอยู่

    ส่วนที่ 5 — เลือกใบตรวจเช็ก

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ใบตรวจเช็ก (Check Sheet) เลือกเทมเพลตของประเภทงานนี้ BM/IN/UN/IS/QC ใช้เทมเพลตมาตรฐาน — PM ใช้เช็กลิสต์เฉพาะที่ผูกกับรุ่นสินทรัพย์

    ฟอร์มสร้างใบงาน (ตัวอย่างประเภท BM)
    ฟอร์มสร้างใบงาน (ตัวอย่างประเภท BM)

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก ใบงานแต่ละประเภทมีฟอร์มเฉพาะ ช่องอาจต่างกันเล็กน้อยตามประเภท

  4. ตรวจทานข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก สร้างใบงาน (Create Job)

  5. ระบบสร้าง เลขที่ใบงาน ให้อัตโนมัติตามรูปแบบ {ประเภท}{YYYYMMDD}0000{N}

    ส่วน ความหมาย ตัวอย่าง
    ประเภท รหัสประเภทงาน PM, BM, QC, IN, UN, IS
    YYYYMMDD วันที่สร้าง 20260107
    0000N ลำดับของวันนั้น 00001, 00002, ...

    ตัวอย่าง: PM2026010700004 = งาน PM ใบที่ 4 ที่สร้างวันที่ 7 ม.ค. 2026

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ใบงานถูกสร้างด้วยสถานะ รอรับงาน (WAITING) หากมอบหมายช่างไว้ ช่างจะได้รับการแจ้งเตือนบนแอปมือถือ ใบงานปรากฏในรายการทันที

คำเตือน: ต้องกรอกช่องที่จำเป็นทั้งหมดก่อนสร้างใบงาน หากกรอกไม่ครบ ระบบจะแสดง error ที่ช่องที่ขาด ให้แก้ไขแล้วส่งใหม่


สถานการณ์: มอบหมายหรือมอบหมายช่างใหม่

สิ่งที่คุณต้องการทำ

มอบหมายช่างให้กับใบงานที่ยังไม่มีช่าง หรือเปลี่ยนช่างเป็นคนใหม่

ขั้นตอน

  1. เปิดใบงานโดยคลิกการ์ดในรายการ

  2. คลิกปุ่ม มอบหมาย (Assign) สำหรับงานที่ยังไม่มีช่าง หรือปุ่ม มอบหมายใหม่ (Reassign) สำหรับงานที่มีช่างแล้ว

    ปุ่มมอบหมายช่างในหน้ารายละเอียดใบงาน
    ปุ่มมอบหมายช่างในหน้ารายละเอียดใบงาน

  3. ในหน้าต่าง มอบหมายช่างใหม่ ค้นหาช่างด้วยชื่อในช่องค้นหา

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ค้นหาช่าง* พิมพ์ชื่อเพื่อกรองช่าง แสดงเฉพาะช่างที่มีสถานะใช้งาน (Active)
    เหตุผลการมอบหมายใหม่ เหตุผลในการเปลี่ยนช่าง กรอกเมื่อเป็นการมอบหมายใหม่

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

  4. เลือกช่างเป้าหมายจากผลการค้นหา

  5. คลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อมอบหมาย

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ใบงานถูกมอบหมายให้ช่างที่เลือก หากเป็นการมอบหมายใหม่ สถานะจะเปลี่ยนเป็น มอบหมายใหม่ (REASSIGNED) ชั่วคราวก่อนกลับสู่ลำดับงานปกติ ช่างเดิมและช่างใหม่จะได้รับการแจ้งเตือน และการเปลี่ยนแปลงถูกบันทึกในประวัติใบงาน

เคล็ดลับ: ตรวจ ภาพรวมปริมาณงานช่าง (Workload) ก่อนมอบหมาย เพื่อไม่ให้ช่างมีงานเกินกำลัง


สถานการณ์: แก้ไขรายละเอียดใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

แก้ไขรายละเอียดของใบงานที่ยังไม่เสร็จสิ้น

ขั้นตอน

  1. เปิดใบงานโดยคลิกการ์ดในรายการ

  2. คลิกปุ่ม แก้ไข (Edit) หรือไอคอนแก้ไขบนส่วนที่ต้องการปรับ

    หน้ารายละเอียดใบงานในโหมดแก้ไข
    หน้ารายละเอียดใบงานในโหมดแก้ไข

  3. แก้ไขช่องตามต้องการ — แต่ละส่วนมีหน้าต่างแก้ไขเฉพาะ:

    ส่วนที่แก้ไขได้ เงื่อนไข
    ข้อมูลทั่วไป (วันที่นัด/รายละเอียด) แก้ไขได้จนกว่างานจะ DONE
    ข้อมูลช่าง แก้ไขผ่านขั้นตอนมอบหมายใหม่
    สถานที่ใช้งาน แก้ไขได้จนกว่างานจะ DONE
    รายละเอียดสินทรัพย์ แก้ไขได้จนกว่างานจะ DONE
    ผู้ติดต่อ แก้ไขได้จนกว่างานจะ DONE
    ใบตรวจเช็ก แก้ไขได้ก่อนช่างเริ่มงาน
  4. คลิก บันทึก (Save) เพื่อใช้การเปลี่ยนแปลง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงถูกบันทึกทันทีและสะท้อนในการ์ดใบงาน ระบบแสดงข้อความแจ้งเตือนสำเร็จ และบันทึกการแก้ไขในประวัติพร้อมชื่อและเวลา

คำเตือน: ใบงานที่เสร็จสิ้นแล้ว (สถานะ DONE) แก้ไขไม่ได้ เพิ่มได้เฉพาะหมายเหตุ เพื่อรักษาความถูกต้องของบันทึกงาน

แก้ไขงานย่อย (Sub-Job)

ใบงานหนึ่งใบอาจมีงานย่อยหลายงาน (หนึ่งงานย่อยต่อหนึ่งสินทรัพย์) คลิกที่งานย่อยในหน้ารายละเอียดใบงานเพื่อเปิดหน้าแก้ไขงานย่อยเฉพาะตามประเภท (BM/PM/IN-UN/IS/QC) แก้ไขแล้วคลิก บันทึก งานย่อยแต่ละงานติดตามสถานะแยกกัน


สถานการณ์: ยกเลิกหรือพักใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ยกเลิกใบงานที่ไม่ต้องการแล้ว หรือพักงานไว้ชั่วคราว พร้อมระบุเหตุผล

ขั้นตอน

ยกเลิกใบงาน

  1. เปิดใบงาน แล้วคลิกปุ่ม ยกเลิกใบงาน (Cancel) หรือเลือกจากเมนูสามจุด (⋮) บนการ์ด

  2. ในหน้าต่างยกเลิกใบงาน กรอกเหตุผล:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    เหตุผลการยกเลิก* เหตุผลที่ยกเลิกใบงานนี้ ต้องกรอก ห้ามเว้นว่าง

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก

📸
หน้าต่างยกเลิกใบงานพร้อมช่องเหตุผล
images/08-job-cancel-modal.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. คลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อยกเลิก

พักใบงาน

  1. เปิดใบงาน แล้วคลิกปุ่ม พักงาน (Pause) จากเมนูสามจุด (⋮)

  2. กรอกเหตุผลการพักงานในช่องที่กำหนด แล้วคลิก ยืนยัน (Confirm)

  3. เมื่อต้องการดำเนินการต่อ เปิดใบงานแล้วคลิก ดำเนินการต่อ (Continue) งานจะกลับสู่สถานะก่อนหน้า

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

  • ยกเลิก: สถานะเปลี่ยนเป็น ยกเลิก (CANCEL) ป้ายแดง เหตุผลถูกบันทึกในประวัติ ใบงานที่ยกเลิกยังคงเก็บไว้ในระบบเพื่อบันทึกประวัติ แต่ไม่นับในงานที่ยังทำงานอยู่
  • พัก: สถานะเปลี่ยนเป็น หยุดชั่วคราว (PAUSE) จนกว่าจะกดดำเนินการต่อ

คำเตือน: หากใบงานกำลังดำเนินการอยู่ (ช่างอยู่หน้างานหรือกำลังทำงาน) ช่างจะได้รับการแจ้งเตือนก่อนการยกเลิกมีผล ควรสื่อสารกับช่างก่อนยกเลิกงานที่กำลังทำอยู่


สถานการณ์: รีวิวและปิดใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ตรวจรีวิวงานที่ช่างส่งมา และอนุมัติเพื่อปิดใบงาน

ขั้นตอน

  1. ที่หน้า Job Management คลิกแท็บ รออนุมัติ (Pending Approval) หรือกรองตามสถานะ รอรีวิว (REVIEW)

  2. เปิดใบงานที่มีสถานะ รอรีวิว (REVIEW) โดยคลิกการ์ด

  3. ตรวจสอบรายละเอียดงานที่ช่างส่งมา:

    สิ่งที่ต้องตรวจ คำอธิบาย
    ใบตรวจเช็ก รายการที่ช่างกรอกครบและถูกต้องหรือไม่
    รูปภาพ/หลักฐานงาน ภาพก่อน/หลังหรือหลักฐานตามที่กำหนด
    งานย่อยทุกรายการ งานย่อยแต่ละสินทรัพย์เสร็จครบหรือไม่
    ค่าบริการ/อะไหล่ ค่าใช้จ่ายที่บันทึกถูกต้องหรือไม่

    หน้ารีวิวใบงาน
    หน้ารีวิวใบงาน

  4. หากงานถูกต้องครบถ้วน คลิก อนุมัติ (Approve) เพื่อปิดงาน

  5. หากงานยังไม่ครบ ส่งกลับให้ช่างแก้ไข (สถานะกลับเป็น ตรวจสอบซ้ำ / RECHECK) พร้อมระบุสิ่งที่ต้องแก้

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

เมื่ออนุมัติ สถานะเปลี่ยนเป็น เสร็จสิ้น (DONE) ป้ายเขียว ใบงานถูกปิดและไม่สามารถแก้ไขได้อีก (เพิ่มได้เฉพาะหมายเหตุ) งานหายจากแท็บ รออนุมัติ

เคล็ดลับ: รีวิวงานที่ค้างในแท็บ รออนุมัติ ทุกวันเพื่อไม่ให้งานสะสม ช่างจะได้รับเครดิตงานเมื่อถูกอนุมัติเท่านั้น


สถานการณ์: ดูประวัติใบงาน (Audit Trail)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูประวัติการเปลี่ยนสถานะ การแก้ไข และการดำเนินการทั้งหมดของใบงานหนึ่งใบ

ขั้นตอน

  1. เปิดใบงานโดยคลิกการ์ดในรายการ

  2. คลิกปุ่ม ประวัติ (History) เพื่อเปิดหน้าต่างประวัติใบงาน

    หน้าต่างประวัติใบงานแสดงไทม์ไลน์การเปลี่ยนสถานะ
    หน้าต่างประวัติใบงานแสดงไทม์ไลน์การเปลี่ยนสถานะ

  3. ประวัติแสดงเหตุการณ์เรียงตามเวลา:

    คอลัมน์ คำอธิบาย
    เวลา วันและเวลาของเหตุการณ์
    การเปลี่ยนสถานะ สถานะเดิม → สถานะใหม่
    โดย ชื่อผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปลง
    เหตุผล/หมายเหตุ เหตุผลที่ระบุ เช่น เหตุผลยกเลิก หรือเหตุผลมอบหมายใหม่
  4. สำหรับใบงานที่มีงานย่อย ประวัติจะรวมการเปลี่ยนสถานะของงานย่อยแต่ละสินทรัพย์ด้วย

  5. คลิก ปิด (Close) เพื่อปิดหน้าต่าง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเห็นวงจรชีวิตทั้งหมดของใบงานตั้งแต่สร้างจนถึงสถานะปัจจุบัน ประวัตินี้แก้ไขหรือลบไม่ได้ ใช้สำหรับตรวจสอบข้อพิพาท ประเมินผล และการตรวจสอบความสอดคล้อง


สถานการณ์: ส่งออกข้อมูลใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดาวน์โหลดข้อมูลใบงานเป็นไฟล์เพื่อทำรายงาน วิเคราะห์ หรือเก็บบันทึก

ขั้นตอน

  1. ที่หน้า Job Management ใช้ตัวกรองที่ต้องการก่อน (ช่วงวันที่ ประเภทงาน ฯลฯ) การส่งออกจะยึดตามตัวกรองปัจจุบัน

  2. คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด (Download)

  3. เลือกรูปแบบที่ต้องการ:

    รูปแบบ คำอธิบาย เหมาะกับ
    CSV ไฟล์ค่าคั่นด้วยจุลภาค วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel นำเข้าระบบอื่น
    PDF ฉบับย่อ PDF สรุปแบบกระชับ ดูภาพรวมเร็ว พิมพ์
    PDF ฉบับเต็ม PDF รายละเอียดครบทุกข้อมูลงาน บันทึกทางการ จัดเก็บ รายงานลูกค้า

    ปุ่มดาวน์โหลดพร้อมตัวเลือกรูปแบบ 3 แบบ
    ปุ่มดาวน์โหลดพร้อมตัวเลือกรูปแบบ 3 แบบ

  4. ไฟล์จะดาวน์โหลดไปยังตำแหน่งดาวน์โหลดเริ่มต้นของเบราว์เซอร์

    หมายเหตุ: สำหรับชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ไฟล์ CSV จะถูกบีบเป็นไฟล์ ZIP เพื่อลดขนาด แตกไฟล์ ZIP เพื่อเข้าถึง CSV ข้างใน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ไฟล์ที่ส่งออกมีใบงานทั้งหมดที่ตรงตัวกรองปัจจุบัน เปิด CSV ใน Excel/Google Sheets ได้ เปิด PDF ในโปรแกรมอ่าน PDF พิมพ์ หรือส่งอีเมลได้

เคล็ดลับ: ใช้ตัวกรองช่วงวันที่ก่อนส่งออกเพื่อจำกัดข้อมูลตามรอบรายงาน การส่งออกประวัติทั้งหมดอาจได้ไฟล์ขนาดใหญ่มาก


สถานการณ์: จัดการเทมเพลตใบตรวจเช็ก (Check Sheet)

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างหรือแก้ไขเทมเพลตใบตรวจเช็กสำหรับงาน BM/IS/IN/UN

ขั้นตอน

  1. ไปที่หน้า จัดการเทมเพลตใบตรวจเช็ก (Check Sheets) จาก sidebar

  2. คลิก + สร้างเทมเพลต หรือคลิกเทมเพลตที่มีอยู่เพื่อแก้ไข

  3. กรอกฟอร์มเทมเพลต:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ชื่อเทมเพลต* ชื่อใบตรวจเช็ก ห้ามเว้นว่าง
    ประเภทงาน* BM / IS / IN / UN PM ใช้ระบบเช็กลิสต์แยกต่างหาก
    รายการตรวจเช็ก* คลิก + เพิ่มรายการ เพื่อเพิ่มหัวข้อ อย่างน้อย 1 รายการ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก งาน PM ผูกเช็กลิสต์กับรุ่นสินทรัพย์ ไม่ได้จัดการที่นี่

  4. คลิก บันทึก (Save)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

เทมเพลตถูกบันทึกและพร้อมเลือกใช้ตอนสร้างใบงานประเภทที่กำหนด


กลุ่ม B — ปฏิบัติงานปฏิทิน PM (PM Calendar)

หมายเหตุ: ปฏิทิน PM ใช้สำหรับวางแผนและจัดการงาน PM ที่ถูกตั้งตารางไว้ — การสร้างตาราง PM อัตโนมัติจากสัญญาดูในบท 07 — จัดการสัญญา บทนี้ครอบคลุมเฉพาะการปฏิบัติงานประจำวันบนปฏิทิน

สถานการณ์: ดูปฏิทิน PM รายเดือน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูปฏิทินรายเดือนแสดงงานบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่วางแผนไว้ทั้งหมด พร้อมตัวบ่งชี้สถานะ

ขั้นตอน

  1. คลิก Jobs → PM Calendar ในเมนูด้านซ้าย (sidebar)

    ปฏิทิน PM มุมมองรายเดือน
    ปฏิทิน PM มุมมองรายเดือน

  2. ปฏิทินแสดงเป็น กริดรายเดือน แต่ละช่องวันแสดง:

    องค์ประกอบ คำอธิบาย
    เลขวันที่ วันที่ในปฏิทิน
    ตัวนับตามสถานะ จำนวนรายการ PM แยกตามสถานะการวางแผน (เลือกช่าง, รอยืนยัน, ใบงาน, เลยแผน) แบบป้ายสี
  3. นำทางระหว่างเดือนด้วยปุ่มลูกศรด้านบนปฏิทิน:

    การควบคุม การทำงาน
    ลูกศรซ้าย (◀) ไปเดือนก่อนหน้า
    ลูกศรขวา (▶) ไปเดือนถัดไป
    แสดงเดือน/ปี เดือนและปีที่ดูอยู่

    ปฏิทินตั้งต้นที่ เดือนปัจจุบัน เมื่อเปิดครั้งแรก

    เคล็ดลับ: มองหาตัวบ่งชี้สีแดง (เลยแผน) ก่อน นี่คือ PM ที่ควรถูกตั้งตารางหรือทำเสร็จแล้วแต่พลาดไป

  4. ปฏิทินแสดงเฉพาะงานประเภท PM เท่านั้น ประเภทอื่น (BM, QC, IN, UN, IS) ไม่แสดงที่นี่ — ใช้เมนู Job Management แทน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณมีภาพรวมงาน PM ทั้งหมดของเดือนที่เลือก วันที่มีรายการกระจุกตัวมากอาจต้องปรับสมดุลภาระงาน คลิกช่องวันเพื่อดูรายละเอียด


สถานการณ์: กรองและนำทางปฏิทิน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

จำกัดมุมมองปฏิทินให้แสดง PM เฉพาะจังหวัด สัญญา หรือช่างที่ต้องการ

ขั้นตอน

  1. ใช้ตัวควบคุมตัวกรองด้านบนหน้าปฏิทิน PM

    แถบตัวกรองปฏิทินแสดงรายการจังหวัด สัญญา และช่าง
    แถบตัวกรองปฏิทินแสดงรายการจังหวัด สัญญา และช่าง

  2. เลือกใช้ตัวกรองอย่างน้อยหนึ่งรายการ:

    ตัวกรอง คำอธิบาย
    เดือน/ปี (Month/Year) เลือกเดือนและปีที่ต้องการดู
    จังหวัด (Province) กรองตามพื้นที่/จังหวัด
    สัญญา (Contract) กรองตามสัญญาลูกค้าเฉพาะ
    ช่าง (Technician) กรองตามช่างรายคน
  3. ปฏิทินอัปเดตทันทีให้แสดงเฉพาะรายการ PM ที่ตรงเงื่อนไข

    เคล็ดลับ: ใช้ตัวกรอง จังหวัด สำหรับวางแผนเชิงพื้นที่ ใช้ตัวกรอง ช่าง เพื่อดูตาราง PM ของช่างรายคนทั้งเดือน

  4. ล้างตัวกรองโดยล้างค่าที่เลือกในรายการ หรือคลิกตัวควบคุมรีเซ็ต

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ปฏิทินแสดงมุมมองที่กรองแล้ว ทุกการดำเนินการ (มอบหมาย เลื่อนนัด อนุมัติ) จะมีผลเฉพาะรายการที่แสดงอยู่ ตัวกรองทำงานแบบ "และ" (AND) และคงอยู่จนกว่าจะเปลี่ยนหรือล้าง


สถานการณ์: ดูรายละเอียดงาน PM รายวันและมอบหมายช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูรายการ PM ที่วางแผนในวันหนึ่ง และมอบหมายช่างให้รายการที่ยังไม่มีช่าง (สถานะ "เลือกช่าง")

ขั้นตอน

  1. คลิกที่ ช่องวัน ในกริดปฏิทิน
📸
แผงรายละเอียด PM รายวัน
images/08-pm-daily-detail.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. แผงรายละเอียดเปิดขึ้นแสดงงานของวันนั้น แต่ละรายการแสดง:

    คอลัมน์ คำอธิบาย
    เลขที่สัญญา สัญญาลูกค้าที่อ้างอิง
    ชื่อบริษัท บริษัทลูกค้า
    สถานที่ใช้งาน ที่อยู่หน้างาน
    สินทรัพย์ เครื่องจักรที่ต้องเข้าบริการ
    ช่าง ช่างที่มอบหมาย (หรือ "เลือกช่าง" หากยังไม่มี)
    สถานะการวางแผน ตัวบ่งชี้สถานะ
  2. หารายการที่มีสถานะ เลือกช่าง (Select Technician) แล้วคลิกปุ่ม มอบหมายช่าง (Assign Technician) ข้างรายการนั้น

📸
มอบหมายช่างให้รายการ PM
images/08-pm-assign-technician.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. ค้นหาและเลือกช่างจากรายการ:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ค้นหาช่าง* พิมพ์ชื่อเพื่อกรองช่าง แสดงช่างจากจังหวัด/พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
  2. คลิก ยืนยัน (Confirm) เพื่อมอบหมาย

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

สถานะรายการ PM เปลี่ยนจาก เลือกช่าง เป็น รอยืนยัน (Pending Confirm) ช่องปฏิทินอัปเดต ช่างถูกผูกกับ PM นี้แล้วแต่ใบงานจริงยังไม่ถูกสร้าง — ต้องสร้างใบงานหรืออนุมัติแบบกลุ่ม (สถานการณ์ถัดไป)

หมายเหตุ: ตรวจ ภาพรวมปริมาณงานช่าง ก่อนมอบหมายเพื่อให้ช่างมีกำลังในวันนั้น


สถานการณ์: เลื่อนนัด PM ด้วยการลากวาง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ย้ายงาน PM จากวันหนึ่งไปอีกวันด้วยการลากบนปฏิทิน

ขั้นตอน

  1. หารายการ PM ที่ต้องการเลื่อนนัดบนกริดปฏิทิน

  2. คลิกค้างที่รายการ PM แล้ว ลาก ไปยังช่องวันเป้าหมาย

📸
ลากวางรายการ PM ไปยังวันใหม่
images/08-pm-drag-drop.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่

เคล็ดลับ: หรือคลิกปุ่ม เปลี่ยนวัน (Reschedule) บนรายการแล้วเลือกวันใหม่จากปฏิทินแทนการลากก็ได้

  1. หน้าต่างยืนยันปรากฏขึ้น เลือกขอบเขตการเลื่อน:

    ตัวเลือก ความหมาย
    เฉพาะครั้งนี้ (This occurrence only) เลื่อนเฉพาะรายการนี้ครั้งเดียว
    ครั้งนี้และครั้งต่อ ๆ ไป (Recurring) เลื่อนรายการนี้และรอบในอนาคตทั้งหมด
  2. ตรวจรายละเอียดการเลื่อน (วันเดิม วันใหม่ สัญญาที่เกี่ยวข้อง) แล้วคลิก ยืนยันเปลี่ยนวัน? (Confirm)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการ PM ย้ายไปวันใหม่บนปฏิทิน หากมีช่างมอบหมายไว้ การมอบหมายจะคงอยู่ การเปลี่ยนแปลงถูกบันทึก

คำเตือน: หากการเลื่อนนัดทำให้ช่างคนเดียวกันมีงานทับซ้อน (PM สองงานเวลาเดียวกัน) ระบบจะแสดงคำเตือนความขัดแย้ง ตรวจตารางช่างก่อนยืนยัน

เคล็ดลับ: สำหรับการเลื่อนจำนวนมาก (เช่น ย้ายงานทั้งวันหยุด) ควรแก้ตาราง PM ที่สัญญาโดยตรงในเมนู Customers → Contracts แทนการลากทีละรายการ


สถานการณ์: สร้างใบงาน PM จากแผน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

แปลงรายการ PM ที่มีช่างมอบหมายแล้วให้เป็นใบงานจริงในระบบ ทีละรายการ

ขั้นตอน

  1. คลิกช่องวันที่มีรายการ PM แล้วเปิดแผงรายละเอียดรายวัน

  2. หารายการที่มีสถานะ รอยืนยัน (Pending Confirm) — ต้องมีช่างมอบหมายแล้ว

    หมายเหตุ: หากรายการยังเป็น เลือกช่าง ต้องมอบหมายช่างก่อน (ดูสถานการณ์ก่อนหน้า)

  3. ตรวจรายละเอียดใบงาน PM (ข้อมูลสัญญา สินทรัพย์ ช่าง เทมเพลตใบตรวจเช็ก)

  4. คลิก สร้างใบงาน (Create Job) บนรายการนั้น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างใบงาน PM สถานะการวางแผนเปลี่ยนจาก รอยืนยัน เป็น ใบงาน (Job Created) ป้ายเขียว ใบงานปรากฏในเมนู Job Management พร้อมเลขที่ใบงานอัตโนมัติ (เช่น PM2026010700001) ช่างที่มอบหมายได้รับการแจ้งเตือน


สถานการณ์: อนุมัติงาน PM แบบกลุ่ม

สิ่งที่คุณต้องการทำ

สร้างใบงานจริงพร้อมกันสำหรับรายการ PM ทั้งหมดที่มีช่างมอบหมายแล้วในรอบที่เลือก

ขั้นตอน

  1. ตรวจให้แน่ใจว่ารายการ PM เป้าหมายมีช่างมอบหมายแล้ว (สถานะ รอยืนยัน / Pending Confirm)

    หมายเหตุ: เฉพาะรายการที่สถานะ รอยืนยัน เท่านั้นที่จะถูกรวมในการอนุมัติแบบกลุ่ม รายการที่ยังเป็น เลือกช่าง จะถูกข้าม

  2. คลิกปุ่ม อนุมัติทั้งหมด (Approve All) ด้านบนปฏิทิน

    ปุ่มอนุมัติทั้งหมดและหน้าต่างยืนยัน
    ปุ่มอนุมัติทั้งหมดและหน้าต่างยืนยัน

  3. เลือกขอบเขต (รายการทั้งหมดในมุมมองปัจจุบัน หรือเฉพาะรายการที่กรองไว้) หน้าต่างยืนยันแสดง:

    รายละเอียด คำอธิบาย
    จำนวนรายการ PM จำนวนใบงานที่จะถูกสร้าง
    รอบ/ช่วงวันที่ ช่วงวันที่ครอบคลุม
  4. คลิก ยืนยันสร้างใบงานทั้งหมด? (Confirm) เพื่อดำเนินการ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

รายการ PM ที่อนุมัติทั้งหมดถูกแปลงเป็นใบงานจริงในระบบ สถานะการวางแผนเปลี่ยนเป็น ใบงาน (Job Created) ป้ายเขียว แต่ละใบงานได้รับเลขที่อัตโนมัติ ช่างที่มอบหมายได้รับการแจ้งเตือน ระบบแสดงข้อความ "สร้าง X ใบงานสำเร็จ" หากบางรายการล้มเหลว ระบบจะแสดงรายการที่ไม่สำเร็จ

เคล็ดลับ: ตรวจปฏิทินครั้งสุดท้ายก่อนคลิกอนุมัติทั้งหมด เมื่อสร้างใบงานแล้ว ต้องแก้ไขทีละใบผ่าน Job Management


สถานการณ์: โอนช่างของรายการ PM

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เปลี่ยนช่างที่มอบหมายให้รายการ PM (ก่อนสร้างใบงานจริง)

ขั้นตอน

  1. คลิกช่องวันแล้วเลือกรายการ PM ที่ต้องการโอนช่าง

  2. คลิกปุ่ม โอนช่าง (Transfer Technician)

  3. ระบบแสดงช่างปัจจุบัน ค้นหาและเลือกช่างใหม่จากรายการ:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ช่างปัจจุบัน (แสดงอัตโนมัติ) ช่างที่มอบหมายอยู่
    ค้นหาช่างใหม่* พิมพ์ชื่อช่างเป้าหมาย เฉพาะช่างที่ใช้งานอยู่
  4. คลิก ยืนยัน (Confirm)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ช่างถูกโอนไปยังช่างคนใหม่ ปฏิทินอัปเดต รายการ PM ยังคงสถานะการวางแผนเดิม


กลุ่ม C — ปริมาณงานช่าง (Technician Workload)

สถานการณ์: ดูตารางภาพรวมปริมาณงานช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูการกระจายปริมาณงานรายเดือนของช่างทุกคน พร้อมตัวบ่งชี้ความจุแบบสี

ขั้นตอน

  1. คลิก Jobs → Workload (ภาพรวมปริมาณงานช่าง) ในเมนูด้านซ้าย (sidebar)

    ตารางปริมาณงานช่างแบบกริดรายเดือน
    ตารางปริมาณงานช่างแบบกริดรายเดือน

  2. ตารางปริมาณงานแสดงเป็น กริดปฏิทินรายเดือน:

    แกน เนื้อหา
    แถว หนึ่งแถวต่อช่างหนึ่งคน (ชื่อช่างอยู่ซ้าย)
    คอลัมน์ หนึ่งคอลัมน์ต่อหนึ่งวันของเดือน (1–28/29/30/31)
    ช่อง ตัวบ่งชี้วงกลมแสดงเปอร์เซ็นต์ปริมาณงาน
  3. ทำความเข้าใจสีในแต่ละช่อง:

    สี เกณฑ์ ความหมาย ควรทำอะไร
    แดง > 100% งานเกินกำลัง — ช่างมีงานมากกว่าความจุต่อวัน โอนงานบางส่วนให้ช่างคนอื่น
    เหลือง 80%–100% ใกล้เต็มกำลัง — ช่างเกือบเต็มแล้ว เลี่ยงเพิ่มงาน ติดตามใกล้ชิด
    ปกติ (ขาว/เทา) < 80% ว่าง — ช่างยังมีกำลังเหลือ มอบหมายงานเพิ่มได้

    สูตรคำนวณ: เปอร์เซ็นต์ปริมาณงาน = (จำนวนงานในวันนั้น ÷ ความจุงานต่อวันของช่าง) × 100

  4. นำทางระหว่างเดือนด้วยปุ่มลูกศรด้านบน (◀ เดือนก่อนหน้า / ▶ เดือนถัดไป)

  5. สำหรับองค์กรที่มีช่างจำนวนมาก เลื่อนลงหรือใช้ pagination เพื่อโหลดแถวเพิ่ม

    เคล็ดลับ: เริ่มจากการสแกนหาช่องสีแดง ซึ่งหมายถึงวันที่ช่างมีงานเกินกำลังและควรกระจายงานใหม่

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเห็นภาพรวมความจุงานของทีมทั้งเดือน ใช้มุมมองนี้สำหรับวางแผนรายวัน หาคอขวด และกระจายงานให้เป็นธรรม

หมายเหตุ: ข้อมูลถูกแคชไว้ราว 5 นาที หากเพิ่งโอนงาน อาจต้องรอสักครู่หรือรีเฟรชหน้าเพื่อเห็นค่าที่อัปเดต


สถานการณ์: ดูรายละเอียดงานรายวันของช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูจำนวนงานของช่างคนหนึ่งในวันหนึ่งโดยละเอียด รวมถึงงานที่จบ กำลังทำ และทั้งหมด

ขั้นตอน

  1. คลิกที่ ช่อง (จุดตัดของแถวช่างกับคอลัมน์วัน) ในตารางปริมาณงาน

    หน้าต่างรายละเอียดงานรายวันของช่าง
    หน้าต่างรายละเอียดงานรายวันของช่าง

  2. แผงรายละเอียดเปิดขึ้นแสดงสรุปรายวัน:

    ตัวชี้วัด ป้ายภาษาไทย คำอธิบาย
    งานที่จบ จบงาน จำนวนงานที่ทำเสร็จในวันนั้น
    กำลังดำเนินการ ดำเนินการ จำนวนงานที่กำลังทำอยู่
    งานทั้งหมด ใบงาน จำนวนงานที่มอบหมายทั้งหมดของวันนั้น

    อัตราการทำงานสำเร็จ คำนวณอัตโนมัติ: อัตราสำเร็จ = (จบงาน ÷ ใบงาน) × 100%

  3. ในแผงเดียวกันยังแสดง รายการงานแต่ละใบ ที่มอบหมายให้ช่างในวันนั้น (เลขที่ใบงาน ประเภท ลูกค้า สถานะ)

  4. คลิกที่แถวงานเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดใบงานนั้น (ตามสถานการณ์ในกลุ่ม A)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเข้าใจไม่เพียงจำนวนงานที่มอบหมาย แต่รวมถึงจำนวนที่ทำเสร็จด้วย ช่างที่มี 5 งานแต่ยังไม่จบสักงานเมื่อสิ้นวันอาจต้องการความช่วยเหลือหรือติดตาม

เคล็ดลับ: เปรียบเทียบรายละเอียดรายวันหลายวันเพื่อหารูปแบบ ช่างที่มีอัตราสำเร็จต่ำต่อเนื่องอาจต้องฝึกอบรมหรือลดภาระงาน


สถานการณ์: หาช่างที่งานเกินกำลังและโอนงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

หาช่างที่มีงานเกินกำลังในวันใดวันหนึ่ง แล้วโอนงานบางส่วนไปให้ช่างที่ยังมีกำลังเหลือ

ขั้นตอน

  1. เปิดหน้าภาพรวมปริมาณงานช่าง แล้วสแกนหา ช่องสีแดง (ปริมาณงาน > 100%)
📸
ตารางปริมาณงานเน้นช่องสีแดงของช่างที่งานเกินกำลัง
images/08-workload-overloaded.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. ทำความเข้าใจระดับความรุนแรง:

    ตัวบ่งชี้ ความหมาย
    ช่องแดง 120% งานเกินกำลัง 20% เช่น 6 งานทั้งที่ความจุ 5
    ช่องแดง 150% เกินกำลังรุนแรง ต้องกระจายงานทันที
    ช่องแดงติดกันหลายวัน เกินกำลังต่อเนื่อง เสี่ยงล่าช้าและคุณภาพตก
  2. คลิกที่ ช่องสีแดง ของช่างและวันที่ต้องการปรับสมดุล แผงรายละเอียดเปิดขึ้นแสดงรายการงานของช่างวันนั้น

    รายการงานพร้อมปุ่มโอนงาน
    รายการงานพร้อมปุ่มโอนงาน

  3. คลิก โอนงาน (Transfer) ข้างงานที่ต้องการย้าย

  4. ในแผงโอนงาน ค้นหาและเลือกช่างเป้าหมาย:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    จากช่าง (From) (แสดงอัตโนมัติ) ช่างต้นทางที่งานเกินกำลัง
    ไปยังช่าง (To)* ค้นหาชื่อช่างเป้าหมาย แสดงปริมาณงานของช่างวันนั้นด้วย เลือกคนที่ยังมีกำลังเหลือ
    รายการใบงานที่เลือก (แสดงอัตโนมัติ) งานที่จะถูกโอน

    แผงโอนงานแสดงช่างต้นทาง รายละเอียดงาน และช่องค้นหาช่างปลายทาง
    แผงโอนงานแสดงช่างต้นทาง รายละเอียดงาน และช่องค้นหาช่างปลายทาง

  5. ตรวจปริมาณงานของช่างเป้าหมายเพื่อไม่ให้โอนแล้วเกินกำลัง แล้วคลิก ยืนยัน (Confirm)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

งานถูกย้ายจากช่างต้นทางไปยังช่างปลายทาง ระบบแสดงข้อความ "โอนงานสำเร็จ" ช่างทั้งสองได้รับการแจ้งเตือน (ช่างต้นทาง: งานถูกถอด / ช่างปลายทาง: ได้รับงานใหม่) ตารางอัปเดตอัตโนมัติ — ช่องช่างต้นทางเปอร์เซ็นต์ลดลง ช่องช่างปลายทางเพิ่มขึ้น

เคล็ดลับ: เลือกโอนงานที่ยังไม่เริ่ม (สถานะ รอรับงาน) มากกว่างานที่กำลังดำเนินการ การโอนงานที่กำลังทำอยู่อาจสร้างความสับสนกับช่างที่หน้างาน


สถานการณ์: กรองปริมาณงานตามจังหวัด

สิ่งที่คุณต้องการทำ

จำกัดตารางปริมาณงานให้แสดงเฉพาะช่างที่ทำงานในพื้นที่ที่ต้องการ

ขั้นตอน

  1. หา รายการเลือกจังหวัด (Province) ด้านบนหน้าภาพรวมปริมาณงานช่าง

    รายการเลือกจังหวัดด้านบนหน้าปริมาณงาน
    รายการเลือกจังหวัดด้านบนหน้าปริมาณงาน

  2. เลือกจังหวัดอย่างน้อยหนึ่งจังหวัด (เลือกได้หลายจังหวัด)

  3. ตารางอัปเดตให้แสดงเฉพาะช่างที่ตรงจังหวัดที่เลือก

  4. ล้างตัวกรองโดยยกเลิกการเลือกจังหวัด หรือคลิกตัวควบคุมล้าง/รีเซ็ต

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

คุณเห็นมุมมองปริมาณงานช่างเฉพาะภูมิภาค เหมาะกับการวางแผนจัดงานเชิงพื้นที่ หาพื้นที่ที่ช่างไม่พอ และปรับสมดุลข้ามภูมิภาค

เคล็ดลับ: หากจังหวัดหนึ่งมีช่างเกินกำลังตลอด ขณะที่จังหวัดข้างเคียงยังว่าง ควรพิจารณาปรับการแบ่งพื้นที่หรือเพิ่มช่างในพื้นที่นั้น


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ฟอร์มสร้างใบงานขึ้น error การตรวจสอบ 1. กรอกช่องที่จำเป็น (มี *) ให้ครบ 2. ตรวจวันที่นัดให้เป็นอนาคต 3. ตรวจว่าลูกค้า/สถานที่/สินทรัพย์ที่เลือกถูกต้อง
"ไม่พบใบงาน" เมื่อเปิดงาน งานอาจถูกลบ หรือคุณไม่มีสิทธิ์ดู ตรวจเลขที่ใบงานและลองค้นหา ติดต่อผู้ดูแลระบบหากยังไม่ได้
แก้ไขใบงานไม่ได้ สถานะเป็น DONE หรือ CANCEL ใบงานที่เสร็จ/ยกเลิกแก้ไขไม่ได้ หากต้องเปลี่ยนให้สร้างใบงานใหม่
ปุ่มส่งออกไม่ทำงาน 1. ตรวจการบล็อกป๊อปอัป/ดาวน์โหลดของเบราว์เซอร์ 2. ลองเบราว์เซอร์อื่น 3. ไฟล์ใหญ่อาจใช้เวลาสร้าง รอสักครู่
ค้นหาช่างไม่พบผลลัพธ์ 1. ตรวจว่ามีบัญชีช่างและมีสถานะใช้งาน 2. ตรวจการสะกดชื่อ 3. ช่างอาจอยู่คนละทีม/จังหวัด
การ์ดงานขึ้น "ไม่มีช่าง" ยังไม่ได้มอบหมาย ใช้ขั้นตอนมอบหมายช่าง
กรองแล้วได้ 0 งาน เงื่อนไขแคบเกินไป ลบตัวกรองทีละตัว หรือคลิก รีเซ็ต เริ่มใหม่
ส่งออก CSV ได้เป็นไฟล์ ZIP เป็นปกติสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ แตกไฟล์ ZIP เพื่อเข้าถึง CSV ข้างใน
ปฏิทิน PM ไม่มีรายการในเดือนนั้น 1. ตรวจว่ามีสัญญา PM ที่ครอบคลุมเดือนนั้น 2. ลบตัวกรองที่ใช้อยู่ 3. ตรวจตาราง PM ที่สัญญา (บท 07)
ลากรายการ PM ไม่ได้ 1. รายการอาจเป็นสถานะ ใบงาน แล้ว (ต้องเลื่อนนัดใน Job Management) 2. ตรวจสิทธิ์แก้ไขของบทบาท 3. รีเฟรชหน้า
"อนุมัติทั้งหมด" สร้าง 0 ใบงาน รายการทั้งหมดเป็น ใบงาน แล้ว หรือยังไม่มีช่าง (เลือกช่าง) มอบหมายช่างก่อนแล้วลองใหม่
มีรายการ PM สีแดง (เลยแผน) PM เลยวันนัดโดยยังไม่ถูกสร้าง สร้างใบงานทันที (จะลงวันย้อนหลัง) หรือเลื่อนไปวันในอนาคต
ลากวางไม่ทำงานบนแท็บเล็ต/มือถือ ปฏิทินเหมาะกับเบราว์เซอร์เดสก์ท็อป ใช้เดสก์ท็อปสำหรับลากวาง หรือใช้ปุ่ม เปลี่ยนวัน ในแผงรายละเอียด
ตารางปริมาณงานไม่มีช่าง 1. ตรวจว่ามีบัญชีช่างและใช้งานอยู่ 2. ลบตัวกรองจังหวัด 3. ตรวจว่าช่างมีการตั้งความจุงานต่อวัน
ทุกช่องขึ้น 0% ทั้งที่มอบงานแล้ว 1. งานอาจไม่มีวันที่นัดในเดือนที่แสดง 2. ไปเดือนที่ถูกต้อง 3. รีเฟรชหน้าเพื่อล้างแคช
ปุ่มโอนงานไม่ปรากฏ บทบาทคุณอาจไม่มีสิทธิ์แก้ไข เฉพาะ Admin/Dispatcher โอนงานได้ ติดต่อ SuperAdmin
ตัวบ่งชี้วงกลมขึ้น NaN% ช่างยังไม่ได้ตั้งความจุงานต่อวัน (เป็น 0 หรือว่าง) ตั้งค่าที่ Technicians → Profiles
ข้อมูลปริมาณงานดูเก่า ข้อมูลแคชราว 5 นาที รอสักครู่หรือรีเฟรชเบราว์เซอร์
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทไม่ได้รับอนุญาตในการกระทำนั้น ตรวจสิทธิ์กับ SuperAdmin (ดูบท 00)

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูใบงานทั้งหมด Jobs → Job Management (โหลดอัตโนมัติ)
ดูงานรออนุมัติ Jobs → Job Management แท็บ รออนุมัติ
ค้นหาด้วยเลขใบงาน Jobs → Job Management พิมพ์ในช่องค้นหา
ใช้ตัวกรองขั้นสูง Jobs → Job Management ตัวกรอง → เลือก → ค้นหา
สร้างใบงาน BM Jobs → Job Management + สร้างใบงาน → ใบงาน BM
สร้างใบงาน PM Jobs → Job Management + สร้างใบงาน → ใบงาน PM
มอบหมายช่าง หน้ารายละเอียดใบงาน มอบหมาย → ค้นหาชื่อ → ยืนยัน
มอบหมายช่างใหม่ หน้ารายละเอียดใบงาน มอบหมายใหม่ → ค้นหาชื่อ → ยืนยัน
แก้ไขใบงาน หน้ารายละเอียดใบงาน แก้ไข → ปรับช่อง → บันทึก
ยกเลิกใบงาน หน้ารายละเอียดใบงาน ยกเลิกใบงาน → กรอกเหตุผล → ยืนยัน
พัก/ดำเนินการต่อ หน้ารายละเอียดใบงาน พักงาน / ดำเนินการต่อ
รีวิวและปิดงาน Jobs → Job Management → แท็บ รออนุมัติ เปิดงาน → อนุมัติ
ดูประวัติใบงาน หน้ารายละเอียดใบงาน ประวัติ
ส่งออก CSV/PDF Jobs → Job Management ดาวน์โหลด → เลือกรูปแบบ
ดูปฏิทิน PM รายเดือน Jobs → PM Calendar นำทางด้วย ◀ / ▶
ดูรายละเอียด PM รายวัน Jobs → PM Calendar คลิกช่องวัน
มอบหมายช่างให้ PM แผงรายละเอียดรายวัน รายการ เลือกช่าง → มอบหมายช่างยืนยัน
เลื่อนนัด PM Jobs → PM Calendar ลากรายการไปวันใหม่ → ยืนยัน
สร้างใบงาน PM จากแผน แผงรายละเอียดรายวัน สร้างใบงาน
อนุมัติ PM แบบกลุ่ม Jobs → PM Calendar อนุมัติทั้งหมดยืนยัน
โอนช่างของ PM แผงรายละเอียดรายวัน โอนช่าง → เลือกช่าง → ยืนยัน
ดูภาพรวมปริมาณงานช่าง Jobs → Workload (โหลดอัตโนมัติ)
ดูรายละเอียดงานรายวันของช่าง Jobs → Workload คลิกช่อง (แถว + วัน)
หาช่างงานเกินกำลัง Jobs → Workload มองหาช่องสีแดง (>100%)
โอนงานระหว่างช่าง แผงรายละเอียดช่อง เลือกงาน → โอนงาน → เลือกช่าง → ยืนยัน
กรองตามจังหวัด Jobs → PM Calendar / Workload รายการเลือกจังหวัด → เลือก

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 หน้ารายการใบงานแบบการ์ดพร้อมแท็บกรอง /job
2 แผงตัวกรองขั้นสูงแบบขยาย /job (แผงตัวกรองเปิด)
3 รายการเลือกประเภทใบงาน 6 ประเภท /job (ปุ่ม + สร้างใบงาน)
4 ฟอร์มสร้างใบงาน (ตัวอย่างประเภท BM) /job/create
5 หน้ารายละเอียดใบงานพร้อมปุ่มมอบหมาย/มอบหมายใหม่ /job/edit/[id]
6 หน้ารายละเอียดใบงานในโหมดแก้ไข /job/edit/[id] (โหมดแก้ไข)
7 หน้าต่างยกเลิกใบงานพร้อมช่องเหตุผล /job/edit/[id] (หน้าต่างยกเลิก)
8 หน้ารีวิวใบงานพร้อมใบตรวจเช็กและปุ่มอนุมัติ /job/edit/[id] (โหมดรีวิว)
9 หน้าต่างประวัติใบงานแสดงไทม์ไลน์ /job/edit/[id] (หน้าต่างประวัติ)
10 ปุ่มดาวน์โหลดพร้อมตัวเลือกรูปแบบ 3 แบบ /job (รายการดาวน์โหลด)
11 ปฏิทิน PM แบบกริดรายเดือนพร้อมตัวบ่งชี้สถานะสี /job-planning
12 แถบตัวกรองปฏิทิน (จังหวัด/สัญญา/ช่าง) /job-planning (แถบตัวกรอง)
13 แผงรายละเอียด PM รายวันพร้อมช่าง/ลูกค้า/สถานะ /job-planning (คลิกวัน)
14 รายการ PM พร้อมรายการเลือกช่างที่เปิดอยู่ /job-planning (มอบหมายช่าง)
15 รายการ PM ที่กำลังถูกลากไปอีกวัน /job-planning (ลากวาง)
16 ปุ่มอนุมัติทั้งหมดและหน้าต่างยืนยัน /job-planning (อนุมัติทั้งหมด)
17 ตารางปริมาณงานเต็มพร้อมแถวช่าง คอลัมน์วัน และวงกลมสี /workload
18 หน้าต่างรายละเอียดช่องแสดงสรุปรายวัน /workload (คลิกช่อง)
19 ตารางปริมาณงานเน้นช่องสีแดงของช่างเกินกำลัง /workload (สถานะเกินกำลัง)
20 รายการงานในแผงรายละเอียดพร้อมปุ่มโอนงาน /workload (แผงรายละเอียด)
21 แผงโอนงานแสดงช่างต้นทาง งาน และค้นหาช่างปลายทาง /workload (หน้าต่างโอนงาน)
22 รายการเลือกจังหวัดด้านบนหน้าปริมาณงาน /workload (พื้นที่ตัวกรอง)

อ้างอิง: FR-008, FR-009, FR-010, UF-008, UF-009, UF-010 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

แดชบอร์ดและรายงาน (Dashboard & Reports)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 09

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — แสดงภาพรวมการดำเนินงานภาคสนามผ่านแดชบอร์ด (รายงาน) ที่ประกอบด้วยการ์ดตัวชี้วัด (KPI), กราฟสถานะใบงาน, ลำดับคะแนนประเมินช่าง, การวิเคราะห์เหตุผลยกเลิกงาน, แนวโน้มจำนวนงานเทียบกับช่าง, โมเดลที่ซ่อมบ่อย และการวิเคราะห์ปัญหา พร้อมการกรองตามช่วงวันที่/จังหวัด และการส่งออกรายงาน

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดการ (Manager) — ผู้จัดตารางงาน (Dispatcher) เห็นเฉพาะข้อมูลพื้นที่ที่รับผิดชอบ

เข้าถึงได้ที่ไหน — เมนูด้านซ้าย (sidebar) → รายงาน (Reports) ซึ่งเป็นหน้าแรกของ Admin Portal หลังเข้าสู่ระบบ

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — FR-016 (Reports Dashboard), UF-016

โมดูลในโค้ดเบสdashboard, reports, analytics


ก่อนเริ่มใช้งาน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า:


สถานการณ์: ดูภาพรวมแดชบอร์ด

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูภาพรวมประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวชี้วัดทั้งหมดในหน้าเดียว เพื่อเริ่มต้นการทำงานประจำวัน

ขั้นตอน

  1. เข้าสู่ระบบ Admin Portal ระบบจะโหลดหน้า แดชบอร์ด (Dashboard) เป็นหน้าแรกโดยอัตโนมัติ หรือคลิก รายงาน (Reports) ใน sidebar

    ภาพรวมแดชบอร์ดแสดงทุกส่วน
    ภาพรวมแดชบอร์ดแสดงทุกส่วน

  2. แดชบอร์ดแบ่งออกเป็นหลายส่วน แต่ละส่วนโหลดข้อมูลแยกอิสระ มีตัวกรองส่วนกลางอยู่ด้านบนควบคุมทุกส่วนพร้อมกัน

    ตัวควบคุม ใช้ทำอะไร ค่าเริ่มต้น
    ตัวเลือกช่วงวันที่ (Date Range Picker) เลือกวันเริ่มต้นและสิ้นสุด (เดือน/ปี หรือ DD/MM/YY) เดือนปัจจุบัน
    ตัวกรองจังหวัด (Province Filter) กรองข้อมูลตามพื้นที่/จังหวัด ทุกจังหวัด
  3. เลื่อนหน้าลง เพื่อดูทุกส่วนของแดชบอร์ด แต่ละส่วนจะแสดงกราฟหรือตารางของตนเอง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ทุกส่วนโหลดข้อมูลตามช่วงวันที่และจังหวัดที่เลือก โดยมีเป้าหมายโหลดภายใน 3 วินาที (ใช้ระบบแคชเบื้องหลัง) หากส่วนใดไม่มีข้อมูลในช่วงที่เลือก จะแสดงข้อความ "ไม่มีข้อมูล" แทนพื้นที่ว่าง

เคล็ดลับ: แดชบอร์ดคือจุดเริ่มต้นของทุกวัน ตรวจสอบเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าเพื่อหารายการรออนุมัติ พื้นที่ที่ประสิทธิภาพต่ำ และจุดติดขัดของการดำเนินงาน


สถานการณ์: วิเคราะห์การกระจายสถานะใบงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เข้าใจการกระจายงานทั้ง 12 สถานะ เพื่อหาจุดติดขัดและรูปแบบภาระงาน

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด มองหากราฟโดนัท สถานะใบงาน (Job Status)

    กราฟโดนัทสถานะใบงานพร้อมตัวเลขรวมตรงกลาง
    กราฟโดนัทสถานะใบงานพร้อมตัวเลขรวมตรงกลาง

  2. กราฟโดนัทแสดงองค์ประกอบดังนี้:

    องค์ประกอบ ใช้ทำอะไร
    ส่วนสีต่าง ๆ หนึ่งส่วนต่อหนึ่งสถานะ ขนาดแปรผันตามจำนวนงาน
    ตัวเลขตรงกลาง จำนวนงานทั้งหมดในช่วงที่เลือก
    คำอธิบาย (Legend) รายการสถานะทั้ง 12 พร้อมสีและจำนวน
  3. สถานะใบงานทั้ง 12 สถานะ:

    สถานะ (ไทย) English บ่งบอกถึง
    รออนุมัติ Pending Approval ใบงานรอผู้ดูแลอนุมัติ
    รอรับงาน Waiting to Accept รอช่างกดรับงาน
    รับงาน Accepted ช่างรับงานแล้ว ยังไม่เริ่ม
    กำลังเดินทาง Traveling ช่างกำลังเดินทางไปหน้างาน
    ถึงหน้างาน On-Site ช่างถึงสถานที่แล้ว
    กำลังทำงาน In Progress กำลังปฏิบัติงาน
    รอตรวจสอบ Waiting Inspection รอการตรวจสอบ/ยืนยัน
    รอรีวิว Waiting Review รอการรีวิว/QA
    เสร็จสมบูรณ์ Completed งานเสร็จสมบูรณ์
    หยุดงาน Stopped งานถูกหยุดชั่วคราว
    ยกเลิก Cancelled งานถูกยกเลิก
    เปลี่ยนช่าง Changed Technician มอบหมายให้ช่างคนใหม่
  4. คลิกที่ส่วนสีใด ๆ เพื่อไปยังรายการงานที่กรองเฉพาะงานในสถานะนั้น

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

เมื่อคลิกส่วนของกราฟ ระบบจะพาคุณไปหน้า Job Management โดยกรองตามสถานะที่เลือกไว้ล่วงหน้า ทำให้เจาะลงไปยังจุดที่มีปัญหาได้รวดเร็ว เช่น คลิกส่วน "รอรีวิว" เพื่อดูงานที่รอคุณอนุมัติทั้งหมด

เคล็ดลับ: การดำเนินงานที่ดีควรมีงานส่วนใหญ่อยู่ในสถานะ "เสร็จสมบูรณ์" หากส่วน "รอรับงาน" หรือ "หยุดงาน" ใหญ่ผิดปกติ แสดงถึงปัญหาการมอบหมายหรือการจัดตารางที่ต้องแก้ไข


สถานการณ์: ตรวจสอบรายการรออนุมัติ

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูภาพรวมจำนวนรายการที่รอคุณอนุมัติทั่วทั้งระบบ และไปดำเนินการได้รวดเร็ว

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด มองหาส่วนการ์ด รออนุมัติ (Pending Approvals)

    การ์ดรายการรออนุมัติ 3 ใบพร้อมจำนวน
    การ์ดรายการรออนุมัติ 3 ใบพร้อมจำนวน

  2. การ์ด 3 ใบแสดงจำนวนรายการที่รอดำเนินการ:

    การ์ด (ไทย) English คลิกแล้วไปที่
    อะไหล่รอคืน Parts Pending Return รายการคืนอะไหล่ (Spare Part Return)
    รออนุมัติเบิกอะไหล่ Parts Requisition Pending รายการเบิกอะไหล่ (Spare Part Request)
    รออนุมัติเบิกเงิน Cash Requisition Pending รายการเบิกเงิน (Cash Request)
  3. คลิกที่การ์ดใด ๆ เพื่อไปยังคิวรายการรออนุมัติของหมวดนั้นโดยตรง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบพาคุณไปยังรายการที่กรองเฉพาะรายการรอดำเนินการของหมวดนั้น ดำเนินการอนุมัติหรือปฏิเสธแต่ละรายการ (ดูขั้นตอนละเอียดในบทที่เกี่ยวข้อง)

เคล็ดลับ: ควรเคลียร์รายการรออนุมัติให้หมดทุกวัน ช่างในภาคสนามมักรอการอนุมัติเหล่านี้เพื่อทำงานต่อ การอนุมัติล่าช้าจะทำให้งานเสร็จช้าลง


สถานการณ์: ดูลำดับคะแนนประเมินช่าง

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ประเมินประสิทธิภาพช่างผ่านตารางสรุปคะแนน และตารางจัดอันดับแบบละเอียดที่มีหลายตัวชี้วัด

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด มองหาส่วน ลำดับคะแนนประเมินช่าง (Technician Rating) แบบสรุป — เป็นตารางย่อแสดงช่างที่ได้คะแนนสูงสุด

    ตารางสรุปคะแนนประเมินช่างพร้อมดาว
    ตารางสรุปคะแนนประเมินช่างพร้อมดาว

    คอลัมน์ ใช้ทำอะไร
    ลำดับ (Rank) อันดับตามคะแนนเฉลี่ย
    ชื่อช่าง (Technician Name) ชื่อช่าง
    คะแนนเฉลี่ย (Average Score) คะแนนประเมินเฉลี่ย (มาตรวัด 4 ดาว)
  2. เลื่อนลงไปยังตาราง ลำดับคะแนนประเมินช่าง (Technician Performance Ranking) แบบละเอียด

    ตารางจัดอันดับประสิทธิภาพช่างแบบละเอียด 10 คอลัมน์
    ตารางจัดอันดับประสิทธิภาพช่างแบบละเอียด 10 คอลัมน์

  3. ตารางละเอียดแสดง 10 คอลัมน์:

    คอลัมน์ (ไทย) English หน่วย
    ลำดับ Rank อันดับ
    รหัสช่าง Technician Code รหัส
    ชื่อช่าง Technician Name ข้อความ
    พื้นที่ทำงาน Work Area ชื่อจังหวัด/พื้นที่
    จำนวนเครื่อง Machine Count จำนวน
    จำนวนงาน Job Count จำนวน
    ชม./เครื่อง Hours/Machine ชั่วโมง
    ชม./งาน Hours/Job ชั่วโมง
    ค่าเฉลี่ย Average คะแนน (แสดงเป็นแถบความคืบหน้า)
    ค่ากลาง Median คะแนน (แสดงเป็นแถบความคืบหน้า)
  4. ใช้ ตัวกรองจังหวัด (ค้นหาจังหวัด) เพื่อดูอันดับเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการ และใช้ตัวเลือกช่วงวันที่เพื่อจำกัดรอบเวลา

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ตารางจัดอันดับอัปเดตตามช่วงวันที่และจังหวัดที่เลือก ใช้ข้อมูลนี้สำหรับการประเมินผล หาความต้องการฝึกอบรม และยกย่องช่างที่ทำผลงานดี

เคล็ดลับ: เปรียบเทียบ "ค่าเฉลี่ย" กับ "ค่ากลาง" หากต่างกันมาก อาจบ่งบอกว่าช่างทำงานได้ดีไม่สม่ำเสมอ ค่ากลางทนต่อค่าผิดปกติได้ดีกว่า


สถานการณ์: วิเคราะห์เหตุผลยกเลิกงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เข้าใจว่าทำไมงานถูกยกเลิก เพื่อหาปัญหาเชิงระบบที่แก้ไขได้

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด มองหากราฟวงกลม เหตุผลยกเลิกงาน (Job Cancellation Reasons)

    กราฟวงกลมเหตุผลยกเลิกงานพร้อมเปอร์เซ็นต์
    กราฟวงกลมเหตุผลยกเลิกงานพร้อมเปอร์เซ็นต์

  2. กราฟวงกลมแสดงองค์ประกอบดังนี้:

    องค์ประกอบ ใช้ทำอะไร
    ส่วนสีต่าง ๆ หนึ่งส่วนต่อหนึ่งเหตุผลยกเลิก
    ป้ายเปอร์เซ็นต์ สัดส่วนของการยกเลิกแต่ละเหตุผลเทียบยอดรวม
    จำนวนรวม ยอดยกเลิกทั้งหมด (ยกเลิก X ครั้ง)
    คำอธิบาย (Legend) รายการเหตุผลยกเลิกพร้อมสีและเปอร์เซ็นต์
  3. นำเมาส์ชี้ที่ส่วนใด ๆ เพื่อดูจำนวนและเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ใช้ข้อมูลการยกเลิกหารูปแบบ หากเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งครองสัดส่วนสูง (เช่น "ลูกค้าไม่อยู่") อาจบ่งบอกถึงปัญหาการนัดหมายหรือการสื่อสารที่ควรแก้ไขเชิงกระบวนการ ไม่ใช่แก้รายงานต่อรายงาน

หมายเหตุ: เหตุผลยกเลิกถูกกำหนดที่ Settings → Dropdowns หากกราฟแสดงเหตุผล "อื่น ๆ" สัดส่วนสูง ควรพิจารณาเพิ่มหมวดเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น


สถานการณ์: เปรียบเทียบจำนวนงานกับช่างตามช่วงเวลา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ดูแนวโน้มจำนวนงานรายเดือนแยกตามประเภท เทียบกับจำนวนช่างที่ทำงาน เพื่อประเมินกำลังคนและสมดุลภาระงาน

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด มองหากราฟ ข้อมูลเปรียบเทียบจำนวนงานและช่าง (Job & Technician Comparison)

    กราฟผสมแท่งและเส้นเปรียบเทียบงานกับช่าง
    กราฟผสมแท่งและเส้นเปรียบเทียบงานกับช่าง

  2. กราฟผสมแสดงองค์ประกอบดังนี้:

    องค์ประกอบ ประเภทกราฟ ใช้ทำอะไร
    แท่งจำนวนงาน กราฟแท่ง จำนวนงานรายเดือนแยกตามประเภท (BM/PM/QC/IS/IN/UN) แต่ละประเภทคนละสี
    เส้นจำนวนช่าง กราฟเส้นซ้อนทับ จำนวนช่างที่ทำงานต่อเดือน
    แกน X เดือน (ก.พ., มี.ค., เม.ย. ...)
    แกน Y ซ้าย จำนวนงาน (0–200)
    แกน Y ขวา จำนวนช่าง
  3. ใช้ ช่องติ๊กประเภทงาน (Job Type Checkboxes) เพื่อเปิด/ปิดประเภทงานในกราฟแท่ง:

    ตัวควบคุม ตัวเลือก
    ช่องติ๊กประเภทงาน BM, PM, QC, IS, IN, UN (เปิด/ปิดได้อิสระแต่ละประเภท)
    ตัวเลือกช่วงเวลา (Time Period) เช่น 1 ปีย้อนหลัง
  4. ปรับ ตัวเลือกช่วงเวลา เพื่อกำหนดรอบที่ต้องการ (สูงสุด 1 ปีย้อนหลัง)

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

กราฟช่วยประเมินว่ามีช่างเพียงพอกับปริมาณงานหรือไม่ หากแท่งงานสูงขึ้นแต่เส้นช่างคงที่ อาจต้องเพิ่มช่าง หากเส้นช่างสูงแต่แท่งงานต่ำ อาจมีกำลังคนเกิน

เคล็ดลับ: งาน PM คาดการณ์ได้ (มีกำหนดการ) หากแท่ง PM สูงสม่ำเสมอในบางเดือน ให้วางแผนความพร้อมของช่างให้สอดคล้อง ส่วน BM ที่พุ่งสูงอาจบ่งบอกปัญหาความน่าเชื่อถือของเครื่อง


สถานการณ์: วิเคราะห์โมเดลที่ซ่อมบ่อย

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ระบุว่าเครื่องรุ่นใดต้องซ่อมบ่อยที่สุด เพื่อชี้ปัญหาความน่าเชื่อถือและประกอบการตัดสินใจจัดซื้อ

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด เลื่อนไปยังส่วน ลำดับโมเดลที่ซ่อมบ่อย (Frequently Repaired Models)

    ตารางจัดอันดับโมเดลที่ซ่อมบ่อยพร้อมแถบเลื่อน
    ตารางจัดอันดับโมเดลที่ซ่อมบ่อยพร้อมแถบเลื่อน

  2. ส่วนนี้แสดงตารางจัดอันดับ:

    คอลัมน์ (ไทย) English ใช้ทำอะไร
    ลำดับ Rank อันดับตามความถี่การซ่อม
    โมเดล Model ชื่อรุ่นของสินทรัพย์
    จำนวนซ่อม Repair Count จำนวนครั้งที่ซ่อม
  3. ใช้ แถบเลื่อนแนวนอน (Carousel) เพื่อเลื่อนดูโมเดลในลำดับถัดไป หากรายการยาวเกินหนึ่งหน้าจอ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

โมเดลที่อยู่ลำดับต้น ๆ คือรุ่นที่เสียบ่อยที่สุด ข้อมูลนี้สนับสนุนการตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนเครื่อง การขยายการรับประกัน หรือการวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันสำหรับรุ่นที่ไม่น่าเชื่อถือ

เคล็ดลับ: เทียบตารางนี้กับส่วน "วิเคราะห์ปัญหา" เพื่อเข้าใจว่านอกจากรุ่นใดเสียบ่อยแล้ว ยังพบปัญหาเฉพาะแบบใดบ้าง


สถานการณ์: ดูการวิเคราะห์ปัญหา

สิ่งที่คุณต้องการทำ

เปรียบเทียบปัญหาที่ลูกค้าแจ้งกับปัญหาที่ช่างพบจริงหน้างาน แยกตามรุ่นของเครื่อง

ขั้นตอน

  1. ที่แดชบอร์ด เลื่อนไปยังส่วน ปัญหาที่เกิดขึ้น (Problem Analysis)

    กราฟวงกลมคู่วิเคราะห์ปัญหาของโมเดลที่เลือก
    กราฟวงกลมคู่วิเคราะห์ปัญหาของโมเดลที่เลือก

  2. เลือก โมเดลสินทรัพย์ จากแถบเลื่อนโมเดลเพื่อดูการวิเคราะห์ปัญหาของรุ่นนั้น

  3. กราฟวงกลมสองวงแสดงคู่กัน:

    กราฟ (ไทย) English แหล่งข้อมูล
    ปัญหาแจ้งซ่อมจากลูกค้า Customer Reported Issues ข้อมูลตอนสร้างใบงาน
    ปัญหาที่พบโดยช่าง Issues Found by Technician ข้อมูลตอนปิดงาน
  4. เปรียบเทียบกราฟทั้งสองเพื่อหาช่องว่างของการรับรู้:

    รูปแบบที่เห็น ความหมาย
    กราฟทั้งสองคล้ายกัน ลูกค้าระบุปัญหาได้แม่นยำ — การสื่อสารดี
    กราฟทั้งสองต่างกันมาก ลูกค้าระบุปัญหาผิด — อาจต้องให้คำแนะนำการวินิจฉัยที่ดีขึ้น
    กราฟช่างมีหมวดที่ไม่ปรากฏในกราฟลูกค้า ปัญหาแอบแฝงที่ลูกค้าไม่สังเกตจนกว่าช่างจะตรวจ

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ใช้ข้อมูลนี้ปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้า ปรับขั้นตอนการวินิจฉัย และปรับเทมเพลตงาน หากลูกค้าระบุปัญหาผิดประเภทเดิมซ้ำ ๆ ควรเพิ่มคำถามวินิจฉัยในฟอร์มสร้างงาน

หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้มีความหมายเมื่อมีข้อมูลจำนวนมาก โมเดลที่มีงานน้อยกว่า 10 รายการอาจแสดงสัดส่วนที่บิดเบือน หมวดปัญหาถูกกำหนดที่ Settings → Dropdowns


สถานการณ์: กรองรายงานตามวันที่และจังหวัด

สิ่งที่คุณต้องการทำ

จำกัดข้อมูลแดชบอร์ดทั้งหมดให้เหลือเฉพาะช่วงเวลาและพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อการวิเคราะห์ที่เจาะจง

ขั้นตอน

  1. ด้านบนของแดชบอร์ด มองหา ตัวเลือกช่วงวันที่ (Date Range Picker) และ ตัวกรองจังหวัด (Province Filter)

    ตัวกรองช่วงวันที่และจังหวัดด้านบนแดชบอร์ด
    ตัวกรองช่วงวันที่และจังหวัดด้านบนแดชบอร์ด

  2. ตั้งค่าตัวกรอง:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    วันที่เริ่มต้น (Start Date)* จุดเริ่มต้นของช่วงวิเคราะห์ รูปแบบ DD/MM/YY หรือ เดือน/ปี
    วันที่สิ้นสุด (End Date)* จุดสิ้นสุดของช่วงวิเคราะห์ ต้องไม่ก่อนวันที่เริ่มต้น
    จังหวัด (Province) เลือกจังหวัด หรือเว้นเป็น "ทุกจังหวัด" ค้นหาจากรายการจังหวัดที่มีข้อมูล

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก ค่าเริ่มต้นแสดงข้อมูลเดือนปัจจุบัน

  3. เลือกผลของการตั้งค่าตัวกรองตามต้องการ:

    การตั้งค่า ผลที่ได้
    ทุกจังหวัด + ทั้งปี ภาพรวมทั้งประเทศแบบเต็ม
    จังหวัดเฉพาะ + ทั้งปี ผลงานรายปีของพื้นที่นั้น
    ทุกจังหวัด + เดือนเดียว ภาพรวมรายเดือนทั้งประเทศ
    จังหวัดเฉพาะ + เดือนเดียว เจาะลึกรายเดือนของพื้นที่นั้น
  4. ตัวกรองมีผล กับทุกส่วนของแดชบอร์ดพร้อมกัน ทุกกราฟ ตาราง และการ์ดจะอัปเดตตามข้อมูลที่กรอง

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ทุกส่วนของแดชบอร์ดเรนเดอร์ใหม่ตามเงื่อนไขตัวกรอง หากส่วนใดไม่มีข้อมูลตรงเงื่อนไข จะแสดงข้อความ "ไม่มีข้อมูล"

เคล็ดลับ: สำหรับรายงานบริหารรายเดือน ให้ตั้งช่วงวันที่เป็นเดือนก่อนหน้า แล้วไล่ดูทีละจังหวัดเพื่อสร้างการเปรียบเทียบรายพื้นที่ บันทึกหรือถ่ายภาพหน้าจอแต่ละมุมมองไว้ทำรายงาน


สถานการณ์: ส่งออกรายงาน

สิ่งที่คุณต้องการทำ

ส่งออกข้อมูลรายงานเป็นไฟล์ Excel หรือ CSV เพื่อนำไปทำรายงานต่อหรือส่งต่อทีม

ขั้นตอน

  1. จากหน้ารายการที่รองรับ (เช่น รายการเบิกอะไหล่) คลิกปุ่ม ส่งออก (Export) เพื่อเปิดกล่องตัวช่วยส่งออกแบบ 4 ขั้นตอน
📸
กล่องตัวช่วยส่งออกรายงาน 4 ขั้นตอน
images/09-export-wizard.png
รอภาพ — วางไฟล์นี้ใน admin/images/ แล้วรันสคริปต์ใหม่
  1. ขั้นที่ 1 — เทมเพลต (Template): เลือกจากเทมเพลตที่บันทึกไว้ หรือสร้างใหม่

    หมายเหตุ: เทมเพลตเป็นแบบรายผู้ใช้ (แต่ละคนจัดการเทมเพลตของตนเอง) และเก็บเฉพาะการเลือกฟิลด์ ไม่เก็บค่าตัวกรอง

  2. ขั้นที่ 2 — ฟิลด์ (Fields): ติ๊กเลือก/ยกเลิกฟิลด์ที่ต้องการ จัดกลุ่มเป็นหมวด สามารถติ๊กทั้งหมดในหมวดได้ และระบบแสดงจำนวนฟิลด์ที่เลือก

    หมวด ฟิลด์
    ข้อมูลใบเบิก (5) เลขที่เอกสาร, วันที่เบิก, ผู้ยืนยัน, วันที่อนุมัติ, สถานะ
    ข้อมูลอะไหล่ (5) รหัสอะไหล่, ชื่ออะไหล่, จำนวน, สภาพอะไหล่, หน่วยนับ
    ข้อมูลงาน (6) เลขที่งาน, ชื่อลูกค้า/สาขา, รหัสสาขา, ชื่อช่าง, วัตถุประสงค์, หมายเหตุบริการ
    ข้อมูลเครื่อง (3) รุ่นเครื่อง, หมายเลขซีเรียล, รหัสสินค้า
    อื่น ๆ (2) วิธีจัดส่ง, หมายเหตุ
  3. ขั้นที่ 3 — ตัวกรอง (Filters): กรองตามเงื่อนไขที่ต้องการ:

    ช่อง กรอกอะไร เงื่อนไข
    ช่วงวันที่ (Date Range)* ช่วงเวลาของข้อมูลที่ต้องการส่งออก รูปแบบ DD/MM/YYYY (พ.ศ.)
    ลูกค้า (Customer) เลือกลูกค้า เลือกได้หลายรายการ
    สถานะ (Status) เลือกสถานะ เลือกได้หลายรายการ
    ช่าง (Technician) เลือกช่าง เลือกได้หลายรายการ
    สาขา/ร้าน (Store) เลือกสาขา เลือกได้หลายรายการ

    หมายเหตุ: ช่องที่มีเครื่องหมาย * เป็นช่องที่ต้องกรอก รายการที่ถูกยกเลิกจะไม่รวมโดยค่าเริ่มต้น (มีช่องติ๊กให้เปิด/ปิดได้) จำนวนระเบียนตัวอย่าง (preview) จะอัปเดตหลังเปลี่ยนตัวกรอง

  4. ขั้นที่ 4 — ส่งออก (Export): เลือกรูปแบบไฟล์ Excel (.xlsx) หรือ CSV และเลือกบันทึกการตั้งค่าปัจจุบันเป็นเทมเพลตใหม่ได้

  5. คลิก ส่งออก (Export) เพื่อสร้างไฟล์

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

ระบบสร้างไฟล์ด้วยหัวคอลัมน์ภาษาไทยและวันที่แบบพุทธศักราช (DD/MM/YYYY) ตั้งชื่อไฟล์รูปแบบ {ชื่อเทมเพลต}_{YYYYMMDD}.xlsx ไฟล์รองรับสูงสุด 10,000 แถวต่อไฟล์ หากเกินจะแสดงคำเตือน

หมายเหตุ: ในใบเบิกที่มีหลายรายการ แต่ละรายการย่อยจะถูกแยกเป็นคนละแถวในไฟล์ที่ส่งออก


เมื่อเกิดปัญหา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ส่วนต่าง ๆ หมุนโหลดนานเกิน 3 วินาที คำขอข้อมูลอาจ timeout ลองจำกัดช่วงวันที่ให้แคบลง หรือเลือกจังหวัดเฉพาะ เพื่อลดปริมาณข้อมูล รีเฟรชหน้าหากยังหมุนค้าง
กราฟแสดง "ไม่มีข้อมูล" ตรวจว่าช่วงวันที่ครอบคลุมช่วงที่มีงานจริง ตรวจตัวกรองจังหวัด รีเซ็ตตัวกรองเป็น "ทุกจังหวัด" เพื่อยืนยันว่ามีข้อมูลในระบบ
ตัวกรองไม่มีผลกับทุกส่วน รีเฟรชหน้า หากยังไม่หาย ล้าง cache เบราว์เซอร์แล้วโหลดใหม่ ตัวกรองควรมีผลกับทุกส่วน
ส่งออกไฟล์ไม่ได้ (Excel/CSV) ตรวจการตั้งค่าบล็อกป๊อปอัป/ดาวน์โหลดของเบราว์เซอร์ หากช่วงวันที่กว้าง ไฟล์อาจใช้เวลา 10–15 วินาที รอให้เริ่มดาวน์โหลดก่อนคลิกซ้ำ
ตารางจัดอันดับช่างว่าง ไม่มีงานที่เสร็จพร้อมคะแนนในช่วงที่เลือก ตรวจว่าช่างปิดงานและลูกค้าให้คะแนนแล้ว
คลิกกราฟโดนัทแล้วไม่ไปหน้าใหม่ JavaScript อาจโหลดไม่ครบ รีเฟรชหน้าแล้วลองใหม่ ตรวจว่าคลิกที่ส่วนสี ไม่ใช่ตรงกลาง
การวิเคราะห์ปัญหาแสดงข้อมูลบิดเบือน โมเดลที่เลือกมีงานน้อยเกินไป เลือกโมเดลที่มีงานเสร็จอย่างน้อย 10 รายการในช่วงที่เลือก
ตัวเลขประสิทธิภาพดูผิด ตรวจช่วงวันที่ ตัวชี้วัดคำนวณเฉพาะงานที่เสร็จในช่วงที่เลือก งานที่ยังทำอยู่จะไม่ถูกนับ
ตัวกรองจังหวัดไม่มีตัวเลือก ข้อมูลจังหวัดของสถานที่ลูกค้าอาจยังไม่ครบ ตรวจที่ Customer Management ว่าที่อยู่สถานที่มีข้อมูลจังหวัด
ส่งออกแล้วข้อมูลเกิน 10,000 แถว ระบบจะเตือนเมื่อเกิน ให้จำกัดช่วงวันที่หรือเพิ่มตัวกรองให้แคบลง แล้วส่งออกใหม่

อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

ต้องการ... ไปที่ คลิก
ดูแดชบอร์ดทั้งหมด sidebar → รายงาน (Reports) (โหลดอัตโนมัติเป็นหน้าแรก)
ดูงานตามสถานะ แดชบอร์ด → กราฟโดนัทสถานะใบงาน คลิกส่วนสีของสถานะ
ตรวจรายการรออนุมัติ แดชบอร์ด → การ์ดรออนุมัติ คลิกการ์ดที่เกี่ยวข้อง
ดูอันดับประสิทธิภาพช่าง แดชบอร์ด → ลำดับคะแนนประเมินช่าง เลื่อนดู / ใช้ตัวกรองจังหวัด
กรองตามจังหวัด แดชบอร์ด → ตัวกรองด้านบน เลือกจาก ตัวกรองจังหวัด
กรองตามช่วงวันที่ แดชบอร์ด → ตัวกรองด้านบน ตั้งค่าใน ตัวเลือกช่วงวันที่
ดูเหตุผลยกเลิกงาน แดชบอร์ด → กราฟวงกลมยกเลิกงาน นำเมาส์ชี้เพื่อดูรายละเอียด
เทียบจำนวนงานกับช่าง แดชบอร์ด → กราฟผสม ติ๊กช่องประเภทงาน
หาเครื่องที่เสียบ่อย แดชบอร์ด → ลำดับโมเดลที่ซ่อมบ่อย เลื่อนดูใน carousel
วิเคราะห์ปัญหาตามรุ่น แดชบอร์ด → ปัญหาที่เกิดขึ้น เลือกโมเดลจากแถบเลื่อน
ส่งออกรายงาน หน้ารายการที่รองรับ ส่งออก (Export) → ทำตาม 4 ขั้นตอน

ภาพหน้าจอที่ต้องเพิ่ม

# สิ่งที่ต้องถ่าย เส้นทางหน้า
1 ภาพรวมแดชบอร์ดทั้งหน้าแสดงทุกส่วน /dashboard
2 กราฟโดนัทสถานะใบงานพร้อมตัวเลขรวมตรงกลาง /dashboard (ส่วนสถานะใบงาน)
3 การ์ดรออนุมัติ 3 ใบพร้อมจำนวน /dashboard (ส่วนรออนุมัติ)
4 ตารางสรุปคะแนนประเมินช่างพร้อมดาว /dashboard (ส่วนคะแนนช่าง)
5 ตารางจัดอันดับประสิทธิภาพช่างครบ 10 คอลัมน์ /dashboard (ส่วนจัดอันดับช่าง)
6 กราฟวงกลมเหตุผลยกเลิกงานพร้อมเปอร์เซ็นต์ /dashboard (ส่วนยกเลิกงาน)
7 กราฟผสมรายเดือน แท่ง (ประเภทงาน) + เส้น (จำนวนช่าง) /dashboard (ส่วนเปรียบเทียบ)
8 ตารางจัดอันดับโมเดลที่ซ่อมบ่อยพร้อม carousel /dashboard (ส่วนโมเดลที่ซ่อมบ่อย)
9 กราฟวงกลมคู่วิเคราะห์ปัญหาของโมเดลที่เลือก /dashboard (ส่วนวิเคราะห์ปัญหา)
10 ตัวกรองช่วงวันที่และจังหวัดด้านบนแดชบอร์ด /dashboard (แถบตัวกรองด้านบน)
11 กล่องตัวช่วยส่งออกรายงาน 4 ขั้นตอน หน้ารายการที่รองรับ (Export Wizard)

อ้างอิง: FR-016, UF-016 · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md

การแก้ปัญหา (Admin Portal)

v1.0.0·อัปเดตล่าสุด 2026-05-18·บทที่ 10

ฟีเจอร์นี้ทำอะไร — รวมข้อความ error และวิธีแก้ทั้งหมดของ Admin Portal ไว้ที่เดียว จัดกลุ่มตามฟีเจอร์ เพื่อให้ค้นหาวิธีแก้ได้รวดเร็ว

ใครใช้งาน — ผู้ดูแลระบบ (Admin), ผู้จัดตารางงาน (Dispatcher), ผู้จัดการ (Manager), SuperAdmin

เข้าถึงได้ที่ไหน — ทุกหน้าของ Admin Portal

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง — ทุก FR ของ Admin Portal

โมดูลในโค้ดเบส — ทุกโมดูลของ Admin Portal


ก่อนเริ่มใช้งาน

วิธีใช้บทนี้:

  1. หาหัวข้อ ## <ชื่อฟีเจอร์> ที่ตรงกับหน้าที่คุณกำลังเจอปัญหา (เช่น จัดการลูกค้า, จัดการงาน)
  2. ในตารางของหัวข้อนั้น ไล่อ่านคอลัมน์ สิ่งที่คุณเห็น เพื่อหาข้อความหรืออาการที่ตรงกับของคุณ
  3. ทำตามวิธีในคอลัมน์ ทำอย่างไร ตามลำดับ
  4. หากไม่พบในหัวข้อฟีเจอร์ ให้ดูที่ ## ปัญหาทั่วไป (ทุกฟีเจอร์) ซึ่งรวมปัญหาที่เกิดได้ทุกหน้า
  5. ต้องการข้ามไปยังหัวข้อโดยตรง ใช้ตาราง ## อ้างอิงด่วน (Quick Reference) ท้ายบท

ก่อนลงรายละเอียดรายฟีเจอร์ ให้ลองขั้นตอนทั่วไปเหล่านี้ก่อน เพราะแก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้:

  • รีเฟรชหน้า (กด F5) — ปัญหาการแสดงผลหลายอย่างหายไปด้วยการรีเฟรช
  • ตรวจการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต — เปิดเว็บอื่นเพื่อยืนยันว่าออนไลน์
  • ลองเบราว์เซอร์อื่น — แนะนำ Chrome, Firefox หรือ Edge เวอร์ชันล่าสุด
  • ล้าง cache เบราว์เซอร์สำหรับโดเมน Infrabrik
  • ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ — แก้ปัญหาเซสชันและรับสิทธิ์ที่เปลี่ยนใหม่

เริ่มต้นใช้งาน (เข้าสู่ระบบและนำทาง)

ดูรายละเอียดที่บท 00 — เริ่มต้นใช้งาน

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
"อีเมลหรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง" 1. ตรวจสอบอีเมลให้ถูกต้อง (case-sensitive) 2. ตรวจการพิมพ์รหัสผ่าน 3. ใช้ "ลืมรหัสผ่าน" หากจำรหัสไม่ได้
ไม่ได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน 1. ตรวจโฟลเดอร์ Spam/Junk 2. ตรวจว่ากรอกอีเมลถูก (ต้องเป็นอีเมลที่สร้างบัญชีไว้ ไม่ใช่อีเมลส่วนตัว) 3. รอ 2–5 นาที 4. ขอลิงก์ใหม่ 5. ติดต่อ SuperAdmin หากยังไม่ได้รับ
"ลิงก์หมดอายุ กรุณาขอใหม่" ลิงก์มีอายุ 1 ชั่วโมง กลับไปหน้าเข้าสู่ระบบแล้วขอลิงก์ "ลืมรหัสผ่าน" ใหม่
ถูกพากลับหน้าเข้าสู่ระบบโดยไม่คาดคิด Refresh Token (7 วัน) หมดอายุ ซึ่งเป็นปกติหลังไม่ใช้งานนาน เข้าสู่ระบบใหม่
เมนูใน sidebar หายไป บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ในฟีเจอร์นั้น ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบบทบาท
หน้าโหลดแต่ข้อมูลว่าง 1. ตรวจอินเทอร์เน็ต 2. รีเฟรชหน้า 3. ตรวจว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง 4. tenant อาจยังไม่มีข้อมูล
หน้าเข้าสู่ระบบไม่โหลด 1. ตรวจ URL 2. ตรวจอินเทอร์เน็ต 3. ล้าง cache เบราว์เซอร์ 4. ลองเบราว์เซอร์อื่น 5. ติดต่อฝ่าย IT
หน้าจอขาวว่างหลังเข้าสู่ระบบ (white screen) JavaScript โหลดผิดพลาด หรือไฟล์ cache เก่าค้าง ล้าง cache เบราว์เซอร์ให้หมด ลองเบราว์เซอร์อื่น ปิดส่วนขยายที่อาจบล็อก JavaScript หากใช้ VPN ลองปิด VPN
ปัญหายืนยันตัวตนสองชั้น (two-factor) ตั้งวันที่และเวลาของเครื่องเป็นแบบอัตโนมัติ การตั้งเวลาด้วยมือทำให้โทเค็นยืนยันตัวตนไม่ตรงกับเซิร์ฟเวอร์

ตั้งค่าระบบและบริษัท

ดูรายละเอียดที่บท 01 — ตั้งค่าระบบและบริษัท

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
โลโก้บริษัทไม่ปรากฏในรายงาน 1. ตรวจว่าอัปโหลดโลโก้สำเร็จ (ต้องแสดงในหน้าโปรไฟล์บริษัท) 2. ใช้ไฟล์ PNG หรือ JPG ขนาดไม่เกิน 2MB 3. ไฟล์ภาพขนาดใหญ่มากอาจอัปโหลดล้มเหลวเงียบ ๆ ให้ลองย่อขนาด 4. ล้าง cache เบราว์เซอร์หากโลโก้เก่ายังค้าง
เปลี่ยนเขตเวลาแล้วเวลาแสดงผิด / วันที่ย้อนหลังดูผิด เขตเวลามีผลกับการแสดงผลเท่านั้น ไม่กระทบข้อมูลที่จัดเก็บ (เก็บเป็น UTC) ให้รีเฟรชหน้า แล้วตรวจว่าเลือกเขตเวลาถูกต้อง (เช่น Asia/Bangkok สำหรับเวลาไทย GMT+7) แจ้งทีมวันที่เปลี่ยนเขตเวลาเพื่อลดความสับสน
บันทึกโปรไฟล์บริษัทไม่ได้ ("Validation error") ตรวจช่องที่ต้องกรอก (*): ชื่อบริษัท และเขตเวลา ห้ามเว้นว่าง ความยาวต้องไม่เกินที่กำหนด แล้วกด บันทึก อีกครั้ง
ลบค่าดรอปดาวน์ (พื้นที่/โซน) ไม่ได้ ค่านั้นถูกใช้งานในเรคคอร์ดที่มีอยู่ ลบไม่ได้ ให้สลับสถานะ Active เป็นปิดแทน เพื่อซ่อนจากการเลือกในอนาคตโดยคงข้อมูลเดิมไว้
SLA ไม่ติดธงเตือน 1. ตรวจว่าตั้งกฎ SLA สำหรับประเภทใบงานถูกต้อง 2. ตรวจว่ามีกฎเฉพาะรายลูกค้า/รายพื้นที่ที่บังคับใช้แทนกฎทั่วไปหรือไม่ 3. ตรวจว่าสถานที่ของลูกค้ามีข้อมูลจังหวัดครบ (สำหรับกฎรายพื้นที่)
เวลา SLA คำนวณคลาดเคลื่อน ตรวจเขตเวลาในโปรไฟล์บริษัท เพราะเขตเวลามีผลกับการคำนวณ SLA ทั้งหมด
SLA In/Out กรอกแล้วบันทึกไม่ได้ ค่า SLA In และ SLA Out ต้องเป็นจำนวนเต็มมากกว่า 0 และต้องกรอก ชื่อ SLA ห้ามเว้นว่างและต้องไม่ซ้ำ
ไม่พบเมนู ตั้งค่า (Settings) ใน sidebar บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ในหมวด Settings ติดต่อ SuperAdmin ขององค์กร

จัดการผู้ใช้และสิทธิ์

ดูรายละเอียดที่บท 02 — จัดการผู้ใช้และสิทธิ์

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
การเปลี่ยนสิทธิ์/บทบาทไม่มีผล สิทธิ์มีผลในเซสชันถัดไปของผู้ใช้ ให้ผู้ใช้ออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ หากยังไม่ได้ผล ตรวจสอบว่ากลุ่มสิทธิ์ถูกบันทึกแล้ว (เปิดตารางสิทธิ์ตรวจซ้ำ)
ไม่ได้รับอีเมลคำเชิญ 1. ตรวจโฟลเดอร์ Spam/Junk 2. ตรวจว่ากรอกอีเมลถูกต้อง 3. รอ 2–5 นาที 4. ส่งคำเชิญใหม่ 5. ติดต่อฝ่าย IT หากอีเมลถูกบล็อกโดยตัวกรองขององค์กร
ปิดใช้งานบัญชีตนเองไม่ได้ ระบบไม่อนุญาตให้ปิดใช้งานบัญชีของตนเอง (BR2) ให้ SuperAdmin คนอื่นดำเนินการแทน
ลด SuperAdmin เป็นบทบาทต่ำกว่าไม่ได้ ต้องมี SuperAdmin อย่างน้อย 1 บัญชีในระบบ (BR1) หากนี่เป็น SuperAdmin คนเดียว ให้สร้าง SuperAdmin ใหม่ก่อน แล้วจึงลดบทบาทคนนี้
ผู้ใช้ถูกล็อกหลังเปลี่ยนบทบาท ผู้ใช้ต้องออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบใหม่ หากเข้าไม่ได้เลย สถานะบัญชีอาจถูกตั้งเป็นปิดใช้งาน ให้ SuperAdmin ตรวจสอบ
"อีเมลซ้ำ" ขณะสร้าง/เชิญผู้ใช้ อีเมลต้องไม่ซ้ำภายใน tenant เดียวกัน (FR-020 BR6) ใช้อีเมลอื่น หรือตรวจว่าบัญชีนั้นมีอยู่แล้วในรายการ
ผู้ใช้ "ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาท/กลุ่มสิทธิ์ของผู้ใช้ไม่ได้รับอนุญาตในฟีเจอร์นั้น ตรวจสอบตารางสิทธิ์ของกลุ่มสิทธิ์นั้น แล้วปรับระดับสิทธิ์ตามต้องการ
เมนูบางอย่างหายไปจาก sidebar ของผู้ใช้ สวิตช์ แสดง/ซ่อน ของฟีเจอร์นั้นถูกตั้งเป็นปิดในกลุ่มสิทธิ์ เปิดสวิตช์แล้วบันทึก ให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบใหม่

จัดการลูกค้า

ดูรายละเอียดที่บท 03 — จัดการลูกค้า

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ข้อความ error ที่ช่องเลขผู้เสียภาษีตอนสร้างบริษัท 1. ตรวจว่าเป็นตัวเลข 13 หลักพอดี ไม่มีช่องว่างหรือขีด 2. ตรวจว่าไม่มีบริษัทอื่นใช้เลขนี้แล้ว
ข้อความ error ว่าชื่อบริษัทซ้ำ / "รหัสบริษัทซ้ำ" ชื่อ/รหัสบริษัทต้องไม่ซ้ำในองค์กร (BR1) ค้นหาบริษัทเดิมด้วยรหัสนั้น หากเป็นคนละบริษัทให้เปลี่ยนชื่อ/รหัส หากเป็นบริษัทเดิมที่กรอกซ้ำ ให้แก้ไขรายการเดิมแทนการสร้างใหม่
ไม่สามารถลบ/ปิดการใช้งานบริษัทได้ บริษัทมีงานหรือสัญญาที่ใช้งานอยู่ (BR5) จัดการงาน/สัญญาที่เกี่ยวข้องก่อน หรือปิดการใช้งานแทนการลบ
เครื่องมือแผนที่ Google Maps ไม่โหลด 1. ตรวจการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 2. รีเฟรชหน้า 3. ลองเบราว์เซอร์อื่น 4. หากยังไม่ได้ ให้กรอกค่าละติจูด/ลองจิจูดเอง
บันทึกสถานที่ไม่ได้ เพราะไม่ได้เลือกบริษัท ทุกสถานที่ต้องสังกัดบริษัท (BR2) เลือกบริษัทในช่องบริษัทก่อนบันทึก
หมุดพิกัด GPS อยู่ผิดตำแหน่ง แก้ไขสถานที่ ใช้เครื่องมือแผนที่ Google Maps ปรับหมุดใหม่ หรือกรอกละติจูด/ลองจิจูดเอง แล้วบันทึก ตรวจยืนยันที่ภาพตัวอย่างแผนที่ ช่างจะเห็นพิกัดใหม่ตอนซิงก์ครั้งถัดไป
ปุ่มดาวน์โหลดได้ไฟล์ว่างเปล่า ไม่มีข้อมูลตรงกับตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองแล้วลองใหม่ ตรวจว่ามีข้อมูลในหน้าก่อนส่งออก
ปิดการใช้งานประเภทบริการแล้วงานเก่าหาย การปิดการใช้งานซ่อนจากรายการเลือกเท่านั้น ไม่กระทบข้อมูลเดิม หากต้องใช้อีกให้สลับสถานะกลับเป็นใช้งาน
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ EDIT สำหรับลูกค้า (Manager/User ดูได้อย่างเดียว) ติดต่อ SuperAdmin

จัดการสินทรัพย์ (รวมเช็คชีท)

ดูรายละเอียดที่บท 04 — จัดการสินทรัพย์

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
สร้างรหัสทรัพย์สินไม่ได้ — รายการรุ่นว่าง ต้องสร้างรุ่นทรัพย์สินก่อน ไปที่ เครื่องจักร → รุ่นทรัพย์สิน → + สร้างรุ่น
สร้างรุ่นไม่ได้ — รายการประเภทว่าง ต้องสร้างประเภททรัพย์สินก่อน ไปที่ เครื่องจักร → ประเภททรัพย์สิน → + สร้างประเภท
"Serial Number ซ้ำ" Serial Number ซ้ำกับที่มีอยู่ (BR1) ตรวจสอบและแก้ไขให้ไม่ซ้ำ
"กรุณาเลือกรุ่น" ทุกสินทรัพย์ต้องผูกกับรุ่น (BR2) เลือกรุ่นก่อนบันทึก
นำเข้า CSV ล้มเหลว "invalid model_id" ค่า model_id ใน CSV ไม่ตรงกับรุ่นในระบบ ส่งออกรายการรุ่นเพื่อดู ID ที่ถูกต้อง
นำเข้า CSV ล้มเหลว "duplicate serial" Serial ใน CSV ซ้ำกับที่มีอยู่ ลบออกจาก CSV หรืออัปเดตรายการเดิม ระบบจะแสดงแถวที่ผิดพลาดหลังนำเข้า
QR Code ไม่ขึ้น ตรวจว่าเปิด JavaScript ในเบราว์เซอร์ ลองเบราว์เซอร์อื่น (แนะนำ Chrome) — QR สร้างฝั่งเบราว์เซอร์
QR Code พิมพ์ออกมาผิดเพี้ยน ตรวจการตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้ตรงกับขนาดป้าย QR ลองพิมพ์เป็น PDF เพื่อดูตัวอย่างก่อน ตั้งซูมเบราว์เซอร์เป็น 100% ตอนพิมพ์
QR Code สแกนไม่ติด ทำความสะอาดเลนส์กล้องและโฟกัสให้ชัด ถือห่าง QR 15–30 ซม. ให้มีแสงเพียงพอ หาก QR เสียหายทางกายภาพ ให้กรอก Serial Number ของสินทรัพย์ด้วยมือแทน
แผนที่ไม่แสดงหมุด สถานที่ของสินทรัพย์ยังไม่มีพิกัด GPS ตรวจสอบและตั้งพิกัดในบทการจัดการลูกค้า หาก map tiles ไม่โหลด (เป็นสี่เหลี่ยมเทา) ตรวจอินเทอร์เน็ตและลองเบราว์เซอร์อื่น
ลบทรัพย์สินไม่ได้ สินทรัพย์มีสัญญาบริการหรืองานที่ใช้งานอยู่ (BR5) นำการผูกออกก่อน
ลบเทมเพลตเช็คชีทไม่ได้ เทมเพลตถูกผูกกับสัญญาที่ใช้งานอยู่ (BR5) นำการผูกสัญญาออกที่แท็บ Assignment ก่อนแล้วจึงลบ
ช่างเห็นเทมเพลตเวอร์ชันเก่า เป็นปกติ — งานที่กำลังทำใช้เวอร์ชันตอนสร้างงาน เฉพาะงานใหม่ได้เวอร์ชันล่าสุด
รายการที่ จำเป็น บล็อกไม่ให้ช่างปิดงาน ทำงานตามที่ตั้งใจ — ช่างต้องกรอกรายการ จำเป็น ทุกรายการ (โดยเฉพาะรายการรูปภาพที่ต้องอัปโหลดอย่างน้อย 1 รูป) หากไม่เกี่ยวข้อง ให้สร้างเทมเพลตแยกที่ไม่มีรายการนั้น
เทมเพลตไม่ปรากฏสำหรับประเภทงานหนึ่ง เปิดเทมเพลต → แท็บ Assignment → ตรวจว่าเลือกประเภทงานนั้นแล้ว และตรวจว่าสถานะเทมเพลตเป็นใช้งาน (Active)
แก้ไขผลเช็คชีทไม่ได้ ผลเป็นแบบอ่านอย่างเดียวหลังงานเสร็จ (BR4) สร้างงาน QC ติดตามผลหากต้องตรวจซ้ำ
ส่งออก CSV ได้ไฟล์ว่าง ไม่มีข้อมูลตรงกับตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองแล้วลองใหม่

จัดการช่าง

ดูรายละเอียดที่บท 05 — จัดการช่าง

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
"รูปแบบเบอร์โทรไม่ถูกต้อง" ตรวจว่าเป็น 9–10 หลักรูปแบบไทย ลบรหัสประเทศ (+66) ช่องว่าง และขีดออก
"เบอร์โทรนี้ถูกใช้งานแล้ว" เบอร์นี้ผูกกับช่างคนอื่นในองค์กรแล้ว ค้นด้วยเบอร์โทรเพื่อหาบัญชีที่มีอยู่ แต่ละเบอร์ลงทะเบียนได้ครั้งเดียว หากบัญชีเก่าไม่ใช้แล้วให้ปิดใช้งานก่อน
ช่างไม่ได้รับ OTP ให้ช่างตรวจกล่อง SMS รอ 60 วินาทีก่อนส่งใหม่ ตรวจว่าเบอร์ถูกและมีสัญญาณ
ช่างไม่ปรากฏในตัวเลือกมอบหมายงาน ตรวจว่าช่างเป็น ACTIVE มีประเภทงานที่ถูกเปิดในเงื่อนไขการทำงาน มีจังหวัดที่ตรงในเขตพื้นที่ และอยู่ในองค์กรเดียวกัน
เงื่อนไขการทำงานบันทึกไม่ได้ ต้องเลือกอย่างน้อย 1 ประเภทงาน ตรวจว่าจำนวนงานต่อวันเป็นจำนวนบวก และบันทึกก่อนออกจากหน้า
เปลี่ยนตำแหน่ง/บทบาทช่างไม่ได้ ตรวจว่าคุณมีบทบาท Admin หรือ SuperAdmin บางช่องอาจต้องมีสิทธิ์เฉพาะ หากช่องแก้ได้แต่บันทึกไม่ได้ ให้ตรวจ error ที่ช่องอื่นในฟอร์ม
เงื่อนไขการทำงานไม่อัปเดตให้ช่าง ตรวจว่าบันทึกสำเร็จ (มีข้อความยืนยัน) ให้ช่างบังคับรีเฟรชแอป การเปลี่ยนเงื่อนไขมีผลในรอบซิงก์ถัดไป
"ไม่สามารถปิดการใช้งานได้ ช่างมีงานที่กำลังดำเนินการ" ช่างมีงานค้าง (BR5) ปิดหรือย้ายงานที่ค้างผ่าน Job Management ก่อน แล้วลองอีกครั้ง
ลบบัญชีช่างไม่ได้ ช่างที่มีประวัติงานลบไม่ได้เพื่อรักษาร่องรอยตรวจสอบ ให้ใช้สถานะ INACTIVE แทน
GPS แสดงข้อมูลเก่า แอปมือถือของช่างอาจปิดอยู่หรือปิด location services ให้ช่างตั้งสิทธิ์ตำแหน่งเป็น "Always" และอนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลัง
หัวหน้าช่างมองไม่เห็นสมาชิกทีม ตรวจว่าตำแหน่งเป็น TEAM_LEADER (ไม่ใช่ TECHNICIAN) สมาชิกอยู่ทีมเดียวกัน และให้หัวหน้าช่างออกแล้วเข้าระบบใหม่
ไฟล์ CSV ที่ส่งออกว่างเปล่า ไม่มีช่างตรงตัวกรองปัจจุบัน ล้างตัวกรองทั้งหมดแล้วลองใหม่

อะไหล่และคลังสินค้า

ดูรายละเอียดที่บท 06 — อะไหล่และคลังสินค้า

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
จำนวนสต็อกไม่ตรงกับของจริง 1. นับจำนวนจริง 2. ตรวจประวัติสต็อก (History) เพื่อหาจุดที่คลาดเคลื่อนและรายการที่ยังไม่เสร็จ (เบิก/โอน/คืน) 3. ใช้ฟังก์ชันนำเข้า (Import) แก้จำนวนหลังนับจริง
อนุมัติคำขอเบิกไม่ได้ "สต็อกไม่เพียงพอ" คลังมีสต็อกไม่พอ — ปฏิเสธพร้อมเหตุผล "สต็อกไม่เพียงพอ" หรือเติมสต็อกก่อนด้วยการนำเข้า/โอนจากคลังอื่น
นำเข้า CSV ล้มเหลวด้วย error การตรวจสอบ ดาวน์โหลดเทมเพลตล่าสุด ตรวจหัวคอลัมน์ให้ตรงทุกตัวอักษร ตรวจว่า Part Number ไม่ซ้ำ และ Type เป็น CONSUMABLE หรือ STOCKABLE (case-sensitive)
ไม่มีการแจ้งเตือนสต็อกต่ำสำหรับอะไหล่ ตรวจว่าระดับสต็อกต่ำสุดตั้งถูกต้อง ค่า 0 หมายความว่าไม่มีการแจ้งเตือน — แก้ไขอะไหล่แล้วตั้งเกณฑ์ที่เหมาะสม
รายการโอนย้ายค้างสถานะ Pending การโอนย้ายต้องผ่านการอนุมัติ Admin ไปที่ Spare Parts → โอนย้ายอะไหล่ แล้วดำเนินการ หากดำเนินการแล้วให้ผู้รับรีเฟรชแอป ตรวจ Audit Trail เพื่อดูผลลัพธ์
การคืนถูกปฏิเสธแต่ช่างยืนยันว่าอะไหล่ปกติ ตรวจเหตุผลและรูปภาพในรายละเอียดการคืน สาเหตุที่พบบ่อย: อะไหล่เสียหาย จำนวนไม่ตรง หรือคืนผิดชิ้น ประสานกับเจ้าหน้าที่คลัง หากเป็นความผิดพลาดให้ช่างส่งคำขอคืนใหม่
error รหัสอะไหล่ซ้ำตอนสร้าง มีอะไหล่ที่ใช้รหัสนั้นอยู่แล้ว ค้นหาในรายการสต็อก หากต้องการอะไหล่ใหม่ ให้ใช้รหัสอื่น
หาอะไหล่ในแคตตาล็อกไม่พบ ล้างตัวกรองทั้งหมดแล้วค้นใหม่ หากไม่มีจริงในระบบ ให้ Admin เพิ่มที่ Spare Parts → + สร้าง
ลบ/ปิดใช้งานคลังสินค้าไม่ได้ คลังยังมีสต็อกค้างอยู่ ให้โอนหรือเคลียร์สต็อกเป็นศูนย์ก่อนปิดใช้งานคลัง
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ EDIT/DELETE ในโมดูลนี้ ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบบทบาท

จัดการสัญญา

ดูรายละเอียดที่บท 07 — จัดการสัญญา

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ไม่มีสินทรัพย์ให้เลือกในช่อง "สินทรัพย์ที่คุ้มครอง" สินทรัพย์ยังไม่ถูกลงทะเบียนใต้บริษัทลูกค้านี้ ลงทะเบียนสินทรัพย์ก่อน แล้วกลับมาสร้างสัญญาใหม่
บันทึกสัญญาไม่ได้ มีข้อความผิดพลาดที่ช่อง กรอกช่องที่มีเครื่องหมาย * ให้ครบ ตรวจว่าวันสิ้นสุดอยู่หลังวันเริ่ม และเลขสัญญาไม่ซ้ำ
เปิดใช้งานสัญญาแล้วแต่ไม่มีงาน PM ในปฏิทิน 1. ตรวจว่าตั้งความถี่ PM และเลือกสินทรัพย์ที่คุ้มครองแล้ว 2. ตรวจว่าสถานะสัญญาเป็น Active และวันเริ่ม PM ผ่านมาแล้ว 3. ตรวจว่าช่วงวันที่ครอบคลุมเดือนที่ดู 4. ล้างตัวกรองในปฏิทิน PM
"ลบไม่ได้ สัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งาน" สัญญามีงาน PM ที่กำลังใช้งาน/กำลังทำอยู่ รอจนงานเสร็จ หรือยกเลิกสัญญา (Terminate) แทนการลบ
งาน PM ถูกสร้างเป็นจำนวนมากเกินคาด ตรวจความถี่และจำนวนสินทรัพย์ที่คุ้มครอง (งาน = สินทรัพย์ × จำนวนรอบ) แก้ไขสัญญาเพื่อปรับความถี่หากผิด
แก้ไขสัญญาแล้วงานในอนาคตหายไป เป็นปกติ — ระบบลบงานในอนาคตที่ยังไม่ทำและสร้างใหม่ตามตารางใหม่ งานที่เสร็จหรือกำลังทำไม่กระทบ
สัญญาขึ้นหมดอายุทั้งที่ควรยังใช้งานอยู่ ตรวจวันสิ้นสุดสัญญา หากควรใช้งานอยู่ให้ขยายวันสิ้นสุด หากสถานะถูกตั้งเป็นหมดอายุด้วยมือ ให้เปลี่ยนกลับเป็น Active
ไม่พบเมนู "สัญญาบริการ" ใน sidebar บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ดูสัญญา ติดต่อ SuperAdmin เพื่อตรวจสอบสิทธิ์
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 สร้าง/แก้ไขสัญญาต้องมีสิทธิ์ระดับ แก้ไข (EDIT) และลบต้องมีสิทธิ์ ลบ (DELETE) ติดต่อ SuperAdmin

จัดการงาน (รวมปฏิทิน PM และปริมาณงาน)

ดูรายละเอียดที่บท 08 — จัดการงาน

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ฟอร์มสร้างใบงานขึ้น error การตรวจสอบ 1. กรอกช่องที่จำเป็น (มี *) ให้ครบ 2. ตรวจวันที่นัดให้เป็นอนาคต 3. ตรวจว่าลูกค้า/สถานที่/สินทรัพย์ที่เลือกถูกต้อง
"ไม่พบใบงาน" เมื่อเปิดงาน งานอาจถูกลบ หรือคุณไม่มีสิทธิ์ดู ตรวจเลขที่ใบงานและลองค้นหา ติดต่อผู้ดูแลระบบหากยังไม่ได้
แก้ไขใบงานไม่ได้ สถานะเป็น DONE หรือ CANCEL ใบงานที่เสร็จ/ยกเลิกแก้ไขไม่ได้ หากต้องเปลี่ยนให้สร้างใบงานใหม่ (เพิ่มหมายเหตุอ้างอิงงานเดิม)
ช่างไม่ได้รับการแจ้งเตือนงานที่มอบหมาย ตรวจว่าแอปช่างเปิดการแจ้งเตือน (Settings → Infrabrik → Notifications) ให้ช่างเปิดแอปและรีเฟรช ตรวจว่าบัญชีช่างเป็น Active
ปุ่มส่งออกไม่ทำงาน 1. ตรวจการบล็อกป๊อปอัป/ดาวน์โหลดของเบราว์เซอร์ 2. ลองเบราว์เซอร์อื่น 3. ไฟล์ใหญ่อาจใช้เวลาสร้าง รอสักครู่
ค้นหาช่างไม่พบผลลัพธ์ 1. ตรวจว่ามีบัญชีช่างและมีสถานะใช้งาน 2. ตรวจการสะกดชื่อ 3. ช่างอาจอยู่คนละทีม/จังหวัด
การ์ดงานขึ้น "ไม่มีช่าง" ยังไม่ได้มอบหมาย ใช้ขั้นตอนมอบหมายช่าง
งานค้างอยู่ในสถานะหนึ่งและไม่คืบหน้า ตรวจประวัติใบงาน (Audit Trail) ดูการกระทำล่าสุด ติดต่อช่างที่รับงานยืนยันสถานะ หากช่างทำแล้วแต่สถานะไม่อัปเดต ลองรีเฟรช หากยังค้างให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุน
กรองแล้วได้ 0 งาน เงื่อนไขแคบเกินไป ลบตัวกรองทีละตัว หรือคลิก รีเซ็ต เริ่มใหม่
ส่งออก CSV ได้เป็นไฟล์ ZIP เป็นปกติสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ แตกไฟล์ ZIP เพื่อเข้าถึง CSV ข้างใน
ปฏิทิน PM ไม่มีรายการในเดือนนั้น 1. ตรวจว่ามีสัญญา PM ที่ครอบคลุมเดือนนั้น 2. ลบตัวกรองที่ใช้อยู่ 3. ตรวจตาราง PM ที่สัญญา (บท 07)
ลากรายการ PM ไม่ได้ 1. รายการอาจเป็นสถานะ ใบงาน แล้ว (ต้องเลื่อนนัดใน Job Management) 2. ตรวจสิทธิ์แก้ไขของบทบาท 3. รีเฟรชหน้า
"อนุมัติทั้งหมด" สร้าง 0 ใบงาน รายการทั้งหมดเป็น ใบงาน แล้ว หรือยังไม่มีช่าง (เลือกช่าง) มอบหมายช่างก่อนแล้วลองใหม่
มีรายการ PM สีแดง (เลยแผน) PM เลยวันนัดโดยยังไม่ถูกสร้าง สร้างใบงานทันที (จะลงวันย้อนหลัง) หรือเลื่อนไปวันในอนาคต
ลากวางไม่ทำงานบนแท็บเล็ต/มือถือ ปฏิทินเหมาะกับเบราว์เซอร์เดสก์ท็อป ใช้เดสก์ท็อปสำหรับลากวาง หรือใช้ปุ่ม เปลี่ยนวัน ในแผงรายละเอียด
ตารางปริมาณงานไม่มีช่าง 1. ตรวจว่ามีบัญชีช่างและใช้งานอยู่ 2. ลบตัวกรองจังหวัด 3. ตรวจว่าช่างมีการตั้งความจุงานต่อวัน
ทุกช่องขึ้น 0% ทั้งที่มอบงานแล้ว 1. งานอาจไม่มีวันที่นัดในเดือนที่แสดง 2. ไปเดือนที่ถูกต้อง 3. รีเฟรชหน้าเพื่อล้างแคช
ปุ่มโอนงานไม่ปรากฏ บทบาทคุณอาจไม่มีสิทธิ์แก้ไข เฉพาะ Admin/Dispatcher โอนงานได้ ติดต่อ SuperAdmin
ตัวบ่งชี้วงกลมขึ้น NaN% ช่างยังไม่ได้ตั้งความจุงานต่อวัน (เป็น 0 หรือว่าง) ตั้งค่าที่ Technicians → Profiles
ข้อมูลปริมาณงานดูเก่า ข้อมูลแคชราว 5 นาที รอสักครู่หรือรีเฟรชเบราว์เซอร์
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 บทบาทไม่ได้รับอนุญาตในการกระทำนั้น ตรวจสิทธิ์กับ SuperAdmin (ดูบท 00)

แดชบอร์ดและรายงาน

ดูรายละเอียดที่บท 09 — แดชบอร์ดและรายงาน

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ส่วนต่าง ๆ หมุนโหลดนานเกิน 3 วินาที คำขอข้อมูลอาจ timeout ลองจำกัดช่วงวันที่ให้แคบลง หรือเลือกจังหวัดเฉพาะ เพื่อลดปริมาณข้อมูล รีเฟรชหน้าหากยังหมุนค้าง หากช้าตลอดให้แจ้งฝ่ายสนับสนุน
กราฟแสดง "ไม่มีข้อมูล" ตรวจว่าช่วงวันที่ครอบคลุมช่วงที่มีงานจริง ตรวจตัวกรองจังหวัด รีเซ็ตตัวกรองเป็น "ทุกจังหวัด" เพื่อยืนยันว่ามีข้อมูลในระบบ
ตัวกรองไม่มีผลกับทุกส่วน รีเฟรชหน้า หากยังไม่หาย ล้าง cache เบราว์เซอร์แล้วโหลดใหม่ ตัวกรองควรมีผลกับทุกส่วน
ส่งออกไฟล์ไม่ได้ (Excel/CSV) ตรวจการตั้งค่าบล็อกป๊อปอัป/ดาวน์โหลดของเบราว์เซอร์ หากช่วงวันที่กว้าง ไฟล์อาจใช้เวลา 10–15 วินาที รอให้เริ่มดาวน์โหลดก่อนคลิกซ้ำ ลองใช้ CSV ก่อน (เร็วกว่า PDF)
ตารางจัดอันดับช่างว่าง ไม่มีงานที่เสร็จพร้อมคะแนนในช่วงที่เลือก ตรวจว่าช่างปิดงานและลูกค้าให้คะแนนแล้ว
คลิกกราฟโดนัทแล้วไม่ไปหน้าใหม่ JavaScript อาจโหลดไม่ครบ รีเฟรชหน้าแล้วลองใหม่ ตรวจว่าคลิกที่ส่วนสี ไม่ใช่ตรงกลางหรือคำอธิบาย
การวิเคราะห์ปัญหาแสดงข้อมูลบิดเบือน โมเดลที่เลือกมีงานน้อยเกินไป เลือกโมเดลที่มีงานเสร็จอย่างน้อย 10 รายการในช่วงที่เลือก
ตัวเลขประสิทธิภาพดูผิด ตรวจช่วงวันที่ ตัวชี้วัดคำนวณเฉพาะงานที่เสร็จในช่วงที่เลือก งานที่ยังทำอยู่จะไม่ถูกนับ
ตัวกรองจังหวัดไม่มีตัวเลือก ข้อมูลจังหวัดของสถานที่ลูกค้าอาจยังไม่ครบ ตรวจที่ Customer Management ว่าที่อยู่สถานที่มีข้อมูลจังหวัด
ส่งออกแล้วข้อมูลเกิน 10,000 แถว ระบบจะเตือนเมื่อเกิน ให้จำกัดช่วงวันที่หรือเพิ่มตัวกรองให้แคบลง แล้วส่งออกใหม่

ปัญหาทั่วไป (ทุกฟีเจอร์)

ปัญหาเหล่านี้เกิดได้กับทุกหน้าของ Admin Portal ไม่จำกัดเฉพาะฟีเจอร์ใด:

สิ่งที่คุณเห็น ทำอย่างไร
ถูกพากลับหน้าเข้าสู่ระบบกลางคัน (เซสชันหมดอายุ) Refresh Token (7 วัน) หมดอายุหลังไม่ใช้งานนาน ซึ่งเป็นปกติด้านความปลอดภัย เข้าสู่ระบบใหม่ บันทึกฟอร์มยาวบ่อย ๆ ก่อนลุกจากหน้าจอนาน
"ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง" หรือ error 403 ในหน้าใดก็ตาม บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ในฟีเจอร์/การกระทำนั้น ติดต่อ SuperAdmin ให้ตรวจสิทธิ์ที่ Settings → Permissions หลังเปลี่ยนสิทธิ์ ให้ออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
หน้าโหลดแต่ข้อมูลว่างเปล่า 1. ตรวจอินเทอร์เน็ต 2. รีเฟรชหน้า 3. ล้างตัวกรองที่ใช้อยู่ 4. ตรวจว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง 5. tenant อาจยังไม่มีข้อมูล
หน้าจอขาวว่าง / หน้าไม่โหลด ล้าง cache เบราว์เซอร์ให้หมด ลองเบราว์เซอร์อื่น (Chrome/Firefox/Edge) ปิดส่วนขยายที่บล็อก JavaScript หากใช้ VPN ลองปิด
ระบบช้าหรือไม่ตอบสนองทั้งระบบ ถามเพื่อนร่วมงานว่าเข้าใช้ได้ไหม หากทุกคนเข้าไม่ได้ ระบบอาจอยู่ระหว่างปิดปรับปรุง รอสักครู่แล้วลองใหม่
ข้อมูลแสดงเก่า ไม่อัปเดต บางหน้าแคชข้อมูลราว 5 นาที รอสักครู่หรือรีเฟรชเบราว์เซอร์ หากยังไม่หาย ให้ล้าง cache
ปุ่มส่งออก/ดาวน์โหลดไม่ทำงาน ปิดการบล็อกป๊อปอัป/ดาวน์โหลดสำหรับโดเมน Infrabrik จำกัดช่วงข้อมูลให้แคบลง ลอง CSV ก่อน PDF รออย่างน้อย 15 วินาทีก่อนคลิกซ้ำ
ปัญหายืนยันตัวตน (token mismatch) ตั้งวันที่/เวลาของเครื่องเป็นแบบอัตโนมัติ การตั้งเวลาด้วยมือทำให้โทเค็นไม่ตรงกับเซิร์ฟเวอร์

เคล็ดลับ: เมื่อจะแจ้งปัญหาให้ฝ่ายสนับสนุน ให้รวบรวมข้อมูลต่อไปนี้เสมอ — ภาพหน้าจอของ error, URL ของหน้า (จากช่องที่อยู่เบราว์เซอร์), วันที่และเวลาที่เกิด, ขั้นตอนที่ทำก่อนเกิดปัญหา, และอีเมล/บทบาทบัญชีของคุณ ภาพหน้าจอที่เปิด console (กด F12 → แท็บ Console) จะช่วยวิเคราะห์ปัญหาเชิงเทคนิคได้เร็วขึ้น


อ้างอิงด่วน (Quick Reference)

อาการ ไปที่หัวข้อ
เข้าสู่ระบบไม่ได้ / ลืมรหัสผ่าน / เซสชันหมดอายุ เริ่มต้นใช้งาน
โลโก้ เขตเวลา ดรอปดาวน์ SLA ตั้งค่าระบบและบริษัท
คำเชิญผู้ใช้ บทบาท สิทธิ์ไม่มีผล จัดการผู้ใช้และสิทธิ์
สร้าง/ลบบริษัท สถานที่ พิกัด GPS จัดการลูกค้า
ประเภท/รุ่น/รหัสทรัพย์สิน QR Code เช็คชีท นำเข้า CSV จัดการสินทรัพย์
เบอร์โทร OTP เงื่อนไขการทำงาน หัวหน้าช่าง จัดการช่าง
สต็อก เบิก โอน คืน คลังสินค้า อะไหล่และคลังสินค้า
สร้าง/ลบสัญญา ตาราง PM จากสัญญา จัดการสัญญา
สร้าง/แก้ไขใบงาน ปฏิทิน PM ปริมาณงานช่าง จัดการงาน
แดชบอร์ดช้า กราฟไม่มีข้อมูล ส่งออกรายงาน แดชบอร์ดและรายงาน
403 / หน้าจอขาว / ข้อมูลเก่า / ระบบช้า (ทุกหน้า) ปัญหาทั่วไป (ทุกฟีเจอร์)

อ้างอิง: ทุก FR ของ Admin Portal · ยึดมาตรฐาน 06-support/user-manual-writing-standard.md